ผู้นำอุตสาหกรรมกลาโหมของยุโรปอย่าง Rheinmetall ได้เผยแพร่ผลประกอบการฉบับสมบูรณ์ก่อนตลาดเปิดในวันพฤหัสบดี
สถานการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของตลาดต่อบริษัท และต่อทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมกลาโหม มีความผันผวนสูงเพียงใด แม้ว่าผลประกอบการเบื้องต้นที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้จะมีตัวเลขใกล้เคียงกับรายงานฉบับสุดท้ายเกือบทั้งหมด แต่ปฏิกิริยาของตลาดกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยในช่วงบ่าย หุ้นของบริษัทเยอรมันปรับตัวลดลงราว 2–3%
ตัวเลขทางการเงินสำคัญ
- รายได้เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.94 พันล้านยูโร (+7.7% YoY)
- กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 224 ล้านยูโร (+17% YoY) แต่ยังต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 262 ล้านยูโร
- กระแสเงินสดอิสระ (FCF) อยู่ที่ 285 ล้านยูโร สูงกว่าคาดการณ์ที่ 181 ล้านยูโร
- Operating Margin เพิ่มขึ้นเป็น 11.6% จาก 10.6% ในปีก่อน
- EPS อยู่ที่ 2.42 ยูโร ต่ำกว่าคาดการณ์ราว 2.70 ยูโร
- Backlog เพิ่มขึ้น 30% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 73 พันล้านยูโร
แม้บริษัทจะยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะด้านความสามารถในการทำกำไร แต่นักลงทุนกลับตอบสนองเชิงลบต่อยอดขายที่ต่ำกว่าคาดอย่างชัดเจน เพราะตลาดเคยคาดหวังรายได้ไว้สูงกว่า 2.1–2.2 พันล้านยูโร
แนวโน้มและเป้าหมายของบริษัท
แม้ยอดขายและกำไรจากการดำเนินงานจะต่ำกว่าคาด แต่ฝ่ายบริหารยังยืนยันในการประชุมนักวิเคราะห์ว่า เป้าหมายการเติบโตของรายได้ทั้งปีที่ 40–45% ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ประเด็นสำคัญอื่น ๆ
- นักลงทุนอาจมองบวกต่อการเริ่มเดินสายการผลิตเต็มรูปแบบของโรงงานกระสุนในเมือง Murcia
- ตลาดยังคงคาดหวังการเพิ่มขึ้นของยอดส่งมอบรถบรรทุกทางทหาร รวมถึงการขยายธุรกิจทางทะเลของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
- ฝ่ายบริหารอธิบายว่ายอดขายและผลดำเนินงานที่อ่อนแอ เป็นผลจากฐานเปรียบเทียบที่สูง และลักษณะของวัฏจักรการรับรู้รายได้ในอุตสาหกรรมกลาโหม
- อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือธุรกรรมภายในบริษัท โดยผู้บริหารระดับสูง 2 ราย รวมถึง CEO เข้าซื้อหุ้นรวมมูลค่าเกือบ 1 ล้านยูโร
บทสรุป
ในอดีต ไตรมาสแรกมักเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุดของ Rheinmetall ซึ่งไม่ได้สะท้อนถึงการขาดความต้องการ แต่เป็นผลจากจังหวะการส่งมอบและรับรู้รายได้ของสัญญาทางทหาร การที่ Backlog ทำสถิติสูงสุดใหม่ พร้อมกับ Margin ที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อประสิทธิภาพและแนวโน้มระยะยาวของบริษัท ขณะที่ยอดขายที่ต่ำกว่าคาด อาจเป็นเพียงสัญญาณชั่วคราวของการชะลอตัวเท่านั้น
ธุรกรรมซื้อหุ้นของผู้บริหารภายในยังสะท้อนมุมมองนี้ได้ชัดเจน เพราะในตลาดหุ้น “การขาย” อาจมีได้หลายเหตุผล แต่ “การซื้อ” มักมีเหตุผลเดียว คือผู้บริหารเชื่อว่าหุ้นยังมีมูลค่าที่น่าสนใจในระยะยาว
RHM.DE (D1)
บนกราฟ ราคาหุ้นยังคงเคลื่อนไหวอยู่บริเวณด้านล่างของกรอบการสะสมระยะยาว โดยในอดีต ระดับราคาปัจจุบันถือว่าเข้าใกล้โซนสำคัญที่มักเกิดแรงรีบาวด์ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจาก RSI ซึ่งก่อนหน้านี้เคยส่งสัญญาณให้ราคากลับขึ้นไปทดสอบกรอบบนของช่วง Sideway ได้หลายครั้ง
ในมุมมองทางเทคนิค สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือเส้น EMA100 และ EMA200 ซึ่งจะเป็นแนวชี้วัดสำคัญว่าราคาจะสามารถกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นได้หรือไม่
ที่มา: xStation5
ARM Holdings เข้าใกล้ศูนย์กลางของการปฏิวัติ AI มากขึ้น — ผลประกอบการที่แข็งแกร่งอาจไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับตลาด
Market wrap 🚨 น้ำมันร่วงหลุดระดับ $100 หนุนความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ
เทรดเด่นวันนี้: EUR/USD ปรับตัวขึ้น แต่ยังคงเป็นเกมของความคาดหวัง ไม่ใช่แนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน
โครนเนอร์นอร์เวย์ (NOK) พุ่งขึ้น หลังธนาคารกลางนอร์เวย์ (Norges Bank) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย