ตลาดการเงิน (ดัชนีหุ้น, ค่าเงิน และสินค้าโภคภัณฑ์)
🇪🇺 ฟิวเจอร์สยุโรปฟื้นตัว แต่ความแตกต่างระหว่างภูมิภาคยังชัดเจน
ดัชนีฟิวเจอร์สยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น นำโดย Euro Stoxx 50 (EU50: +0.82%) ขณะที่ ฝรั่งเศส (FRA40: +0.63%) และ เยอรมนี (DE40: +0.52%) ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ตลาดรอบนอกยังเผชิญแรงกดดัน โดย IBEX 35 ของสเปน (SPA35: -0.66%) และ WIG20 ของโปแลนด์ (W20: -1.30%) ปรับตัวลงมากที่สุดในภูมิภาค
Euro Stoxx 50 เคลื่อนไหวแตกต่างกันตามกลุ่มอุตสาหกรรม
ตลาดยุโรปยังคงเผชิญภาวะกระจัดกระจาย โดยหุ้นกลุ่ม อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี เป็นผู้นำการปรับตัวขึ้น นำโดย Airbus (+2.43%), Schneider Electric (+2.18%) และ Infineon (+3.57%)
ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่ม สินค้าอุปโภคบริโภคและวัสดุพื้นฐาน เผชิญแรงขายอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ และ BASF (-3.29%) ที่กดดันดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ
FX — ดอลลาร์พุ่งหลัง Fed ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (USDIDX +0.3%) ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 หลัง Dot Plot ของ Fed ส่งสัญญาณ Hawkish มากกว่าคาด และคำกล่าวของ Donald Trump ที่เปิดทางให้มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
สกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในวันนี้ ได้แก่
• USDSEK +1.0%
• USDNOK +1.0%
• USDCHF +0.7%
ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าต่อเนื่องหลัง BoE คงอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ GBPUSD -0.5% ส่วน EURUSD ลดลง 0.35% สู่ระดับ 1.1460
พลังงาน — น้ำมันอ่อนตัว ขณะที่ก๊าซธรรมชาติปรับขึ้น
ราคาน้ำมันดิบยังคงเผชิญแรงกดดันจากการลดลงของความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ โดย Brent Crude (OIL) ลดลง 0.35% สู่ 74.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้าน Natural Gas (NATGAS) ปรับตัวขึ้น 1.4%
โลหะมีค่า — ดอลลาร์แข็งค่ากดดันทองคำและเงิน
โลหะมีค่าปรับตัวลงทั่วกระดาน จากแรงกดดันของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นและการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ
• Gold (GOLD) ลดลง 0.3% สู่ 4,244 ดอลลาร์/ออนซ์
• Silver (SILVER) ร่วงแรง 1.5% สู่ 66.91 ดอลลาร์/ออนซ์
ภาพรวมตลาดวันนี้: เงินดอลลาร์ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่โดดเด่นที่สุด หลัง Fed ส่งสัญญาณเข้มงวดกว่าคาด ขณะที่ทองคำ โลหะมีค่า และสกุลเงินหลักส่วนใหญ่เผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง ส่วนตลาดหุ้นยุโรปยังเคลื่อนไหวแบบคละทิศทางจากความแตกต่างของผลประกอบการและภาวะเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ
📊 USD แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (USDIDX) ในกรอบเวลารายสัปดาห์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 โดยได้รับแรงหนุนจาก Dot Plot ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่มีท่าทีเข้มงวดมากกว่าคาด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเกือบครึ่งหนึ่งของผู้กำหนดนโยบายยังมองว่ามีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมก่อนสิ้นปี 2026
การแข็งค่าของดอลลาร์ยังคงกดดันราคาทองคำ (GOLD) อย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสองสินทรัพย์ยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม
ที่มา: xStation5
🏢 ข่าวบริษัทเด่น
