น้ำมันดิบ Brent เปิดสัปดาห์ใหม่ปรับตัวขึ้น โดยซื้อขายที่ระดับ 101.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (+1.81%) ทำจุดสูงสุดรายวันที่ 102.15 ดอลลาร์ ในกราฟรายวัน ราคาปรับตัวออกห่างจากเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญอย่างชัดเจน โดย EMA50 อยู่ที่ 91.66 ดอลลาร์, EMA100 ที่ 83.44 ดอลลาร์ และ EMA200 ที่ 76.83 ดอลลาร์ ซึ่งยืนยันแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ ขณะที่ RSI(14) อยู่ที่ 56.01 สะท้อนโมเมนตัมขาขึ้นระดับปานกลาง และยังไม่มีสัญญาณภาวะซื้อมากเกินไป
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์รอบช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาน้ำมัน หลังการเยือนปากีสถานและโอมาน รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน Abbas Araghchi ประกาศเดินหน้าหารือกับรัฐสุลต่านโอมานเกี่ยวกับความปลอดภัยของการเดินเรือผ่านช่องแคบ ซึ่งตลาดตีความในช่วงแรกว่าเป็นสัญญาณลดความตึงเครียด ทำให้ WTI ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดของวัน 96.68 ดอลลาร์ เหลือราว 95.35 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องระมัดระวัง เนื่องจากการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซยังเป็น “ไพ่ต่อรองหลัก” ของเตหะราน และเป็นไปได้ยากที่อิหร่านจะยอมลดบทบาทก่อนจะได้ข้อตกลงเรื่องนิวเคลียร์ ขณะเดียวกัน Donald Trump ย้ำว่าจะคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลไว้เป็นเครื่องมือกดดัน ดังนั้นการ “เปิดช่องแคบ” หากเกิดขึ้นจริง อาจเป็นเพียงสัญลักษณ์แลกกับการผ่อนคลายการปิดล้อมเท่านั้น
เหตุการณ์สำคัญของวันนี้คือการประชุม Situation Room ที่ทรัมป์เรียกขึ้น ซึ่งผลลัพธ์อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งแรงขึ้นอีกระลอก ส่วนในภาพรวมของสัปดาห์ ตลาดน้ำมันจะตอบสนองต่อการตัดสินใจของ Federal Reserve, European Central Bank และ Bank of England รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอย่าง PCE, GDP และ ISM ขณะที่ข่าวจากตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยที่อาจสร้างความผันผวนรุนแรงในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ที่ร้อนแรงอยู่แล้ว

Source: xStation
Chart of the Day 🚩 ตลาดคาด BOJ เร่งขึ้นดอกเบี้ย USDJPY มีโอกาสกลับทิศหรือไม่?
ปฏิทินเศรษฐกิจ 🗽 จับตา Retail Sales และ UoM สหรัฐฯ
กาแฟร่วง 5% บน ICE 📉 แรงขายทำกำไรถล่มตลาด แม้สต็อก Arabica ยังอยู่ในระดับต่ำ
🚩 สัญญาซื้อน้ำส้มสายพันธุ์เข้มข้น (Orange Juice Futures) ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี — รายงาน CoT บอกอะไรเรา?