ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะประกาศผลการประชุมนโยบายการเงิน พร้อมเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจฉบับล่าสุดในวันนี้ โดยตลาดคาดว่า BoE จะ คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% และผลโหวตจะออกมา 7 ต่อ 2 เช่นเดิม
คาดว่า Huw Pill และ Megan Greene จะยังคงลงคะแนนเสียงสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า เนื่องจากกังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสัญญาณว่าสมาชิกคนอื่นจะเปลี่ยนจุดยืนในครั้งนี้
จับตาประมาณการเงินเฟ้อและการเติบโต
BoE จะเปิดเผยประมาณการใหม่ของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ โดยตลาดให้ความสำคัญกับ
- เงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรจะขึ้นสู่จุดสูงสุดเมื่อใด
- เงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่เป้าหมายได้เร็วเพียงใด
ปัจจัยที่ทำให้แนวโน้มเงินเฟ้อซับซ้อนขึ้นคือ ความผันผวนของราคาพลังงาน จากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่การกลับมาผลิตก๊าซในทะเลเหนืออาจช่วยลดความเสี่ยงด้านพลังงานของสหราชอาณาจักร ซึ่งนักลงทุนจะจับตาว่า Andrew Bailey จะกล่าวถึงประเด็นนี้หรือไม่ในการแถลงข่าว
ราคาพลังงานยังเป็นแรงกดดัน
ก่อนการประชุม
- ราคาน้ำมัน Brent เพิ่มขึ้นอีก 1.4% ในวันพฤหัสบดี กลับมายืนเหนือ 89 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ราคาน้ำมันสูงกว่าช่วงการประชุม BoE ครั้งก่อนราว 10 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ราคาก๊าซธรรมชาติสูงกว่าการประชุมเดือนมิถุนายนประมาณ 50 ดอลลาร์
ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอลดแรงกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ย
แม้ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหราชอาณาจักรสะท้อนว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว ได้แก่
- เงินเฟ้อเดือนมิถุนายนต่ำกว่าที่ BoE คาด
- ตลาดแรงงานเริ่มมีสัญญาณอ่อนตัว
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้โอกาสที่ BoE จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ลดลง
ตลาดยังคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยปลายปี
ปัจจุบัน ตลาดฟิวเจอร์สคาดว่า
- จะมี การลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
- โอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนอยู่ที่ 52%
- และเพิ่มเป็น 56% ในเดือนพฤศจิกายน
XTB มองว่าหาก BoE ยังพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ย การประชุมเดือนพฤศจิกายนมีความเป็นไปได้มากกว่า เนื่องจากจะมีข้อมูลค่าจ้างปี 2027 และนโยบายงบประมาณของรัฐบาลใหม่ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
คาด BoE ยังคงใช้นโยบาย "Active Hold"
XTB คาดว่า BoE จะยังคงจุดยืน "Active Hold" หรือคงดอกเบี้ยพร้อมเปิดทางเลือกสำหรับการดำเนินนโยบายในอนาคต เนื่องจากภาวะการเงินตึงตัวขึ้นแล้ว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 10 ปีปรับขึ้น 28 จุดพื้นฐาน ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ผลกระทบต่อตลาด: FTSE 100 ทำสถิติสูงสุดใหม่
แม้ตลาดหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกเผชิญแรงขาย
- KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงกว่า 20% ในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมา
- Nasdaq 100 ปรับตัวลงแรงหลังผลประชุม Fed
แต่ FTSE 100 กลับปรับตัวขึ้นทำ สถิติสูงสุดใหม่ และเพิ่มขึ้นกว่า 4.5% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา
แรงหนุนหลักมาจากหุ้นกลุ่ม
- พลังงาน
- อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
- สินค้าอุปโภคบริโภค
ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนในภาวะที่มีความไม่แน่นอนสูง
ในเชิงเทคนิค FTSE 100 ยังคงเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน และ 200 วัน ขณะที่โมเมนตัมยังสนับสนุนการปรับตัวขึ้น หาก BoE คงดอกเบี้ยตามคาดและส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว การประชุมครั้งนี้อาจไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดมากนัก และระดับ 11,000 จุด จะเป็นเป้าหมายสำคัญถัดไปของดัชนี FTSE 100
กราฟ: FTSE 100 ทำสถิติสูงสุดใหม่ ก่อนการประกาศผลการประชุม BoE
ที่มา: xStation
FOMC คงดอกเบี้ย ดอลลาร์อ่อนค่า หลัง Warsh ไม่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย
GOLD - ความระมัดระวังปกคลุมตลาดก่อนการประชุม Fed
FOMC Preview: คาด Fed คงดอกเบี้ย ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจน
กระแส AI เริ่มชะลอ หลัง LVMH ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้ตลาดได้