- ตลาดโลกกลับมาอยู่ในโหมด Risk-on หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางลดลงชั่วคราว ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลงแรงจากการลด Premium ด้านภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาความไม่แน่นอนของการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน และทิศทางนโยบาย Fed ต่อไป
- ตลาดโลกกลับมาอยู่ในโหมด Risk-on หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางลดลงชั่วคราว ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลงแรงจากการลด Premium ด้านภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาความไม่แน่นอนของการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน และทิศทางนโยบาย Fed ต่อไป
สรุปตลาดรายวัน: ตลาดโลกคลายความกังวล น้ำมันร่วง 8% 🚨
การซื้อขายในวันจันทร์เต็มไปด้วยบรรยากาศ ผ่อนคลายความกังวล (Relief) ในตลาดการเงินทั่วโลก นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk Appetite) อีกครั้ง หลังจากการตัดสินใจทางการเมืองในช่วงสุดสัปดาห์เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาด
ปัจจัยสำคัญที่หนุนตลาดวันนี้คือการตัดสินใจของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน ซึ่งช่วยลดความกังวลของนักลงทุน หลังความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตลาดตอบสนองในรูปแบบ Risk-on อย่างชัดเจน:
- ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น
- ราคาน้ำมันปรับตัวลงแรง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ตลาดยังคงมีท่าทีระมัดระวัง เนื่องจากคำประกาศลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นหลายครั้งในอดีต แต่ไม่ได้กลายเป็นทางออกที่ยั่งยืน
นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นยังได้รับแรงหนุนจากแรงขายในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI เริ่มผ่อนคลายลง หลังจากกลุ่มดังกล่าวเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในสัปดาห์ก่อน
ภูมิรัฐศาสตร์: ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอิหร่านยังคงอยู่
สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ทรัมป์ระบุว่า การเจรจากับเตหะรานยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านปฏิเสธว่ามีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ และระบุว่าการพูดคุยจำกัดอยู่เพียงประเด็นด้านการเดินเรือกับโอมานเท่านั้น
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวหาเจ้าหน้าที่อิหร่านว่ามีพฤติกรรม “ไม่จริงใจอย่างมาก” และยืนยันว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังคงควบคุม ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่อการเดินเรือยังคงมีอยู่จริง โดย UK Maritime Trade Operations (UKMTO) รายงานเหตุการณ์ระเบิดใกล้เรือบรรทุกน้ำมันบริเวณชายฝั่งโอมาน
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์จาก Fitch Solutions เพิ่มความเป็นไปได้ของสถานการณ์ที่ความขัดแย้งจะยกระดับขึ้นเป็น 35% จากเดิม 25% พร้อมเตือนว่า แม้การทูตจะมีความคืบหน้า แต่เหตุการณ์ทางทหารอาจยังเกิดขึ้นซ้ำได้
ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค
ความเชื่อมั่นของตลาดได้รับแรงหนุนจากตัวเลข ISM Manufacturing PMI เดือนกรกฎาคม ที่แข็งแกร่ง
- ISM Manufacturing PMI: 55.6 จุด
- สูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2022
- สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 54.0
องค์ประกอบสำคัญ:
- ดัชนีการจ้างงานภาคการผลิตกลับเข้าสู่โซนขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี
- การผลิตเติบโตเร็วที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี
- แรงกดดันด้านราคายังคงอยู่ แม้จะปรับลดลงเล็กน้อย
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลง 7 bps มาอยู่บริเวณ 4.67% สะท้อนว่าความกังวลด้านเงินเฟ้อลดลงเล็กน้อย
ดัชนีหุ้น
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
- Nasdaq Composite: +ประมาณ 2%
- S&P 500: +1.3%
- Dow Jones: +0.9%
หุ้นเด่น
Amazon เป็นดาวเด่นของวัน หลังราคาหุ้นปรับขึ้นเกือบ 5% ส่งผลให้มูลค่าตลาดบริษัททะลุระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรก
การปรับขึ้นครั้งนี้ต่อเนื่องจากผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่แข็งแกร่ง และการเติบโตที่เร่งตัวขึ้นของธุรกิจ AWS
หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ฟื้นตัวเช่นกัน:
- Meta: +เกือบ 7%
- Alphabet: +ประมาณ 5%
- Microsoft: +ประมาณ 5%
สะท้อนการกลับมาของความเชื่อมั่นต่อกลุ่ม Big Tech หลังถูกกดดันจากแรงขายหุ้น AI ในช่วงก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังจับตาผลประกอบการครั้งแรกของ SpaceX ในวันอังคาร ซึ่งจะเป็นรายงานแรกหลัง IPO เดือนมิถุนายน และเป็นบททดสอบสำคัญของมูลค่าบริษัท หลังสูญเสียมูลค่าตลาดไปมากกว่า 500 พันล้านดอลลาร์ จากจุดสูงสุดหลังเข้าตลาด
ตลาดเงิน
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย หลังได้รับแรงกดดันจากการประชุม Fed ครั้งล่าสุด
- Dollar Index: +0.17%
- EUR/USD: -0.37%
- USD/JPY: -0.29%
สินค้าโภคภัณฑ์
ราคาน้ำมันปรับตัวลงอย่างรุนแรง หลังตลาดลดความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์
- WTI Futures: ลดลงมากกว่า 7% อยู่ที่ประมาณ 78.59–79.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
- Brent: ลดลงเกือบ 6% อยู่ที่ประมาณ 83–83.73 ดอลลาร์/บาร์เรล
การร่วงลงของราคาน้ำมันเกิดจาก:
- การยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน
- การประกาศกลับมาเจรจา
ส่งผลให้ Premium ด้านความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เคยถูกสะท้อนในราคาน้ำมันลดลง
ด้านทองคำยังทรงตัวบริเวณ 4,034 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเคลื่อนไหวจำกัด ท่ามกลางความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่ลดลง
คริปโทเคอร์เรนซี
Bitcoin ปรับขึ้นเล็กน้อย +0.48% เคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 63,700–63,888 ดอลลาร์
แม้แรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันเริ่มชะลอตัว:
- Strategy ของ Michael Saylor ขาย Bitcoin จำนวน 1,638 BTC มูลค่า 104.7 ล้านดอลลาร์
- เงินที่ได้ถูกนำไปใช้จ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิและซื้อคืนหุ้น STRC
ขณะที่กองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิ:
- 265.37 ล้านดอลลาร์ ในวันซื้อขายสุดท้ายของสัปดาห์
- รวมเงินไหลออกทั้งสัปดาห์: 61.5 ล้านดอลลาร์
🚨 ด่วน: ISM ภาคการผลิตสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาดทุกมิติ
PMI ยูโรโซน: การฟื้นตัวของภาคการผลิตเยอรมนี ยังไม่สามารถปกปิดภาวะซบเซาโดยรวมได้
วอลล์สตรีทฟื้นตัว หลังผลประกอบการไตรมาส 2 สูงเกินคาดอย่างมีนัยสำคัญ
Economic Calendar: ปัจจัยสำคัญที่อาจขับเคลื่อนตลาดสัปดาห์นี้ (03.08.2026)