- การเยือนจีนของ Donald Trump สิ้นสุดลงแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าสำคัญด้านภูมิรัฐศาสตร์
- นักลงทุนเริ่มย่อยข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดของสหรัฐ ซึ่งออกมาสูงกว่าคาดต่อเนื่อง
- Bond Yield สหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี สะท้อนตลาดกลับมา Price in ดอกเบี้ยสูงอีกครั้ง
- ดัชนีหุ้นหลักเกือบทั้งหมดปิดแดนลบในวันนี้
- หุ้นกลุ่มไมโครโปรเซสเซอร์และเซมิคอนดักเตอร์นำตลาดร่วงลง
- ดอลลาร์กลับมาปิดวันในฐานะสกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุดบนกระดาน G10 อีกครั้ง
- การเยือนจีนของ Donald Trump สิ้นสุดลงแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าสำคัญด้านภูมิรัฐศาสตร์
- นักลงทุนเริ่มย่อยข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดของสหรัฐ ซึ่งออกมาสูงกว่าคาดต่อเนื่อง
- Bond Yield สหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี สะท้อนตลาดกลับมา Price in ดอกเบี้ยสูงอีกครั้ง
- ดัชนีหุ้นหลักเกือบทั้งหมดปิดแดนลบในวันนี้
- หุ้นกลุ่มไมโครโปรเซสเซอร์และเซมิคอนดักเตอร์นำตลาดร่วงลง
- ดอลลาร์กลับมาปิดวันในฐานะสกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุดบนกระดาน G10 อีกครั้ง
🔑 ปัจจัยหลักที่กำลังกำหนดความผันผวนของตลาด
แรงขายและภาวะ Risk-Off ที่เกิดขึ้นในตลาดช่วงนี้ มีต้นตอมาจากการเยือนจีนของ Donald Trump ที่ดูเหมือนจะไม่สามารถสร้างความคืบหน้าสำคัญได้ อย่างไรก็ตาม หากมองไปที่ Bond Yield สหรัฐ โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 10 ปี ตลาดกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า นักลงทุนเริ่มกังวลว่า “เงินเฟ้อสหรัฐอาจหลุดออกจากการควบคุมของ Fed”
Geopolitics
การเยือนจีนของ Trump สิ้นสุดลงแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในประเด็นสำคัญ ทั้ง:
• การนำเข้าแร่ Rare Earth
• การส่งออกไมโครโปรเซสเซอร์ของสหรัฐ
• และที่สำคัญที่สุด คือความร่วมมือในการเปิดเส้นทาง Strait of Hormuz อีกครั้ง
Macro Data
ตัวเลข Industrial Production ของสหรัฐเดือนเมษายนออกมาดีกว่าคาดที่ 0.7% แต่ตลาดยังให้น้ำหนักกับ “เงินเฟ้อ” มากกว่า
ทั้ง CPI และ PPI ล่าสุดต่างออกมาสูงกว่าคาด โดยเฉพาะ PPI ที่เร่งตัวแรง ทำให้แรงกดดันด้านราคาของสหรัฐอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2022 ถึงต้นปี 2023
ตลาดจึงเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ย Fed อีกครั้ง โดยปัจจุบันมีการ Price in โอกาสกว่า 60% ที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งก่อนสิ้นปี
Indices
ดัชนีหุ้นหลักเกือบทั้งหมดปิดแดนลบ แม้ S&P 500 (-0.8%) และ NASDAQ Composite (-0.8%) จะรีบาวด์กลับมาบางส่วนหลังเปิดตลาด
ดัชนีที่ร่วงแรง:
• KOSPI เกาหลีใต้: -6.1%
• DAX เยอรมนี: -2.2%
• CAC40 ฝรั่งเศส: -1.6%
• WIG20 โปแลนด์: -2.4%
Shares
ความหวังเรื่องความร่วมมือด้านชิปและไมโครโปรเซสเซอร์ระหว่างสหรัฐ-จีนเริ่มจางลง ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มนี้ถูกเทขายอย่างหนัก โดยเฉพาะหลังจากก่อนหน้านี้ปรับขึ้นแรง
หุ้นที่ร่วงหนักที่สุด:
• Arm Holdings: -7.1%
• Intel: -6.6%
• NVIDIA: -2.9%
Currencies
ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง และปิดวันในฐานะสกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม G10
ดอลลาร์แข็งค่ากว่า 1.3% เมื่อเทียบกับยูโรในสัปดาห์นี้
ขณะเดียวกัน:
• เงินเรียลบราซิลอ่อนค่าจากประเด็นทางการเมือง
• เงินเปโซชิลีอ่อนค่าตามราคาทองแดง
• และค่าเงินที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยงจากการปิด Strait of Hormuz เช่น ฟอรินต์ฮังการี, แรนด์แอฟริกาใต้ และเงินบาท ต่างเผชิญแรงขาย
Commodities
Bond Yield สหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นกว่า 20bps ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ แตะระดับ 4.59% สูงสุดในรอบ 1 ปี กดดันสินทรัพย์อย่าง:
• Silver: -7.8%
• Gold: -2%
• Copper: -1.6%
ในขณะเดียวกัน ความล่าช้าในการเปิด Strait of Hormuz ทำให้:
• Brent Oil ใกล้แตะ $110
• LNG บนตลาด Dutch TTF พุ่งเหนือ €50 ต่อ MWh
Cryptocurrencies
ภาวะ Risk-Off ในตลาดส่งผลให้คริปโตอ่อนตัว:
• Bitcoin: -2.4%
• Ethereum: -3%
หลังรีบาวด์ขึ้นเพียง 1 วัน Bitcoin ก็กลับลงมาต่ำกว่าระดับจิตวิทยา $80,000 อีกครั้ง
—
Michał Jóźwiak
Financial Markets Analyst at XTB
ความเสี่ยงต่อการเติบโต – มีแค่ในยุโรปเท่านั้นหรือ?
อิหร่านตึงเครียดรอบใหม่ ดันน้ำมันใกล้ $100 อีกครั้ง 🚨
น้ำมันทรงตัว ขณะที่ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับความหวังด้านการเจรจาทางการทูตมากขึ้น
สรุปข่าวเช้า: ตลาดรับสัญญาณที่ขัดแย้งกัน ก่อนข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญคืนนี้ (02.06.2026)