✈️ Airbus ปรับตัวขึ้นสวนภาวะเศรษฐกิจ หลังถูกอัปเกรดคำแนะนำ
หุ้น Airbus ปรับตัวขึ้น 2.8% สู่ระดับ 192.24 ยูโร หลัง Kepler Cheuvreux ปรับคำแนะนำเป็น "Buy" พร้อมราคาเป้าหมายที่ 212 ยูโร
นักวิเคราะห์มองว่าการลดลงของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนน้ำมันที่ต่ำลงจะช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมการบิน ขณะที่ปัจจัยบวกระยะยาวมาจากการที่ Qantas นำเครื่องบิน A350 มาใช้ในเส้นทางบินระยะไกลพิเศษ รวมถึงการลงทุนด้านลีสซิ่งเครื่องบินมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์จาก KKR
🚗 หุ้นยานยนต์ยังถูกเทขายต่อ หลัง BMW ส่งสัญญาณเตือนกำไร
แรงกดดันในกลุ่มยานยนต์ยุโรปยังคงรุนแรง หลัง BMW ร่วง 4.23% สู่ 59.61 ยูโร จากการออกคำเตือนกำไร โดยระบุว่าตลาดจีนชะลอตัวรุนแรงกว่าคาด
ผลกระทบลุกลามไปยังทั้งอุตสาหกรรม:
• Mercedes-Benz -4.56%
• Stellantis -3.65%
• Volkswagen -2.45%
แม้ Volkswagen จะจัดประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีแบบออนไลน์ แต่ก็ไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้
🛒 Carrefour ดิ่งแรง หลัง JPMorgan ส่งสัญญาณลบ
- หุ้น Carrefour ร่วง 6.5% สู่ 15.38 ยูโร หลัง JPMorgan นำบริษัทเข้าสู่รายชื่อ Negative Catalyst Watch ก่อนประกาศผลประกอบการเดือนกรกฎาคม พร้อมคงคำแนะนำ "Sell"
- นักวิเคราะห์กังวลว่ากำไรครึ่งปีแรกอาจถูกปรับลดลง ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในฝรั่งเศส และบรรยากาศการลงทุนแบบหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั่วโลก
💳 Edenred พุ่งกว่า 16% หลังมีข่าวลือการเข้าซื้อกิจการ
- หุ้น Edenred ทะยานกว่า 16% แตะ 24.07 ยูโร หลังมีรายงานว่า BC Partners บริษัทไพรเวทอิควิตี้จากสหราชอาณาจักรกำลังพิจารณายื่นข้อเสนอซื้อกิจการ
- นักวิเคราะห์มองว่า Edenred มีจุดแข็งจากกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและภาระหนี้ต่ำ ทำให้เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจ แม้ยังมีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบอยู่บ้าง
💄 L'Oréal รุกตลาดอินเดียต่อเนื่อง ผ่านการเข้าซื้อ Innovist
- L'Oréal บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ใน Innovist บริษัทเจ้าของแบรนด์ความงามชื่อดังของอินเดียอย่าง Bare Anatomy และ Chemist at Play
- ดีลนี้จะช่วยให้ L'Oréal เข้าถึงตลาดความงามอินเดียมูลค่ากว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ได้โดยตรง และเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค
🛍️ Tesco ปรับตัวลง หลังยอดขายไตรมาสแรกต่ำกว่าคาด
- หุ้น Tesco ลดลงกว่า 2.5% สู่ 445 เพนนี หลังรายงานยอดขายสาขาเดิมในสหราชอาณาจักรเติบโตเพียง 1.8% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์
- แรงกดดันมาจากเงินเฟ้อด้านอาหารที่ชะลอตัวและสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าส่ง Booker
- อย่างไรก็ตาม บริษัทคงเป้าหมายกำไรจากการดำเนินงานปี FY26/27 ไว้ที่ 3.0–3.3 พันล้านปอนด์ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากยอดขายในไอร์แลนด์ที่เติบโต 3.3% และยอดสั่งซื้อออนไลน์ที่พุ่งขึ้น 17.4%
📌 สรุป: ตลาดยุโรปยังถูกขับเคลื่อนด้วยความแตกต่างรายอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน โดยหุ้นการบินและเทคโนโลยีได้รับแรงหนุน ขณะที่กลุ่มยานยนต์ยังเผชิญแรงขายต่อเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนและแนวโน้มกำไรที่อ่อนแอลง
เศรษฐกิจและการเมือง
ความผันผวนของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี Stoxx 50
