ภาคการผลิตยูโรโซนยังขยายตัว แม้โมเมนตัมการฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง
ดัชนี Manufacturing PMI (Flash) ของยูโรโซนในเดือนสิงหาคมออกมาที่ 51.9 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้เล็กน้อย (คาดการณ์ 52.0, ครั้งก่อน 51.4 และปรับทบทวนเป็น 52.0) แต่ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งสะท้อนว่าภาคการผลิตยังอยู่ในภาวะขยายตัว จุดเด่นของรายงานครั้งนี้คือ การผลิต (Output) เติบโตสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี แม้ว่าความแตกต่างของการฟื้นตัวระหว่างประเทศเศรษฐกิจหลักในยุโรปยังคงมีอยู่
อุตสาหกรรมยุโรปเริ่มกลับมาฟื้นตัว
ตัวเลข PMI เบื้องต้นของเดือนสิงหาคมยืนยันว่า ภาคการผลิตของยุโรปยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยดัชนีสามารถยืนเหนือระดับ 50 ได้เป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรม แม้ต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และสงครามในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม อุปสงค์โดยรวม โดยเฉพาะ อุปสงค์ภายในประเทศ ยังคงอ่อนแอ ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่เติบโตในอัตราที่จำกัด แม้จะได้รับแรงหนุนจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Geopolitical Frontloading" หรือการเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ในขณะเดียวกัน การทยอยเคลียร์คำสั่งซื้อค้างส่ง (Backlogs) ได้ช่วยสนับสนุนให้ ผลผลิตภาคโรงงานเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ภาคการผลิตของยูโรโซนยังคงรักษาโมเมนตัมการขยายตัวได้ แม้ว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์จะยังไม่แข็งแกร่งนัก
กราฟที่ 1: ดัชนี Manufacturing PMI ของเยอรมนี ฝรั่งเศส และยูโรโซน
ที่มา: XTB Research, Macrobond
เยอรมนีกำลังกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนภาคการผลิตของยุโรปหรือไม่?
ในบรรดา 4 เศรษฐกิจขนาดใหญ่ของยูโรโซน เยอรมนี มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุด โดยดัชนี Manufacturing PMI ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 (เทียบเท่าระดับสูงสุดที่เคยทำไว้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา)
แรงกดดันด้านราคาลดลงมาอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ภาคการผลิตยังได้รับแรงสนับสนุนจาก การส่งออกที่แข็งแกร่ง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า (Frontloading) อย่างไรก็ตาม การเติบโตของอุปสงค์ส่วนใหญ่มาจาก ตลาดเอเชียและทวีปอเมริกา ขณะที่อุปสงค์ภายในยุโรปยังอ่อนแอ ส่งผลให้ดัชนี PMI ของ ฝรั่งเศส และ สเปน ถูกกดดัน ส่วน อิตาลี แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
แม้ผลสำรวจภาคธุรกิจจะสะท้อนว่าเยอรมนีกำลังเป็นผู้นำการฟื้นตัวของยุโรป แต่ ข้อมูลเศรษฐกิจจริง (Hard Data) ยังคงบ่งชี้ว่าภาคอุตสาหกรรมยังอยู่ในภาวะซบเซา
นับตั้งแต่ต้นปี การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีขยายตัวเพียงเดือนเดียว คือเดือนเมษายน (+0.4% YoY) ขณะที่ข้อมูลล่าสุดของเดือนพฤษภาคมกลับหดตัวทั้งเมื่อเทียบรายเดือน (-0.2% MoM) และรายปี (-1.2% YoY)
แม้ว่าข้อมูลการผลิตจริงมักล่าช้ากว่าดัชนีความเชื่อมั่น แต่ก็สะท้อนว่าเศรษฐกิจจริงของเยอรมนียังต้องใช้เวลาอีกพอสมควรในการพลิกกลับจากแนวโน้มขาลง และไล่ให้ทันความเชื่อมั่นเชิงบวกที่สะท้อนอยู่ในผลสำรวจ PMI
นอกจากนี้ การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากสินค้าจีน และ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังอยู่ในระดับสูง ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นตัวของภาคการผลิตในยุโรป
กราฟที่ 2: การผลิตภาคอุตสาหกรรมและดัชนีความเชื่อมั่นภาคการผลิตของยูโรโซน

ที่มา: XTB Research, Bloomberg
บทวิเคราะห์ทางเทคนิค: EUR/USD (กราฟ D1)
คู่เงิน EUR/USD เปิดการซื้อขายวันนี้ด้วย Gap Up 0.15% แต่แรงซื้อเริ่มอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว หลังข่าวการกลับมาเจรจาระหว่าง อิหร่าน และ สหรัฐฯ ยังขาดรายละเอียดที่ชัดเจน ทำให้นักลงทุนเลือกชะลอการเปิดสถานะใหม่ พร้อมรอติดตามการประกาศดัชนี ISM Manufacturing PMI ของสหรัฐฯ (เวลา 16:00 น. CET) ส่งผลให้ค่าเงินยูโรอ่อนตัวกลับลงมาใกล้ระดับปิดของวันศุกร์ที่ 1.1530
แม้จะเผชิญแรงขาย แต่ EUR/USD ยังสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล 100 วัน (EMA100 – สีม่วงเข้ม) ได้ ซึ่งสะท้อนว่าผลกระทบจากตัวเลข PMI ของยุโรปที่ออกมาต่ำกว่าคาดเพียงเล็กน้อย ยังอยู่ในวงจำกัด และแนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้นยังไม่ถูกทำลาย
ปัจจุบัน ตลาดยังคงคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพียง 1 ครั้งก่อนสิ้นปี 2026 ดังนั้น หากตัวเลข ISM Manufacturing PMI ออกมาสูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในองค์ประกอบด้าน ราคาหรือเงินเฟ้อ (Prices Paid) ก็อาจเป็นปัจจัยที่กดดันให้ EUR/USD กลับลงมาทดสอบแนวรับบริเวณเส้น EMA100 ได้อีกครั้ง
Source: xStation5
–
Aleksander Jabłoński
Financial Markets Analyst, XTB
ข่าวเด่นวันนี้ 4 ส.ค.
🚨 ด่วน: ISM ภาคการผลิตสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาดทุกมิติ
วอลล์สตรีทฟื้นตัว หลังผลประกอบการไตรมาส 2 สูงเกินคาดอย่างมีนัยสำคัญ
Economic Calendar: ปัจจัยสำคัญที่อาจขับเคลื่อนตลาดสัปดาห์นี้ (03.08.2026)