คู่เงิน USDJPY ร่วงลงแรงจากบริเวณ 157.70 สู่ระดับประมาณ 155.03 หลังเผชิญแรงซื้อเยนอย่างรวดเร็ว ซึ่งตลาดตีความว่าเป็นการแทรกแซงอีกครั้งจากทางการญี่ปุ่น
สัญญาณแทรกแซงชัดเจน
จังหวะของการเคลื่อนไหวสอดคล้องกับรูปแบบเดิม:
- สภาพคล่องต่ำช่วงวันหยุดญี่ปุ่น
- ช่วงเปลี่ยนผ่านจากตลาดเอเชีย → ยุโรป
ซึ่งเป็นช่วงที่ “เงินทางการ” สามารถสร้างผลกระทบต่อราคาได้มาก
ในจุดสูงสุดของการเคลื่อนไหว
- เยนแข็งค่าราว 2%
- แตะระดับแข็งสุดนับตั้งแต่ 24 ก.พ. 2026
หลัง Satsuki Katayama ออกมาเตือนเกี่ยวกับการเก็งกำไรในตลาด FX
การแทรกแซงต่อเนื่อง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก
สัปดาห์ก่อน
- Bank of Japan เผยข้อมูลที่บ่งชี้ว่า
- ญี่ปุ่นอาจใช้เงินถึง 5.48 ล้านล้านเยน (~35 พันล้านดอลลาร์)
เพื่อพยุงค่าเงิน หลัง USDJPY ทะลุ 160
👉 สัญญาณสำคัญ:
Ministry of Finance Japan ไม่ได้แค่ “เตือน” อีกต่อไป
แต่เริ่ม “ลงมือจริง” เพื่อจำกัดการอ่อนค่าของเยน โดยเฉพาะโซน 158–160
อย่างไรก็ตาม
การรีบาวด์เร็วหลังการแทรกแซงก่อนหน้า
ชี้ให้เห็นว่ามาตรการนี้ “ซื้อเวลา” มากกว่าจะเปลี่ยนเทรนด์หลัก
ปัจจัยพื้นฐานยังไม่เอื้อ
แรงกดดันต่อเยนยังคงอยู่จาก:
- ส่วนต่างดอกเบี้ย US–Japan ที่กว้าง
- การพึ่งพาการนำเข้าพลังงานของญี่ปุ่น
- ความตึงเครียดในช่องแคบ Hormuz
👉 ปัจจัยเหล่านี้ยังคงหนุน USD และกดดัน JPY
ปัจจัยบวกชั่วคราว
Sentiment ที่ดีขึ้นจากโอกาสข้อตกลง US–Iran
→ กดราคาน้ำมันลง
→ ลดแรงกดดันต่อญี่ปุ่น
แต่หากปัจจัยนี้ไม่ต่อเนื่อง
หรือ Bank of Japan ไม่ปรับนโยบายไปทาง Hawkish มากขึ้น
👉 นักลงทุนอาจยังคง “ขายเยน” ต่อ
สรุป
- การแทรกแซงกำลังเกิดขึ้นจริงและถี่ขึ้น
- แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเทรนด์ขาลงของเยนได้
👉 ตลาดกำลังเข้าสู่ “เกมระหว่างนโยบาย vs เทรนด์”
และคำถามคือ:
ญี่ปุ่นจะ “สู้ได้นานแค่ไหน” กับแรงกดดันจากตลาดโลก

ข่าวเด่นวันนี้ 6 พ.ค.
ผู้ที่ได้รับประโยชน์แบบไม่คาดคิดจากกระแส AI: Caterpillar
BREAKING: ข้อมูล ISM ของสหรัฐฯ เปิดทางให้ FED มีแนวโน้มใช้นโยบายผ่อนคลายมากขึ้น 💡
Czechoslovak Group: ผู้ผลิตอาวุธระดับตำนานถูกตั้งข้อสงสัยและเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข้อกล่าวหาใหม่ ๆ