ราคาข้าวสาลีพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 🚜 ความเสี่ยงการส่งออกจากทะเลดำหนุนราคา
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าข้าวสาลี CBOT ปรับตัวขึ้นเหนือ 700 เซนต์ต่อบุชเชล เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน หลังนักลงทุนให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านอุปทานธัญพืชโลกที่เพิ่มขึ้น โดยแรงหนุนหลักมาจากการหยุดชะงักของการส่งออกในภูมิภาคทะเลดำ แนวโน้มผลผลิตข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิของสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลง และการคาดการณ์อุปทานโลกที่ตึงตัวมากขึ้นจากรายงานล่าสุดของ USDA
ประเด็นสำคัญ
- สัญญาข้าวสาลี CBOT ทะลุ 700 เซนต์ต่อบุชเชล ต่อเนื่องจากแรงซื้อในเดือนกรกฎาคม ท่ามกลางความกังวลด้านอุปทานโลก
- มีรายงานว่ารัสเซียระงับการขนส่งธัญพืชในช่วงกลางคืนจากท่าเรือ Novorossiysk หลังถูกโจมตีด้วยโดรนจากยูเครน ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อการส่งออกจากหนึ่งในท่าเรือธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดของโลก
- USDA ปรับลดประมาณการพื้นที่เพาะปลูกข้าวสาลีของสหรัฐฯ ลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1970 ขณะที่การคาดการณ์ผลผลิตข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิก็อ่อนแอลงเช่นกัน
ความเสี่ยงในทะเลดำเพิ่มแรงกดดันต่ออุปทานโลก
การปรับขึ้นรอบล่าสุดได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดที่กลับมาปะทุในภูมิภาคทะเลดำ หลังมีรายงานว่ารัสเซียระงับการส่งออกธัญพืชในช่วงกลางคืนจากท่าเรือ Novorossiysk ชั่วคราว ภายหลังการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน ทำให้นักลงทุนกังวลว่าการส่งออกของผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดของโลกอาจได้รับผลกระทบ
ความกังวลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงท่าเรือแห่งเดียว เนื่องจาก รัสเซียและยูเครนมีสัดส่วนการส่งออกข้าวสาลีรวมกันราวหนึ่งในสามของโลก ดังนั้น ความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นจึงส่งผลให้ตลาดประเมินความเสี่ยงต่ออุปทานสูงขึ้นทันที
ขณะเดียวกัน ต้นทุนประกันการขนส่งในภูมิภาคทะเลดำปรับตัวสูงขึ้น และนักวิเคราะห์จับตาว่ารัสเซียอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกไปใช้ระบบรางหรือเส้นทางอื่น ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนการขนส่งอีกด้วย
USDA และผลผลิตสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ หนุนมุมมองเชิงบวกต่อราคา
ปัจจัยด้านอุปทานไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภูมิภาคทะเลดำ โดย กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ได้ปรับลดประมาณการพื้นที่เพาะปลูกข้าวสาลีของสหรัฐฯ ลงเหลือ 42.74 ล้านเอเคอร์ ลดลงราว 6% จากปีก่อน และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1970
นอกจากนี้ รายงาน WASDE ประจำเดือนกรกฎาคมยังปรับลดทั้งประมาณการผลผลิตและสต็อกปลายงวดของสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าอุปทานจะตึงตัวมากขึ้น
ขณะเดียวกัน รายงาน North Dakota Crop Tour ระบุว่าผลผลิตเฉลี่ยของข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิอยู่ที่ 45.9 บุชเชลต่อเอเคอร์ ต่ำกว่าปีก่อนเกือบ 4 บุชเชล โดยรัฐนอร์ทดาโคตาเป็นแหล่งผลิตข้าวสาลีโปรตีนสูงที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ทำให้ผลผลิตที่ลดลงอาจกระทบต่ออุปทานข้าวสาลีคุณภาพสูงในช่วงปลายปี
คลื่นความร้อนในยุโรปเพิ่มแรงกดดันต่อผลผลิต
สภาพอากาศยังเป็นอีกปัจจัยที่หนุนราคาข้าวสาลี โดยยุโรปตะวันตกเผชิญคลื่นความร้อนในช่วงสำคัญของการพัฒนาของเมล็ดข้าว ส่งผลกระทบทั้งต่อปริมาณผลผลิตและคุณภาพ
กระทรวงเกษตรฝรั่งเศสคาดว่าผลผลิตข้าวสาลีอ่อนของประเทศในปี 2026 จะอยู่ที่ประมาณ 32 ล้านตัน ลดลงราว 4% จากปีก่อน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ขณะที่ราคาข้าวสาลีส่งออกในฝรั่งเศสและโรมาเนียเพิ่มขึ้นประมาณ 16–19 ดอลลาร์ต่อตัน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนภาวะอุปทานที่เริ่มตึงตัวมากขึ้นในยุโรป
มุมมองทางเทคนิค: ข้าวสาลีทะลุระดับ 700 เซนต์ต่อบุชเชล
สัญญาข้าวสาลี CBOT ทะลุแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาที่ 700 เซนต์ต่อบุชเชล ได้สำเร็จ ต่อเนื่องจากการฟื้นตัวที่เริ่มต้นในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม
ราคาปรับตัวขึ้นเกือบ 10% ในเดือนนี้ ส่งผลให้ข้าวสาลีกลายเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดในเดือนกรกฎาคม
ปัจจัยที่ตลาดจับตาต่อไปคือ รายงานยอดขายส่งออกประจำสัปดาห์ของ USDA โดย Reuters คาดว่ายอดขายข้าวสาลีของสหรัฐฯ จะอยู่ในช่วง 200,000–550,000 ตัน หากตัวเลขออกมาแข็งแกร่ง ประกอบกับความเสี่ยงด้านการส่งออกในทะเลดำและสภาพอากาศที่ยังไม่เอื้ออำนวย ก็อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาข้าวสาลีปรับตัวขึ้นต่อในระยะสั้น

Source: xStation5
ข่าวเด่นวันนี้ 24 ก.ค.
ความตึงเครียดรอบอิหร่านกดดันตลาด!
Oil rises over 3% 🛢️
ปฏิทินเศรษฐกิจ: จับตาบิ๊กเทค วิกฤตอิหร่าน และผลประชุม ECB ⏰