เราปิดการซื้อขายวันอังคารด้วยการปรับตัวลดลงของดัชนีหุ้นหลักเกือบทั้งหมดทั่วโลก โดยปัจจัยหลักมาจากแรงเทขายในกลุ่มหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเริ่มต้นจาก SK Hynix ในช่วงเช้าของการซื้อขายในเอเชีย
ตลาดหุ้น
SK Hynix ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ ซึ่งเพิ่งก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดของประเทศ ไม่นานมานี้ เผชิญแรงขายอย่างหนักจนราคาหุ้นร่วงมากกว่า 12% ส่งผลให้การซื้อขายในดัชนี KOSPI ต้องถูกระงับชั่วคราว
แรงกดดันดังกล่าวลุกลามไปยังหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ โดย Sandisk ปรับตัวลง 13%, Micron ลดลง 11.2%, ON Semiconductor ร่วง 10% และ Marvell ลดลง 9%
รูปที่ 1: หุ้นที่ปรับตัวขึ้นและลงมากที่สุดในดัชนี Nasdaq 100 (23.06.2026)
Source: Bloomberg, 23.06.2026
การพักฐานหลังจากการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดช่วงก่อนหน้านี้ของปี ถือเป็นสิ่งที่ไม่เหนือความคาดหมายสำหรับตลาด
อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญในขณะนี้คือ ทิศทางต่อไปของตลาดจะเป็นอย่างไร เนื่องจากนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นเกี่ยวกับความสามารถในการสร้างรายได้และความสามารถในการทำกำไรของบริษัทต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ที่เป็นผู้นำการปรับตัวขึ้นของตลาดในช่วงที่ผ่านมา
รูปที่ 2: Dashboard ของดัชนี Nasdaq 100 (23.06.2026)

ที่มา: XTB Research, 23.06.2026
รูปที่ 3: ผลการดำเนินงานรายกลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี Nasdaq 100 (23.06.2026)
Source: XTB Research, 23.06.2026
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลงเช่นกันในวันนี้ โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงเป็นกลุ่มที่เผชิญแรงขายมากที่สุด
• ดัชนี DAX ของเยอรมนี ปรับตัวลดลง 1.0%
• ดัชนี CAC40 ของฝรั่งเศส ลดลง 0.7%
• ดัชนี Euro Stoxx 50 ลดลง 1.3%
ขณะที่ดัชนี FTSE 100 ของสหราชอาณาจักรปรับตัวลงเพียง 0.1% โดยนักลงทุนยังคงจับตาพัฒนาการทางการเมือง หลังจาก Keir Starmer ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
การเมือง
นักลงทุนแทบไม่มีข้อสงสัยว่า Andy Burnham อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์ จะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักร
พรรคแรงงานดูเหมือนตระหนักดีว่าจำเป็นต้องสร้างความเป็นเอกภาพอย่างรวดเร็ว และชัยชนะอย่างถล่มทลายของ Burnham ในเขต Makerfield ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการดึงคะแนนเสียงกลับมาจากทั้ง Reform UK และพรรค Green
หากไม่มีผู้สมัครคนอื่นที่ได้รับการสนับสนุนภายในพรรคมากพอภายในวันที่ 16 กรกฎาคม Burnham อาจได้รับการประกาศเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม
อย่างไรก็ตาม แนวคิดด้านเศรษฐกิจที่เน้นบทบาทของภาครัฐมากขึ้นของเขาอาจสร้างความกังวลให้กับตลาด โดยเฉพาะคำกล่าวในอดีตที่ว่า สหราชอาณาจักรไม่ควร "ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของตลาดพันธบัตร"
แม้ล่าสุดเขาจะพยายามถอยห่างจากจุดยืนดังกล่าว แต่ก็ยังเป็นประเด็นที่นักลงทุนจับตามอง
นอกจากนี้ Burnham ยังได้แต่งตั้ง Andy Haldane อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และ Richard Hughes อดีตประธานสำนักงานความรับผิดชอบด้านงบประมาณ (OBR) เป็นที่ปรึกษาคนสำคัญ
เรามองว่าการแต่งตั้งดังกล่าวเป็นความพยายามในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียดในตลาดพันธบัตรของสหราชอาณาจักร
รูปที่ 4: อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ BoE และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหราชอาณาจักร (1994–2026)

ที่มา: XTB Research, 23.06.2026
สินค้าโภคภัณฑ์
การขาดปัจจัยลบใหม่ ๆ จากตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
น้ำมันดิบ
- น้ำมันดิบ Brent ซื้อขายอยู่ที่ 77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.2%
- น้ำมันดิบ WTI ซื้อขายอยู่ที่ 73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.1%
การคลี่คลายของความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้น ทำให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์ที่เคยได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงด้านอุปทาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงจากระดับสูงก่อนหน้า
รูปที่ 5: OIL [D1] (25.10.2024 - 23.06.2026)
Source: xStation, 23.06.2026
ก๊าซธรรมชาติ
NATGAS ปรับตัวลดลง 3.2% มาอยู่ที่ 3.15 ดอลลาร์
ก๊าซธรรมชาติ TTF ของยุโรปเคลื่อนไหวทรงตัวบริเวณ 42.2 ยูโร
โลหะมีค่า
- ราคาทองคำอยู่ที่ประมาณ 4,132 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ลดลง 1.4%
- ราคาเงินอยู่ที่ 62 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ลดลง 4.7%
ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค
ตลาดให้ความสนใจกับการประกาศดัชนี PMI ประจำเดือนมิถุนายนเป็นหลัก โดยข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า
- ภาคบริการของยุโรปยังคงอ่อนแอ
- ภาคการผลิตมีสัญญาณดีกว่าเล็กน้อย แต่ยังถือว่าเติบโตในระดับจำกัด
สำหรับสหราชอาณาจักร ข้อมูลออกมาน่าผิดหวังเป็นพิเศษ โดยทั้ง PMI ภาคการผลิตและภาคบริการออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ในตลาด Forex ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากท่าที Hawkish ของ Fed ในการประชุม FOMC ครั้งล่าสุด
วันนี้ EURUSD ปรับตัวหลุดระดับ 1.14 ลงมา ขณะที่สกุลเงินอื่น ๆ ในกลุ่ม G10 ต่างอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
แรงกดดันเห็นได้ชัดเป็นพิเศษในกลุ่มสกุลเงินที่มีความอ่อนไหวต่อภาวะตลาด (High Beta Currencies) ได้แก่
- โครนาสวีเดน (SEK)
- โครนนอร์เวย์ (NOK)
- ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD)
- ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD)
ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อสินค้าโภคภัณฑ์ สกุลเงินหลักอื่น ๆ และสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น
—
Michał Jóźwiak
นักวิเคราะห์ตลาดการเงิน, XTB
Morning Wrap - ช่องแคบฮอร์มุซคลายความตึงเครียด ขณะที่การร่วงของ SpaceX ฉุดหุ้น Big Tech ปรับตัวลง
ปอนด์พุ่ง หลังนักลงทุนตอบรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำอังกฤษ 🇬🇧🚀
น้ำมันปรับตัวลงอีกครั้ง แม้วิกฤตฮอร์มุซยังไม่คลี่คลาย
ฟรังก์สวิสอ่อนค่าลง หลัง SNB คงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามคาด