08:25 · 4 สิงหาคม 2026

วอลล์สตรีทฟื้นตัว หลังผลประกอบการไตรมาส 2 สูงเกินคาดอย่างมีนัยสำคัญ

ผลประกอบการไตรมาส 2 ของสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด หนุนวอลล์สตรีทฟื้นตัว

ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์อย่างชัดเจน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของภาคธุรกิจ โดยหลายบริษัทไม่เพียงรายงานกำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ แต่ยังส่งผลให้มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 อย่างต่อเนื่อง หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไปจนจบฤดูกาลประกาศงบ FactSet คาดว่ากำไรของบริษัทสหรัฐฯ อาจเติบโตสูงที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2021

ประเด็นสำคัญ

  • 86% ของบริษัทในดัชนี S&P 500 รายงานกำไรต่อหุ้น (EPS) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
  • 77% ของบริษัทมีรายได้สูงกว่าประมาณการของตลาด
  • อัตราการเติบโตของกำไรแบบรวม (Blended EPS Growth) สำหรับไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 47.4% YoY ซึ่งหากคงอยู่ในระดับนี้ จะเป็นการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2021 (91.6%)
  • ณ วันที่ 30 มิถุนายน ตลาดยังคาดว่ากำไรจะเติบโตเพียง 23.2% YoY แต่ตัวเลขคาดการณ์ได้ถูกปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ระหว่างฤดูกาลประกาศงบ
  • 9 จาก 11 กลุ่มอุตสาหกรรม ใน S&P 500 ได้รับการปรับเพิ่มประมาณการกำไร จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่าคาด
  • สำหรับไตรมาส 3 มีบริษัท 34 แห่ง ที่ให้แนวโน้มกำไร (EPS Guidance) เชิงบวก เทียบกับ 20 แห่ง ที่ให้แนวโน้มเชิงลบ
  • ดัชนี S&P 500 ซื้อขายที่ Forward P/E 12 เดือนข้างหน้า 19.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 19.9 เท่า แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 19.0 เท่า

มุมมองทางเทคนิค: US500 (กราฟ D1)

ดัชนี US500 ดีดตัวขึ้นหลังได้รับแรงหนุนบริเวณแนวรับ 7,300 จุด และสามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 7,600 จุด ได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้แนวโน้มขาขึ้นกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง โดยดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน และปัจจุบันเหลือระยะห่างจาก จุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) เพียงประมาณ 80 จุด เท่านั้น ทำให้ตลาดยังคงมีแรงหนุนจากทั้งปัจจัยพื้นฐานและโมเมนตัมเชิงเทคนิคในระยะสั้น

Amazon และ Alphabet หนุนกำไร S&P 500 เติบโตโดดเด่น

หนึ่งในข้อสรุปสำคัญของฤดูกาลประกาศผลประกอบการครั้งนี้ คืออิทธิพลของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ยังคงมีบทบาทอย่างมากต่อการเติบโตของกำไรในดัชนี S&P 500 แม้ว่าหลายภาคธุรกิจจะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่งกว่าคาด แต่ Amazon และ Alphabet เพียงสองบริษัทกลับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันให้ประมาณการกำไรของทั้งดัชนีปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าบริษัท Mega-cap ยังคงมีบทบาทอย่างยิ่งต่อภาพรวมผลกำไรของภาคธุรกิจสหรัฐฯ

