- สัญญาณจาก Fed เกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยและความเสี่ยงเงินเฟ้อ
- ทิศทางราคาน้ำมัน ท่ามกลางความเสี่ยงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- กระแสเงินทุน ETF โดยเฉพาะการกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิของกองทุนขนาดใหญ่หลังการประชุม Fed
- สัญญาณจาก Fed เกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยและความเสี่ยงเงินเฟ้อ
- ทิศทางราคาน้ำมัน ท่ามกลางความเสี่ยงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- กระแสเงินทุน ETF โดยเฉพาะการกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิของกองทุนขนาดใหญ่หลังการประชุม Fed
ราคาทองคำปรับตัวลดลงในการซื้อขายวันอังคาร เนื่องจากนักลงทุนหลีกเลี่ยงการเปิดสถานะใหม่เพิ่มเติมก่อนการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
แม้แรงขายจะไม่ได้รุนแรงมากนัก แต่การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงภาวะระมัดระวังของตลาด ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่มีความชัดเจน
Fed ยังคงเป็นปัจจัยหลักกำหนดทิศทางทองคำ
ขณะนี้ตลาดไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงว่า Fed จะเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้หรือไม่ แต่จับตาไปที่ สัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงินในอนาคต
จากการประเมินของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า:
- โอกาสที่ Fed จะ คงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ อยู่ที่ประมาณ 71%
- ขณะที่ตลาดยังประเมินโอกาสที่ Fed จะ ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน สูงถึง 75%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนมุมมองว่า แม้ Fed อาจเลือกหยุดชั่วคราวในเดือนกรกฎาคม แต่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงสูงพอที่จะทำให้ธนาคารกลางต้องรักษาท่าทีระมัดระวัง
สำหรับทองคำ ความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงต่อไปยังคงเป็นปัจจัยกดดัน
เมื่ออัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดเพิ่มขึ้น ความน่าสนใจของทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่สร้างผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยหรือเงินปันผลก็ลดลง
ดังนั้น หาก Fed ส่งสัญญาณว่าพร้อมดำเนินนโยบายเข้มงวดต่อไป อาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังสร้างความผันผวนให้พลังงาน
นอกจากนโยบายการเงิน ตลาดยังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
ราคาน้ำมันเคยปรับตัวลงมากกว่า 4% จากความหวังว่าความพยายามทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจนำไปสู่การกลับมาเจรจาสันติภาพ
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านราคาน้ำมันกลับมาอีกครั้ง หลังมีรายงานว่ากองกำลังสหรัฐฯ สามารถสกัดการโจมตีฐานทัพของตนในตะวันออกกลางได้สำเร็จ
สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วสะท้อนว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในระดับสูง และอาจทำให้ราคาพลังงานผันผวนต่อไป
สำหรับทองคำ ราคาน้ำมันเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา หากต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจทำให้เงินเฟ้อยืดเยื้อ และบังคับให้ Fed ต้องรักษานโยบายเข้มงวด ซึ่งจะลดความน่าสนใจของทองคำ
ตลาดพันธบัตรส่งสัญญาณระมัดระวัง
แตกต่างจากทองคำ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในการซื้อขายล่าสุด
- Bond Yield อายุ 10 ปี ลดลงสู่ 4.606%
- ผลตอบแทนอายุ 2 ปี และ 30 ปี ปรับตัวลดลงเช่นกัน
การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า นักลงทุนในตลาดพันธบัตรยังคงระมัดระวัง และยังไม่เชื่อเต็มที่ว่า Fed จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยทันทีในระยะใกล้
ความแตกต่างระหว่างตลาดทองคำ พันธบัตร และดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนระดับความไม่แน่นอนที่สูงก่อนการประชุม Fed
ซึ่งหมายความว่า สินทรัพย์การเงินหลายประเภทอาจเผชิญความผันผวนเพิ่มขึ้น หลัง Fed ประกาศผลการประชุมและอัปเดตมุมมองด้านนโยบาย
กระแสเงินทุน ETF ชะลอตัวชั่วคราว
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ SPDR Gold Trust มีการขายทองคำสุทธิเป็นครั้งแรก หลังจากเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องประมาณ 10 วัน
- ปริมาณทองคำในกองทุนลดลงประมาณ 0.5 ตัน
- การถือครองรวมลดลงเหลือ 1,008.7 ตัน
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายยังถือว่าน้อย เมื่อเทียบกับยอดซื้อสุทธิประมาณ 10 ตันในสัปดาห์ก่อนหน้า
สิ่งนี้สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังไม่ได้เปลี่ยนมุมมองต่อทองคำอย่างมีนัยสำคัญ แต่กำลังรอสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นจาก Fed ก่อนตัดสินใจจัดสรรเงินลงทุนในช่วงถัดไป
แนวโน้มทองคำยังเผชิญความไม่แน่นอน
แม้ว่าทองคำจะปรับฐานลงประมาณ 30% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้ช่วงต้นปี แต่แนวโน้มการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน
สถาบันการเงินหลายแห่งเริ่มปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำ เนื่องจากมองว่าสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยสูงอาจดำเนินต่อไปนานกว่าที่คาด
โดย Commerzbank ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำช่วงสิ้นปีลงเหลือ 4,500 ดอลลาร์/ออนซ์ และมองว่าการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจะเกิดขึ้นได้ยาก หาก:
- ตลาดยังคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูง
- เงินทุน ETF ยังไม่กลับเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ
ภาพรวมสะท้อนว่า ทิศทางทองคำในช่วงที่เหลือของปีอาจขึ้นอยู่กับ นโยบายการเงินของ Fed มากกว่าปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว
วิเคราะห์ทางเทคนิค: GOLD

ที่มา: xStation5
ตลาดทองคำกำลังอยู่ในภาวะ ชิงไหวชิงพริบ (Sideways / Consolidation) ตลอดช่วงการซื้อขายวันนี้ โดยมีแท่งเทียนที่มี ไส้เทียนยาว (Long Wick) เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความระมัดระวังของนักลงทุนก่อนเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้
อย่างไรก็ตาม หากมองภาพรวมที่กว้างขึ้น จะเห็นว่า แนวโน้มขาลงยังคงมีความได้เปรียบเล็กน้อย โดยแรงขายสามารถเห็นได้ชัดจากแท่งเทียนขาลงที่มีแรงกดดันต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ราคาทองคำได้ หลุดลงต่ำกว่ากรอบแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น (Short-term Rising Channel) เมื่อวานนี้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ฝั่งผู้ขาย (Bears) กลับเข้ามาควบคุมตลาดอีกครั้ง
ในระยะสั้น นักลงทุนยังคงจับตาปฏิกิริยาของราคาหลังการประชุม Fed ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางถัดไปของทองคำ ผ่านการเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Yield)
FOMC Preview: คาด Fed คงดอกเบี้ย ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจน
Morning Wrap: ตลาดเอเชียเผชิญแรงขายจากผลประกอบการ SK Hynix และความตึงเครียดอิหร่าน ดอลลาร์หยุดชะลอความเคลื่อนไหวก่อนผลประชุม Fed
กระแส AI เริ่มชะลอ หลัง LVMH ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้ตลาดได้
ตลาดกาแฟเผชิญแรงกดดันจากสภาพอากาศและคลังสินค้าที่ลดลง: ความย้อนแย้งของผลผลิตบราซิลที่ทำสถิติสูงสุด