ตลาดน้ำมันกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่มีความผันผวนอย่างรุนแรงในขณะนี้ การผสมผสานระหว่างข้อมูลสต็อกน้ำมันสหรัฐฯ ที่ต่ำอย่างน่าตกใจ และความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ได้ผลักดันให้ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นมากกว่า 5% ภายในวันเดียว ส่งราคาเข้าใกล้โซนแนวต้านสำคัญในรอบหลายเดือน ตามรายงานล่าสุดของ Axios ระบุว่า Donald Trump ปฏิเสธข้อเสนอจากอิหร่าน ยืนยันการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และระบุว่าอาจพิจารณาใช้ปฏิบัติการทางทหาร หากอิหร่านไม่ดำเนินการ
ในเชิงมูลค่า เรากำลังเห็นการปรับขึ้นที่มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน และในเชิงเปอร์เซ็นต์มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน แม้ว่าระดับราคาปัจจุบันจะดูสูง แต่ควรสังเกตว่ามีการเกิดภาวะ backwardation อย่างรุนแรงในตลาดฟิวเจอร์ส ซึ่งหมายความว่าหากไม่มีปัจจัยนี้ ราคาน้ำมันจริงอาจสูงกว่านี้มาก
การลดลงอย่างมหาศาลของสต็อกน้ำมันสหรัฐฯ
รายงานล่าสุดจาก EIA แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตลาดน้ำมันจริงกำลังตึงตัวอย่างรวดเร็ว สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงถึง 6.23 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือว่ารุนแรงมากเมื่อเทียบกับคาดการณ์ที่ลดลงเพียง 0.23 ล้านบาร์เรล
ผลิตภัณฑ์กลั่นได้รับผลกระทบหนักยิ่งกว่า:
- น้ำมันเบนซิน: ลดลง 6.07 ล้านบาร์เรล (คาดการณ์ -2.1 ล้าน)
- ดีสทิเลต: ลดลง 4.49 ล้านบาร์เรล (คาดการณ์ -2.1 ล้าน)
การลดลงอย่างรุนแรงนี้สะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังหันไปพึ่งพาทรัพยากรของสหรัฐฯ อย่างหนัก เพื่ออุดช่องว่างด้านอุปทานท่ามกลางความปั่นป่วนทั่วโลก ที่สำคัญ สัญญาส่งมอบเดือนธันวาคมได้ทะลุระดับ 80 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก แสดงให้เห็นว่าตลาดเริ่มหมดความเชื่อมั่นต่อการแก้ไขปัญหาอุปทานในระยะสั้น
ภูมิรัฐศาสตร์: Trump กับ сценарيو “ปิดล้อมอิหร่าน”
แรงขับเคลื่อนหลักของการปรับขึ้นในครั้งนี้ ไม่ได้มาจากข้อมูลเชิงสถิติเท่านั้น แต่ยังมาจากรายงานจากวอชิงตัน รัฐบาลของ Donald Trump ได้หารือกับผู้แทนภาคอุตสาหกรรมน้ำมันเกี่ยวกับการขยายเวลาการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีข้อมูลหลุดออกมาว่าอาจยืดเยื้อเป็นเวลาหลายเดือน
ภาพของการ “ปิดล้อม” อิหร่านเป็นเวลานาน ซึ่งจะตัดเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อฝั่งอุปทาน ตลาดกำลังสะท้อนความเป็นไปได้ที่น้ำมันจากตะวันออกกลางอาจถูกจำกัดในระยะยาว โดยวางตำแหน่งให้สหรัฐฯ กลายเป็นผู้จัดหาหลัก แต่ก็อยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก
ราคาน้ำมัน Brent ล่าสุดปรับขึ้น 6% สู่ระดับ 110.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7.15% สู่ระดับ 106.70 ดอลลาร์
วิเคราะห์ทางเทคนิค: มุ่งสู่โซนสุดขั้ว
ราคาน้ำมัน WTI กำลังเข้าใกล้โซนแนวต้านสำคัญระหว่าง 105–110 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว
Bullish Scenario:
หากราคาทะลุระดับ 106.80 ดอลลาร์ (ระดับปิดแท่งจากต้นเดือนมีนาคม) จะเปิดทางสู่จุดสูงสุดของปีบริเวณ 117–119 ดอลลาร์ โมเมนตัมยังคงอยู่ฝั่งขาขึ้น โดยมีเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 ชั่วโมงเป็นแนวรับสำคัญ ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ย 50 ช่วงเวลาเพิ่งถูกทะลุเพียงชั่วคราว
Bearish Scenario:
หากเกิดแรงขายในโซนปัจจุบัน อาจนำไปสู่การย่อตัว โดยมีเป้าหมายแรกบริเวณ 98–100 ดอลลาร์

ข่าวเด่นวันนี้ 30 เม.ย.
🔴 การแถลงข่าว Fed: Powell ยังคงดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะผู้ว่าการ
⬇️ US500 เผชิญการปรับฐานแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม
เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม 📌 EURUSD ย่อตัวลงต่อเนื่องต่ำกว่า 1.1700 📉