ประเด็นสำคัญ

  • ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของกำไร (Blended EPS Growth) ของ S&P 500 สำหรับไตรมาส 2 ถูกปรับเพิ่มจาก 38.0% เป็น 47.4% YoY
  • Amazon เป็นบริษัทที่มีส่วนช่วยมากที่สุดต่อการปรับเพิ่มประมาณการดังกล่าว หลังรายงาน GAAP EPS อยู่ที่ 55.75 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.82 ดอลลาร์ อย่างมาก
  • ข้อมูลจาก FactSet ระบุว่า Amazon มีส่วนคิดเป็นประมาณ 76% ของการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ S&P 500 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • ผลประกอบการที่โดดเด่นของ Amazon ส่วนใหญ่มาจาก กำไรพิเศษก่อนหักภาษีมูลค่า 53.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเกิดจากการลงทุนใน Anthropic
  • FactSet ยังคงนำตัวเลขดังกล่าวมาคำนวณ เนื่องจากนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ใช้ GAAP EPS เป็นฐานในการประเมินเช่นเดียวกัน ทำให้สามารถเปรียบเทียบกับประมาณการของตลาดได้อย่างสอดคล้อง
  • Alphabet ยังคงเป็นบริษัทที่มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของกำไร S&P 500 มากที่สุดในไตรมาส 2 ขณะที่ Amazon ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 หลังประกาศผลประกอบการ
  • หากไม่นับรวม Alphabet และ Amazon อัตราการเติบโตของกำไร S&P 500 จะลดลงจาก 47.4% เหลือ 28.8% YoY
  • อย่างไรก็ตาม แม้ตัดผลกระทบของทั้งสองบริษัทออก ดัชนียังคงมีแนวโน้มบันทึกการเติบโตของกำไร มากกว่า 20% เป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน และเป็น ไตรมาสที่ 7 ติดต่อกัน ที่กำไรเติบโตในระดับเลขสองหลัก

บริษัทที่มีรายได้จากต่างประเทศเติบโตแข็งแกร่งกว่าตลาดในประเทศ

แม้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะยังแข็งค่า แต่บริษัทที่สร้างรายได้มากกว่าครึ่งจากต่างประเทศกลับรายงานทั้งกำไรและรายได้ที่เติบโตโดดเด่นกว่าบริษัทที่พึ่งพาตลาดภายในประเทศ สะท้อนว่าการมีธุรกิจในหลายภูมิภาคทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการในฤดูกาลนี้

ประเด็นสำคัญ

  • บริษัทที่มีรายได้จากต่างประเทศมากกว่า 50% มีการเติบโตของกำไร 74.7% YoY เทียบกับ 35.5% YoY สำหรับบริษัทที่เน้นตลาดสหรัฐฯ
  • การเติบโตของรายได้ก็มีแนวโน้มเดียวกัน โดยบริษัทที่มีธุรกิจต่างประเทศเติบโต 20.5% YoY เทียบกับ 12.0% YoY ของบริษัทที่เน้นตลาดภายในประเทศ
  • ปัจจุบันอัตราการเติบโตของกำไรแบบรวมของ S&P 500 ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 47.4% YoY
  • Alphabet, Exxon Mobil และ Chevron เป็น 3 บริษัทที่มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของกำไรในกลุ่มบริษัทที่มีรายได้จากต่างประเทศมากที่สุด
  • หากไม่นับรวมทั้งสามบริษัท อัตราการเติบโตของกำไรของกลุ่มนี้จะลดลงจาก 74.7% เหลือ 27.5% YoY ขณะที่การเติบโตของรายได้จะลดลงจาก 20.5% เหลือ 16.0%
  • ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ยังคงได้รับแรงหนุนหลักจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีฐานธุรกิจและรายได้กระจายอยู่ทั่วโลก มากกว่าการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว

Source: FactSet

เปิดบัญชีฟรี

เปิดบัญชีของคุณได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยาก การฝากและถอนเงินโดยไม่มีค่าธรรมเนียม

เปิดบัญชี  ดาวน์โหลดแอป 
4 สิงหาคม 2026, 09:10

ข่าวเด่นวันนี้ 4 ส.ค.

4 สิงหาคม 2026, 08:30

🚨 ด่วน: ISM ภาคการผลิตสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาดทุกมิติ

4 สิงหาคม 2026, 08:29

PMI ยูโรโซน: การฟื้นตัวของภาคการผลิตเยอรมนี ยังไม่สามารถปกปิดภาวะซบเซาโดยรวมได้

3 สิงหาคม 2026, 13:59

Morning Wrap: หลังสหรัฐฯ หยุดโจมตี น้ำมันอ่อนตัว ตลาดหุ้นเดินหน้าบวก (03.08.2026)

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก