Novartis (NOVN.CH) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ซึ่งออกมาต่ำกว่าที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ยอดขายสุทธิอยู่ที่ 13.11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 1% เมื่อเทียบรายปี และต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 13.40 พันล้านดอลลาร์
กำไรจากการดำเนินงานหลัก (core operating profit) ลดลง 12% เหลือ 4.9 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ตลาดคาดไว้ราว 5.1 พันล้านดอลลาร์
สาเหตุหลักของผลประกอบการที่อ่อนแอมาจากการสูญเสียสิทธิบัตรยาสำคัญ 3 รายการ ได้แก่
- ยารักษาโรคหัวใจ Entresto ยอดขายลดลง 42% เหลือ 1.31 พันล้านดอลลาร์
- ยารักษาโรคเลือด Promacta ลดลง 66%
- ยารักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว Tasigna ลดลง 59%
โดยรวมแล้ว การแข่งขันจากยาสามัญ (generic) ทำให้รายได้หายไปประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026
แม้จะเริ่มต้นปีได้อ่อนแอ แต่ฝ่ายบริหารยังคงคาดการณ์ทั้งปีไว้เดิม โดยคาดว่ายอดขายสุทธิจะเติบโตระดับต่ำ (low single-digit growth) และกำไรจากการดำเนินงานหลักจะลดลงเล็กน้อย CFO Mukul Mehta ระบุว่าผล Q1 สอดคล้องกับแผนภายใน และคาดว่าการเติบโตจะกลับมาในครึ่งหลังของปี
บริษัทคาดหวังการเติบโตจากยารุ่นใหม่ เช่น Kisqali, Pluvicto, Kesimpta, Scemblix และ Leqvio ซึ่งจะช่วยชดเชยผลกระทบจากยาสิทธิบัตรหมดอายุบางส่วน นอกจากนี้ยังส่งสัญญาณว่าอาจปรับเพิ่มเป้าหมายระยะกลางถึงระยะยาว หลังผลการทดลองทางคลินิกสำคัญในครึ่งหลังของปี 2026 ออกมา โดยก่อนหน้านี้บริษัทตั้งเป้าเติบโตของรายได้ 5–6% ต่อปีในค่าเงินคงที่ช่วงปี 2025–2030
อีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือ นโยบายด้านราคายาของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ Donald Trump โดยเฉพาะกลไก “Most Favored Nation” ที่เชื่อมราคายาในสหรัฐฯ เข้ากับประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ CEO Vas Narasimhan เตือนว่าผลกระทบจะเริ่มชัดเจนในช่วง 18 เดือนข้างหน้า และปัจจุบันยังจำกัดอยู่ในส่วน Medicaid ซึ่งคิดเป็นเพียง 5–10% ของยอดขาย
หลังประกาศผล หุ้น Novartis ปรับตัวลงเกือบ 4% และปัจจุบันเคลื่อนไหวแทบไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบตั้งแต่ต้นปี สะท้อนมุมมองระมัดระวังของตลาดต่อช่วงการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างผลิตภัณฑ์ของบริษัทในระยะนี้
Novartis
กราฟรายวัน (D1) ของหุ้น Novartis แสดงให้เห็นถึงการชะลอตัวอย่างชัดเจนของแนวโน้มขาขึ้นระยะหลายเดือน โดยราคาปรับตัวขึ้นจากบริเวณประมาณ 88 ฟรังก์สวิส (CHF) ไปทำจุดสูงสุดเหนือ 132 CHF ในช่วงต้นปี 2026
ในวันนี้ ราคาเกิดการหลุดลงอย่างรุนแรงต่ำกว่าโซนการสะสมก่อนหน้า (consolidation zone) ส่งผลให้ราคาปรับลงมาที่ 111.18 CHF ซึ่งถือเป็นการหลุดแนวรับหลายเส้นของโครงสร้าง VWAP channel ที่เห็นบนกราฟ
สัญญาณทางเทคนิคที่สำคัญที่สุดมาจาก RSI(14) ซึ่งลดลงมาอยู่ที่ระดับ 28.63 เข้าสู่โซน oversold อย่างชัดเจน (ต่ำกว่า 30) โดยในอดีตระดับนี้เคยเกิดการรีบาวด์ขึ้นสองครั้ง (ช่วงกุมภาพันธ์และเมษายน 2025) ตามที่ระบุด้วยกรอบสีม่วงบนกราฟ
แนวรับสำคัญระยะยาวยังคงอยู่บริเวณ 97 CHF ซึ่งเป็น demand zone หลักจาก Volume Profile และเส้นแนวโน้มหลักสีดำ โดยเป็นโซนที่มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นก่อนเกิด breakout ในช่วงกลางปี 2025
ในระยะสั้น แนวรับใกล้ที่สุดอยู่ที่ประมาณ 108 CHF ขณะที่การรีบาวด์ใด ๆ จะเผชิญแนวต้านที่ 116 CHF ซึ่งเป็นจุดที่เส้น channel ด้านบนและโซนการสะสมล่าสุดมาบรรจบกัน
แหล่งที่มา: xStation
➡️ Google กำลังมุ่งเป้าไปที่สัญญาทางทหาร ตลาดกำลังรอผลประกอบการ
เรื่องราว AI ของ Microsoft ก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ตลาดกำลังจับตา Microsoft Azure และผลประกอบการ
🚩 Avid Budget ร่วงแรง หลังแรงขายและความตื่นตระหนกกดดัน จบรอบพุ่งกว่า 600% อย่างรวดเร็ว
Market Wrap: ดัชนีพยายามฟื้นตัวจากความหวังการเจรจา United States–Iran 🇪🇺 SAP พุ่งขึ้น 6% หลังประกาศผลประกอบการ 📈