ตลาดหุ้นยุโรปวันนี้เคลื่อนไหวแตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป็นผู้นำการปรับตัวขึ้น ขณะที่กลุ่มยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค และวัสดุพื้นฐานเผชิญแรงขายหนัก ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่
ที่มา: XTB Research
สหรัฐฯ และอิหร่านลงนามข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้นครั้งประวัติศาสตร์
- ประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดี Masoud Pezeshkian ของอิหร่าน ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) จำนวน 14 ข้อ เพื่อยุติปฏิบัติการทางทหารและเปิดกรอบเวลา 60 วันสำหรับการเจรจาข้อตกลงสันติภาพฉบับสมบูรณ์
- ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว อิหร่านจะอนุญาตให้เรือพาณิชย์เดินทางผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วัน ขณะที่สหรัฐฯ จะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่านในทันที
🇬🇧 BoE คงดอกเบี้ยที่ 3.75% ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากตะวันออกกลาง
- คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (MPC) มีมติ 7 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75%
- แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) จะลดลงสู่ระดับ 2.8% แต่ BoE เตือนว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปี จากความผันผวนของตลาดพลังงานและแรงกดดันด้านค่าจ้าง
🇨🇭 SNB คงดอกเบี้ยที่ 0% พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อเล็กน้อย
ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.0% ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง แม้อัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมจะเพิ่มขึ้นสู่ 0.6% จากผลกระทบของราคาพลังงาน
SNB ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อเป็น:
• 0.6% ในปี 2026
• 0.6% ในปี 2027
• 0.7% ในปี 2028
ขณะที่ยังคงประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2026 ไว้ที่ 1.0%
ประธาน SNB พร้อมแทรกแซงตลาดเงิน หากฟรังก์แข็งค่าเร็วเกินไป
- นาย Martin Schlegel ประธาน SNB ระบุว่าธนาคารกลางมีความพร้อมมากขึ้นในการเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน หากค่าเงินฟรังก์สวิสแข็งค่ารวดเร็วเกินไป
- แม้เศรษฐกิจภายในประเทศยังคงแข็งแกร่งจากการพึ่งพาพลังงานน้ำและพลังงานนิวเคลียร์ แต่ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
- 🇳🇴 Norges Bank ส่งสัญญาณ Hawkish แม้คงดอกเบี้ยที่ 4.25%
- ธนาคารกลางนอร์เวย์ (Norges Bank) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 4.25% แต่ส่งสัญญาณชัดเจนว่ามีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมครั้งถัดไป
- เส้นทางคาดการณ์ดอกเบี้ยใหม่ถูกปรับเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าดอกเบี้ยอาจแตะ 4.55% ภายในสิ้นปี 2026 จากเดิมที่คาดไว้ 4.35% ในเดือนมีนาคม เพื่อควบคุมแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
📌 ประเด็นสำคัญของวันนี้: ตลาดกำลังตอบรับเชิงบวกต่อข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านอุปทานพลังงาน ขณะที่ธนาคารกลางหลักหลายแห่งยังคงส่งสัญญาณระมัดระวังต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ส่งผลให้เงินดอลลาร์ยังคงแข็งค่าและกดดันสินทรัพย์เสี่ยงบางส่วนต่อเนื่อง
ข่าวเด่นวันนี้ 19 มิ.ย.
Amazon เตรียมขยายการขายชิป AI แบบปรับแต่งเองให้ลูกค้าภายนอก ท้าทายความเป็นผู้นำของ Nvidia
US100 พุ่งขึ้น 2.7% ก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์ 🚀
NATGAS พุ่งขึ้นหลังรายงาน EIA 📈 สต็อกก๊าซชะลอการเพิ่มขึ้น