ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นหลัง Donald Trump โพสต์ข้อความบน Truth Social ส่งสัญญาณว่าความตึงเครียดทางการทูตระหว่างวอชิงตันและเตหะรานอาจยืดเยื้อไปอีกระยะ โดยระบุว่าอิหร่าน “ไม่รู้วิธีลงนามข้อตกลงปลอดนิวเคลียร์” และควร “จัดการตัวเองให้เรียบร้อย” ตลาดตีความถ้อยแถลงนี้ว่า สหรัฐฯ ไม่มีท่าทีจะยอมประนีประนอมในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันดิบ Brent ฟิวเจอร์สปรับขึ้นไปแตะ 107.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยเกือบ 20% ของอุปทานน้ำมันและ LNG โลกต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ การปิดเส้นทางดังกล่าวอย่างยืดเยื้อทำให้ตลาดโลกเข้าสู่ภาวะการลดลงของสินค้าคงคลังอย่างรุนแรงที่ระดับประมาณ 11–12 ล้านบาร์เรลต่อวัน Goldman Sachs เตือนว่าตลาดน้ำมันโลกอาจเปลี่ยนจากภาวะ “เกินดุล” 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2025 ไปสู่ “ขาดดุล” ถึง 9.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 2 ของปี 2026
ถ้อยแถลงที่แข็งกร้าวของ Trump สอดคล้องกับรายงานของ Wall Street Journal ที่ระบุว่าเขาได้สั่งให้ที่ปรึกษาเตรียมแผนสำหรับการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านแบบยืดเยื้อโดยไม่มีกำหนด พร้อมปฏิเสธทั้งทางเลือกการโจมตีทางอากาศรอบใหม่และการถอนตัวจากความขัดแย้ง ขณะเดียวกัน เงื่อนไขของอิหร่านยังรวมถึงการชดเชยสงคราม การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ข้อตกลงระยะสั้นแทบเป็นไปไม่ได้
ข้อมูลล่าสุดจาก American Petroleum Institute ยืนยันว่าการปิดเส้นทางขนส่งเริ่มสะท้อนผลจริงในตลาดกายภาพ สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลง 1.79 ล้านบาร์เรลเป็นครั้งที่สองติดต่อกัน ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินลดลงมากกว่า 8.47 ล้านบาร์เรล สะท้อนการตึงตัวของอุปทานในเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรในตลาดกระดาษ
ราคาน้ำมันยังคงพุ่งขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายวันล่าสุด และกำลังเข้าใกล้จุดสูงสุดระยะสั้น หากสถานการณ์กับอิหร่านไม่ดีขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันอาจกลับไปยืนเหนือระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ในเชิงทฤษฎี
Source: xStation
สรุปตลาด: หุ้นยุโรปร่วงลงก่อนการตัดสินใจของ Fed และผลประกอบการของกลุ่ม Big Tech 📉
UAE ถอนตัวจาก OPEC จุดเปลี่ยนของเกมพลังงานโลก
ปฏิทินเศรษฐกิจ: การตัดสินใจของ Fed และรายงานผลประกอบการจาก Microsoft, Amazon, Meta และ Alphabet
Morning Wrap: สรุปข่าวเช้า - การตัดสินใจต่อเนื่องจาก Fed และ BoC พร้อมงบ Q1 ของกลุ่ม Mag7 ⚡ (29.04.2026)