10:26 · 7 สิงหาคม 2026

ผลประกอบการ SoftBank: แค่ Intel และ AI ยังไม่เพียงพอ?

หนึ่งในนักลงทุนรายสำคัญและผู้ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากกระแส AI อย่างเต็มที่อย่าง SoftBank จากญี่ปุ่น ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026

แม้ว่ารายได้จะเติบโตสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลงอย่างชัดเจนหลังการประกาศผลประกอบการ โดยร่วงลงมากกว่า 4%

สาเหตุหลักมาจากการเสื่อมลงอย่างมีนัยสำคัญ ไม่เพียงแค่ในด้าน กำไรสุทธิ (Headline Profit) แต่ยังรวมถึง คุณภาพของกำไร ที่ตลาดเริ่มตั้งคำถาม

นักลงทุนให้ความสนใจมากขึ้นว่า การเติบโตของ SoftBank ในยุค AI นั้นสามารถเปลี่ยนเป็นผลตอบแทนที่ยั่งยืนได้หรือไม่ ท่ามกลางการลงทุนขนาดใหญ่ในบริษัทเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน AI

วิเคราะห์ทางเทคนิค SoftBank (กราฟ D1)

 

แม้ Valuation จะมีความผันผวนสูง แต่แนวโน้มขาขึ้นยังคงดำเนินต่อไป โดยแรงซื้อสามารถกลับมาได้อย่างรวดเร็วเหนือเส้น EMA200 ในช่วงการปรับฐาน 2 ครั้งล่าสุด
ที่มา: xStation5

ข้อมูลทางการเงิน

  • รายได้ (Revenue): อยู่ที่ 2.02 ล้านล้านเยน เทียบกับคาดการณ์ตลาดที่ประมาณ 1.92 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)
  • กำไรขั้นต้น (Gross Profit): เพิ่มขึ้นเป็น 1.05 ล้านล้านเยน สูงกว่าคาดการณ์ที่ประมาณ 955 พันล้านเยน และเติบโตประมาณ 10% YoY
  • กำไรสุทธิ (Net Profit): เป็นจุดที่บริษัทแสดงถึงความอ่อนแอ และเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้ง โดยลดลงเหลือ 347.3 พันล้านเยน จาก 421.8 พันล้านเยน ในปีก่อนหน้า หรือลดลงมากกว่า 17%

รายละเอียดเบื้องหลังผลประกอบการคือปัจจัยสำคัญ

การประเมินมูลค่าที่แท้จริงและการวัด “กำไรที่แท้จริง” เมื่อเทียบกับมูลค่าหุ้นนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อน โดยเฉพาะสำหรับบริษัทลงทุนอย่าง SoftBank

การที่บริษัทลงทุน หรือพยายามเพิ่มการเปิดรับต่อธีม AI ไม่ได้ทำให้การประเมินดังกล่าวง่ายขึ้นแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เมื่อแยกองค์ประกอบของผลประกอบการออกมา จะเห็นภาพของกำไรที่มีคุณภาพลดลงมากขึ้น

ปัญหาหลักอยู่ที่การเพิ่มขึ้นอย่างมากของ ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (Selling & Administrative Expenses) รวมถึงต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของค่าเงิน

  • ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นเกือบ 70% YoY แตะระดับ 1.28 ล้านล้านเยน
  • ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า อยู่ที่ 328 พันล้านเยน

กำไรของ SoftBank กำลังเผชิญแรงกดดันจากสองด้าน

ปัจจุบันกำไรของ SoftBank กำลังได้รับผลกระทบจากแรงกดดันสองด้าน:

  • ด้านหนึ่ง บริษัทต้องรับภาระเต็มรูปแบบจากกลยุทธ์ทางธุรกิจของตนเอง รวมถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจ AI Computing
  • อีกด้านหนึ่ง ความผันผวนอย่างรุนแรงของค่าเงินเยน ทำให้ต้นทุนการป้องกันความเสี่ยง (Hedging Costs) กดดันอัตรากำไรและผลตอบแทน

ผลกระทบดังกล่าวสะท้อนให้เห็นจากรายได้ในกลุ่มธุรกิจดังกล่าว ซึ่ง:

  • เพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อวัดในสกุลดอลลาร์สหรัฐ
  • แต่เพิ่มขึ้นเพียง 17% เมื่อแปลงกลับเป็นเงินเยน

NAV และ LTV ยังไม่สะท้อนความกังวลด้านหนี้ AI

ตัวชี้วัดสำคัญสำหรับบริษัทลงทุนอย่าง

  • มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Net Asset Value: NAV)
  • อัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าสินทรัพย์ (Loan-to-Value: LTV)

ไม่ได้สะท้อนโดยตรงถึงระดับกำไร แต่ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ความกังวลบางส่วนเกี่ยวกับแรงกดดันจากเจ้าหนี้ที่มีต่อบริษัท AI อาจไม่ได้สอดคล้องกับข้อมูลจริง

แม้ SoftBank จะยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของธีม AI แต่ผลประกอบการล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า การมีส่วนร่วมกับกระแส AI เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากต้นทุนทางการเงินและคุณภาพของกำไรยังคงถูกกดดัน

ที่มา: SoftBank Group Corp.

NAV (Net Asset Value) หรือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่านับตั้งแต่สิ้นไตรมาส 3 ปี 2025 โดยแตะระดับประมาณ 70 ล้านล้านเยน

ขณะเดียวกัน LTV (Loan-to-Value Ratio) ลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 20% เหลือประมาณ 13%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้มูลค่าสินทรัพย์ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ระดับหนี้สินและการใช้ Leverage ยังคงอยู่ในระดับต่ำ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้มูลค่าการลงทุนของ SoftBank จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่การเติบโตดังกล่าวกลับไม่ได้แปลงเป็นกำไรที่แท้จริงให้กับบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ


นี่เป็นสัญญาณลบต่ออุตสาหกรรม AI หรือไม่?

ผลประกอบการของ SoftBank ที่อ่อนแอ หรืออย่างน้อยต่ำกว่าความคาดหวัง ไม่จำเป็นต้องหมายความว่า AI กำลังล้มเหลว หรือแม้แต่ SoftBank เองกำลังประสบปัญหาเชิงโครงสร้าง

ผลลัพธ์ที่อ่อนแอของ SoftBank อาจเป็นผลมาจาก การตัดสินใจลงทุนเฉพาะของบริษัทและพอร์ตการลงทุนของตนเอง มากกว่าที่จะสะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมทั้งหมด

ผลประกอบการที่ไม่โดดเด่นของ SoftBank อาจสะท้อนถึง

  • การจัดสรรเงินลงทุนที่ไม่เหมาะสม (Misallocation)
  • การกระจุกตัวของพอร์ตลงทุนมากเกินไป (Excessive Concentration)

ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกิดจากกลยุทธ์ของ SoftBank เอง ไม่ใช่ปัญหาของตลาด AI โดยรวม

แม้ในกรณีของ SoftBank การลดลงของความสามารถในการทำกำไรไม่ได้หมายความว่าแนวคิดการลงทุนใน AI จะล้มเหลว

โดยทั่วไป บริษัทลงทุนมักมีกรอบเวลาการลงทุนระยะยาว และสามารถยอมรับช่วงเวลาที่กำไรลดลงหรือขาดทุนเป็นระยะได้ ตราบใดที่กลยุทธ์การลงทุนยังมีเหตุผลรองรับในระยะยาว

ดังนั้น คำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนจึงไม่ใช่เพียงว่า “AI ยังเติบโตหรือไม่” แต่คือ “SoftBank สามารถเปลี่ยนมูลค่าการลงทุนใน AI ให้กลายเป็นผลตอบแทนที่แท้จริงได้หรือไม่”

เปิดบัญชีฟรี

เปิดบัญชีของคุณได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยาก การฝากและถอนเงินโดยไม่มีค่าธรรมเนียม

เปิดบัญชี  ดาวน์โหลดแอป 
7 สิงหาคม 2026, 10:29

Nasdaq 100 เผชิญแรงขายต่อเนื่อง 🚩 SanDisk ร่วงหนัก 10% หลังงบต่ำกว่าคาด กดดันหุ้นชิป

7 สิงหาคม 2026, 10:04

Stock of the Week: Arista Networks — บริษัทเทคโนโลยีระดับรอง แต่ผลประกอบการระดับชั้นนำ

7 สิงหาคม 2026, 09:37

mFlusiva ผ่านฉลุย แต่หุ้น Moderna ยังร่วง 📉 ตลาดกำลังกังวลอะไร?

7 สิงหาคม 2026, 09:33

ประเด็นเด่นตลาดวันนี้ 7 ส.ค.

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก