ดัชนีหลักใน Wall Street ปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดย Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.8% ขณะที่ S&P 500 บวก 0.6% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,814.88 จุด แรงหนุนมาจากนักลงทุนที่ลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในระยะใกล้ หลังตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมที่ประกาศเมื่อวานและวันนี้สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ผ่อนคลายลง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงเล็กน้อย
ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค
ค่อนข้างเป็นเรื่องผิดปกติที่เราจะเริ่ม Daily Summary ด้วยข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค แต่หลังสหรัฐฯ เผยตัวเลข CPI และ PPI เดือนกรกฎาคม ต่อเนื่องในช่วง 2 วัน นักลงทุนได้เห็นภาพเงินเฟ้อที่ชัดเจนขึ้นว่าเป็นอย่างไร
เมื่อวาน:
- Headline CPI: ชะลอลงสู่ 3.4% YoY และเพิ่มขึ้น 0.1% MoM
- Core CPI: ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนสูง ชะลอลงสู่ 2.5% YoY โดยราคาเพิ่มขึ้น 0.2% MoM
วันนี้:
- PPI: ชะลอลงสู่ 4.7% YoY
- Core PPI: ปรับลดลงเช่นกัน มาอยู่ที่ 4.2% YoY
ภาพรวมของตัวเลขเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลงช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในระยะใกล้ และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขณะที่ S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันเดียวกัน
Figure 1: อัตราเงินเฟ้อ CPI และ PPI ของสหรัฐฯ (2018–2026)

Source: XTB Research, 13.08.2026
แม้การชะลอตัวของตัวเลข Headline ส่วนใหญ่จะมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง แต่การชะลอตัวของเงินเฟ้อในส่วน Core ถือเป็นสัญญาณที่น่าพอใจ โดยข้อมูลดังกล่าวเปิดทางให้ Federal Reserve มีความยืดหยุ่นด้านนโยบายการเงินมากขึ้น และลดแรงกดดันในการเร่งขึ้นดอกเบี้ยในทันที
หากไม่มีประเด็นภูมิรัฐศาสตร์สำคัญเข้ามารบกวน ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคดูเหมือนจะกลับมาเป็นจุดสนใจของตลาดอีกครั้ง โดยนักลงทุนจับตาตัวเลขเหล่านี้อย่างใกล้ชิด
การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนไม่ใช่ Base Case ของตลาดอีกต่อไป โดยตลาดให้น้ำหนักความเป็นไปได้ไว้ราว 35% ขณะที่โอกาสที่ Fed จะปรับลดดอกเบี้ยก่อนสิ้นปียังไม่ได้ถูกสะท้อนเข้าไปในราคาอย่างเต็มที่ โดยตลาดให้น้ำหนักไว้ราว 94%
Figure 2: การคาดการณ์ของตลาดต่อการขึ้น/ลดดอกเบี้ยภายในสิ้นเดือนกันยายน 2026 (2025–2026)

Source: XTB Research, 13.08.2026
ตลาดหุ้น
ปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนตลาดหุ้น โดยหากเจาะลึกไปที่ Nasdaq 100 จะพบว่าหุ้นที่ปรับตัวโดดเด่นที่สุดในวันนี้คือผู้ผลิตหน่วยความจำที่จัดหาให้กับ Data Center เช่น SanDisk (+16.6%) และ Western Digital (+8.6%)
Figure 3: หุ้น Top Gainers และ Losers บน Nasdaq 100 (13.08.2026)

Source: XTB Research, 13.08.2026
สำหรับ SanDisk บริษัทเปิดเผยเป้าหมายทางการเงินและเทคโนโลยีในระยะยาวที่สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้อย่างมีนัยสำคัญ ช่วยคลายความกังวลและข้อสงสัยก่อนหน้านี้ของนักวิเคราะห์
- ฝ่ายบริหารคาดว่าในปีงบประมาณ 2028–2030 รายได้จะเติบโตในอัตราเฉลี่ยต่อปีระดับ กลางถึงสูงในช่วงวัยรุ่น (mid-to-high teens) ขณะที่ตั้งเป้า Gross Margin แบบ Non-GAAP ไว้ที่ประมาณ 80% และ Operating Margin ที่ระดับ 75%
- บริษัทประกาศข้อตกลงด้านการจัดหาใหม่ ซึ่งครอบคลุมสัดส่วนส่วนใหญ่ของกำลังการผลิตที่วางแผนไว้สำหรับปีงบประมาณ 2027 และ 2028
ดูเหมือนว่าการเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่างรุนแรงในเดือนกรกฎาคม ส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยทางเทคนิค เช่น การปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนและการโยกย้ายเงินทุน มากกว่าจะเป็นผลจากปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจที่ถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ
หุ้นกลุ่มผู้ผลิตหน่วยความจำปรับตัวลงจนเข้าสู่ระดับที่ถือว่า Oversold อย่างมาก ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดการฟื้นตัวได้เมื่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดโลกปรับตัวดีขึ้น
ในทางกลับกัน Cisco Systems ปรับตัวลงหลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่น่าผิดหวัง โดยนักลงทุนผิดหวังกับตัวเลขคาดการณ์รายได้สำหรับปีงบประมาณปัจจุบันที่ระดับ 7.5 พันล้านดอลลาร์
Cisco Earnings: ออเดอร์ AI พุ่ง แต่ Margin กดดันหุ้น
BREAKING: เปิดตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ อีกระลอก เผยอะไรบ้าง?
Oil ร่วง! สต็อกน้ำมันพุ่งกดดันราคา
Market Wrap: ตลาดยุโรปเปิดบวก 🔼 หุ้น Adyen พุ่ง 10% หลังประกาศผลประกอบการ