หนึ่งในนักลงทุนรายสำคัญและผู้ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากกระแส AI อย่างเต็มที่อย่าง SoftBank จากญี่ปุ่น ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026
แม้ว่ารายได้จะเติบโตสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลงอย่างชัดเจนหลังการประกาศผลประกอบการ โดยร่วงลงมากกว่า 4%
สาเหตุหลักมาจากการเสื่อมลงอย่างมีนัยสำคัญ ไม่เพียงแค่ในด้าน กำไรสุทธิ (Headline Profit) แต่ยังรวมถึง คุณภาพของกำไร ที่ตลาดเริ่มตั้งคำถาม
นักลงทุนให้ความสนใจมากขึ้นว่า การเติบโตของ SoftBank ในยุค AI นั้นสามารถเปลี่ยนเป็นผลตอบแทนที่ยั่งยืนได้หรือไม่ ท่ามกลางการลงทุนขนาดใหญ่ในบริษัทเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน AI
วิเคราะห์ทางเทคนิค SoftBank (กราฟ D1)
แม้ Valuation จะมีความผันผวนสูง แต่แนวโน้มขาขึ้นยังคงดำเนินต่อไป โดยแรงซื้อสามารถกลับมาได้อย่างรวดเร็วเหนือเส้น EMA200 ในช่วงการปรับฐาน 2 ครั้งล่าสุด
ที่มา: xStation5
ข้อมูลทางการเงิน
- รายได้ (Revenue): อยู่ที่ 2.02 ล้านล้านเยน เทียบกับคาดการณ์ตลาดที่ประมาณ 1.92 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)
- กำไรขั้นต้น (Gross Profit): เพิ่มขึ้นเป็น 1.05 ล้านล้านเยน สูงกว่าคาดการณ์ที่ประมาณ 955 พันล้านเยน และเติบโตประมาณ 10% YoY
- กำไรสุทธิ (Net Profit): เป็นจุดที่บริษัทแสดงถึงความอ่อนแอ และเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้ง โดยลดลงเหลือ 347.3 พันล้านเยน จาก 421.8 พันล้านเยน ในปีก่อนหน้า หรือลดลงมากกว่า 17%
รายละเอียดเบื้องหลังผลประกอบการคือปัจจัยสำคัญ
การประเมินมูลค่าที่แท้จริงและการวัด “กำไรที่แท้จริง” เมื่อเทียบกับมูลค่าหุ้นนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อน โดยเฉพาะสำหรับบริษัทลงทุนอย่าง SoftBank
การที่บริษัทลงทุน หรือพยายามเพิ่มการเปิดรับต่อธีม AI ไม่ได้ทำให้การประเมินดังกล่าวง่ายขึ้นแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เมื่อแยกองค์ประกอบของผลประกอบการออกมา จะเห็นภาพของกำไรที่มีคุณภาพลดลงมากขึ้น
ปัญหาหลักอยู่ที่การเพิ่มขึ้นอย่างมากของ ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (Selling & Administrative Expenses) รวมถึงต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของค่าเงิน
- ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นเกือบ 70% YoY แตะระดับ 1.28 ล้านล้านเยน
- ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า อยู่ที่ 328 พันล้านเยน
กำไรของ SoftBank กำลังเผชิญแรงกดดันจากสองด้าน
ปัจจุบันกำไรของ SoftBank กำลังได้รับผลกระทบจากแรงกดดันสองด้าน:
- ด้านหนึ่ง บริษัทต้องรับภาระเต็มรูปแบบจากกลยุทธ์ทางธุรกิจของตนเอง รวมถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจ AI Computing
- อีกด้านหนึ่ง ความผันผวนอย่างรุนแรงของค่าเงินเยน ทำให้ต้นทุนการป้องกันความเสี่ยง (Hedging Costs) กดดันอัตรากำไรและผลตอบแทน
ผลกระทบดังกล่าวสะท้อนให้เห็นจากรายได้ในกลุ่มธุรกิจดังกล่าว ซึ่ง:
- เพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อวัดในสกุลดอลลาร์สหรัฐ
- แต่เพิ่มขึ้นเพียง 17% เมื่อแปลงกลับเป็นเงินเยน
NAV และ LTV ยังไม่สะท้อนความกังวลด้านหนี้ AI
ตัวชี้วัดสำคัญสำหรับบริษัทลงทุนอย่าง
- มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Net Asset Value: NAV)
- อัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าสินทรัพย์ (Loan-to-Value: LTV)
ไม่ได้สะท้อนโดยตรงถึงระดับกำไร แต่ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ความกังวลบางส่วนเกี่ยวกับแรงกดดันจากเจ้าหนี้ที่มีต่อบริษัท AI อาจไม่ได้สอดคล้องกับข้อมูลจริง
แม้ SoftBank จะยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของธีม AI แต่ผลประกอบการล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า การมีส่วนร่วมกับกระแส AI เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากต้นทุนทางการเงินและคุณภาพของกำไรยังคงถูกกดดัน


ที่มา: SoftBank Group Corp.
