เรากำลังเข้าสู่ช่วงการประกาศผลประกอบการรายไตรมาสที่ตลาดจับตามองมากที่สุดครั้งหนึ่งของฤดูกาลนี้ โดยในวันพุธ Nvidia จะประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญต่อความแข็งแกร่งของตลาดกระทิงที่ขับเคลื่อนโดยการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งหมด นักลงทุนจะไม่ได้จับตาเพียงผลประกอบการในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา แต่จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ แนวโน้มความต้องการชิปเจเนอเรชันใหม่ในอนาคต หากตัวเลขหรือคาดการณ์ใดเบี่ยงเบนจากความคาดหวังที่สูงของนักวิเคราะห์ ก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ดัชนีหลักอย่าง S&P 500 และ Nasdaq ผันผวนอย่างรุนแรง
ผลประกอบการจะประกาศหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการ ขณะที่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น สหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลข เงินเฟ้อ PCE เดือนกรกฎาคม แม้ว่าข้อมูลนี้จะประกาศล่าช้ากว่า CPI อย่างมีนัยสำคัญ แต่ในอดีตตัวเลข PCE เป็นมาตรวัดที่ผู้กำหนดนโยบายของ FOMC ให้ความสำคัญมากกว่า การประกาศครั้งนี้จึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของการประเมินมูลค่าในตลาดช่วงที่ผ่านมา หลังความพยายามแทรกแซงตลาดครั้งล่าสุดของ Scott Bessent ไม่ประสบความสำเร็จ ความน่าจะเป็นที่ตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปรับตัวสูงขึ้น โดยขณะนี้ตลาดให้น้ำหนักโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนประมาณ 40% และเดือนตุลาคมมากกว่า 60% เล็กน้อย
สิ่งที่น่าจะมีความสำคัญต่อการประเมินมูลค่ามากยิ่งกว่าคือ การประชุม Jackson Hole ซึ่งจะจัดขึ้นตั้งแต่วันพฤหัสบดีถึงวันเสาร์ โดยในวันศุกร์เวลาประมาณ 11:00 น. ตามเวลาสหราชอาณาจักร ประธาน Fed Warsh จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ดูเหมือนว่าการไม่มีแนวทางชี้นำเกี่ยวกับนโยบายในอนาคต (forward guidance) จะไม่ใช่ทางเลือกของเขา ตลาดกำลังมองหาความชัดเจน และหากไม่ได้รับความชัดเจนดังกล่าว ก็อาจเพิ่มแรงกดดันที่มีอยู่แล้วต่อ ดอลลาร์สหรัฐ ประธาน Fed ได้กล่าวว่าเขาจะมอง Jackson Hole ครั้งนี้เสมือนเป็น “หน้ากระดาษเปล่า” คำถามคือ เขาจะเลือกเขียนอะไรลงไปบนหน้านั้น
สำหรับวันนี้ค่อนข้างเงียบ โดยตลาดจะจับตา ยอดค้าปลีกของโปแลนด์เดือนกรกฎาคม ซึ่งจะประกาศเวลา 8:30 น. หลังจากตัวเลขค่าจ้างล่าสุดออกมา ความกังวลเกี่ยวกับการเกิด Second-round effects หรือผลกระทบรอบสองก็เพิ่มขึ้น ซึ่งหมายถึงการที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจากปัจจัยด้านอุปสงค์หรือการบริโภค อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะลดลงจากระดับที่แข็งแกร่งในเดือนมิถุนายนที่ +6.2% YoY
🌏 ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญ
วันศุกร์
ยูโรโซน
ดัชนี PMI เดือนสิงหาคมของยูโรโซนออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์
- ดัชนีภาคบริการทรงตัวจากเดือนกรกฎาคมที่ระดับ 51.7
- ดัชนีภาคการผลิตเร่งตัวขึ้นสู่ 52.8 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 51 เดือน
- ดัชนี PMI Composite เพิ่มขึ้นสู่ 52.1 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน
การปรับตัวขึ้นของดัชนี Composite มีสาเหตุหลักมาจากภาคการผลิตที่แข็งแกร่งขึ้น โดยแตะระดับสูงสุดในรอบ 51 เดือน
- เยอรมนี มีบทบาทสำคัญ โดย PMI ภาคการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ 54.1 สะท้อนการขยายตัวที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี
- ภาคการผลิตของเยอรมนีได้รับแรงหนุนจากความต้องการอุปกรณ์เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI และการใช้จ่ายด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้น
- ประเทศอื่น ๆ ในยูโรโซนก็ยังมีภาพรวมที่ค่อนข้างดีเช่นกัน โดยเห็นการจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และภาคบริการเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
- ข้อยกเว้นที่โดดเด่นคือ ฝรั่งเศส ซึ่งกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงหดตัว การจ้างงานลดลง ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและมุมมองต่อแนวโน้มในอนาคตก็แย่ลง
สหราชอาณาจักร
ข้อมูลเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรออกมาดีกว่าคาดเช่นกัน โดยเฉพาะภาคบริการที่ PMI เพิ่มขึ้นสู่ 52.8 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน การเติบโตได้รับแรงหนุนจากสภาพอากาศที่ดีขึ้น การลงทุนด้านเทคโนโลยี และความเชื่อมั่นของลูกค้าในตลาดภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น
- PMI Composite เพิ่มขึ้นสู่ 52.5 จุด จาก 52.2 ในเดือนกรกฎาคม สะท้อนว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3 ที่ประมาณ 0.3%
- PMI ภาคการผลิตลดลงตามคาดสู่ 51.5 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน สาเหตุหลักมาจากบริษัทต่าง ๆ ลดการสะสมสินค้าคงคลังเชิงรุก หลังจากก่อนหน้านี้เร่งสร้างสต็อกเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลาง
- ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในรอบ 4 เดือน จากราคาน้ำมัน เชื้อเพลิง การขนส่ง และวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น
- การจ้างงานในภาคบริการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1996 บริษัทต่าง ๆ รับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้นด้วยการไม่รับพนักงานใหม่มาทดแทนผู้ที่ลาออก
สหรัฐฯ
ข้อมูล PMI ของสหรัฐฯ ถือเป็นหนึ่งในตัวเลขที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุด กิจกรรมทางธุรกิจเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนสิงหาคม และดัชนี Composite เพิ่มขึ้นสู่ 56 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 52 เดือน สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเติบโตในไตรมาส 3 ที่ประมาณ 3.0% เมื่อคิดเป็นอัตรารายปี
- แรงขับเคลื่อนหลักมาจากภาคบริการ โดย PMI ภาคบริการพุ่งขึ้นสู่ 56.8 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือน
- PMI ภาคการผลิตลดลงสู่ 53.2 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน ขณะที่ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน เช่นเดียวกับสหราชอาณาจักร การชะลอตัวนี้เป็นผลจากการสะสมสินค้าคงคลังเพื่อความปลอดภัยที่ลดลงและความล่าช้าในการจัดส่ง
- ตลาดแรงงานฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยการจ้างงานเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2025 นายจ้างมีความต้องการเพิ่มจำนวนพนักงานมากขึ้น เนื่องจากความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจดีขึ้นและมีคำสั่งซื้อที่ยังรอดำเนินการจำนวนมาก
- แรงกดดันด้านราคาผ่อนคลายลง โดยอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาขายขั้นสุดท้ายชะลอลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทยังคงอยู่ในระดับสูงจากราคาพลังงาน ภาษีศุลกากร และคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน
📆 ปฏิทินเศรษฐกิจมหภาค
วันอังคาร
- เยอรมนี: GDP ไตรมาส 2 (ประมาณการครั้งที่สอง)
- เวลา: 7:00 น.
- ตัวเลขเบื้องต้น: +0.9% YoY
- เยอรมนี: ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ IFO เดือนสิงหาคม
- เวลา: 9:00 น.
- ครั้งก่อน: 86.6
- คาดการณ์: 87.2
🗂️ กำหนดการประกาศผลประกอบการ
- Gorilla Technology ($GRRR.US) – ก่อนตลาดเปิด (BMO)
- PDD Holdings ($PDD.US) – ก่อนตลาดเปิด (BMO)
- Kandi Technologies ($KNDI.US) – ก่อนตลาดเปิด (BMO)
- Anavex Life Sciences ($AVXL.US) – หลังตลาดปิด (AMC)
- Richtech Robotics ($RR.US) – หลังตลาดปิด (AMC)
- AMTD Digital ($HKD.US) – หลังตลาดปิด (AMC)
3 ตลาดที่ควรจับตา
- OIL: หลังราคาน้ำมันแตะระดับสูงสุดในรอบล่าสุดช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว และขยับเข้าใกล้ระดับเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ระดับราคาปัจจุบันทำให้การปรับขึ้นต่อไปมีความยากมากขึ้น นักลงทุนกำลังรอการประกาศจาก Scott Bessent ซึ่งคาดว่าจะเปิดเผยมาตรการที่สหรัฐฯ จะใช้เพื่อกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน
- US100: การประกาศผลประกอบการของ Nvidia ในวันพุธอาจส่งผลอย่างชัดเจนต่อดัชนีเทคโนโลยีโดยรวม และถือเป็นบททดสอบสำคัญต่อความแข็งแกร่งของตลาดกระทิงที่ขับเคลื่อนโดยการพัฒนา AI นักลงทุนจะจับตาไม่เพียงผลประกอบการในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คาดการณ์ความต้องการชิปเจเนอเรชันใหม่ในอนาคต
- EURUSD: เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว EURUSD ทะลุระดับ 1.17 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ขณะที่ความพยายามแทรกแซงจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ไม่ประสบความสำเร็จ สัปดาห์นี้ตลาดรอติดตามตัวเลข เงินเฟ้อ PCE และการกล่าวสุนทรพจน์ของประธาน Fed Warsh ในวันศุกร์
Morning Wrap: ราคาน้ำมันกำลังกลับมาปรับตัวลง?
ข่าวเด่นวันนี้ 24 ส.ค.
⚪ Silver ทดสอบ $70 พร้อมทะลุแนวต้านสำคัญ
💵EURUSD tests 1.17 due to Bessent