NAV (Net Asset Value) หรือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่านับตั้งแต่สิ้นไตรมาส 3 ปี 2025 โดยแตะระดับประมาณ 70 ล้านล้านเยน
ขณะเดียวกัน LTV (Loan-to-Value Ratio) ลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 20% เหลือประมาณ 13%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้มูลค่าสินทรัพย์ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ระดับหนี้สินและการใช้ Leverage ยังคงอยู่ในระดับต่ำ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้มูลค่าการลงทุนของ SoftBank จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่การเติบโตดังกล่าวกลับไม่ได้แปลงเป็นกำไรที่แท้จริงให้กับบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
นี่เป็นสัญญาณลบต่ออุตสาหกรรม AI หรือไม่?
ผลประกอบการของ SoftBank ที่อ่อนแอ หรืออย่างน้อยต่ำกว่าความคาดหวัง ไม่จำเป็นต้องหมายความว่า AI กำลังล้มเหลว หรือแม้แต่ SoftBank เองกำลังประสบปัญหาเชิงโครงสร้าง
ผลลัพธ์ที่อ่อนแอของ SoftBank อาจเป็นผลมาจาก การตัดสินใจลงทุนเฉพาะของบริษัทและพอร์ตการลงทุนของตนเอง มากกว่าที่จะสะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมทั้งหมด
ผลประกอบการที่ไม่โดดเด่นของ SoftBank อาจสะท้อนถึง
- การจัดสรรเงินลงทุนที่ไม่เหมาะสม (Misallocation)
- การกระจุกตัวของพอร์ตลงทุนมากเกินไป (Excessive Concentration)
ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกิดจากกลยุทธ์ของ SoftBank เอง ไม่ใช่ปัญหาของตลาด AI โดยรวม
แม้ในกรณีของ SoftBank การลดลงของความสามารถในการทำกำไรไม่ได้หมายความว่าแนวคิดการลงทุนใน AI จะล้มเหลว
โดยทั่วไป บริษัทลงทุนมักมีกรอบเวลาการลงทุนระยะยาว และสามารถยอมรับช่วงเวลาที่กำไรลดลงหรือขาดทุนเป็นระยะได้ ตราบใดที่กลยุทธ์การลงทุนยังมีเหตุผลรองรับในระยะยาว
ดังนั้น คำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนจึงไม่ใช่เพียงว่า “AI ยังเติบโตหรือไม่” แต่คือ “SoftBank สามารถเปลี่ยนมูลค่าการลงทุนใน AI ให้กลายเป็นผลตอบแทนที่แท้จริงได้หรือไม่”
Nasdaq 100 เผชิญแรงขายต่อเนื่อง 🚩 SanDisk ร่วงหนัก 10% หลังงบต่ำกว่าคาด กดดันหุ้นชิป
Stock of the Week: Arista Networks — บริษัทเทคโนโลยีระดับรอง แต่ผลประกอบการระดับชั้นนำ
mFlusiva ผ่านฉลุย แต่หุ้น Moderna ยังร่วง 📉 ตลาดกำลังกังวลอะไร?
ประเด็นเด่นตลาดวันนี้ 7 ส.ค.