สรุปตลาด: ความกังวล AI, ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ กดดันความผันผวนตลาด
ความผันผวนของตลาดในวันนี้ได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากรายงานของ The New York Times ที่ระบุว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น (IPO) ของ OpenAI อาจถูกเลื่อนไปเป็นปี 2027 ซึ่งส่วนหนึ่งเชื่อมโยงกับผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทที่เกี่ยวข้องอย่าง SpaceX หลัง IPO และความผันผวนที่เพิ่มขึ้นของหุ้นในธีม AI
ด้าน JPMorgan เตือนว่าหากเป็นจริง อาจทำให้การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ชะลอตัวลง ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Vital Knowledge มองว่าตลาดกำลังสะท้อนความเสี่ยงนี้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง การเลื่อน IPO อาจช่วยยืดอายุ “เรื่องราว AI” ในตลาด ซึ่งอาจสนับสนุนมูลค่าหุ้นในระยะยาวได้
ภูมิรัฐศาสตร์: ช่องแคบฮอร์มุซตึงเครียด แต่ภาพรวมเริ่มผ่อนคลาย
ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ โดย Donald Trump ระบุผ่าน Truth Social ว่า อิหร่านได้ส่งโดรนพลีชีพอย่างน้อย 4 ลำโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยมีโดรน 1 ลำพุ่งชนเรือบรรทุกสินค้า ขณะที่อีก 3 ลำถูกสกัดได้
แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของอุปทานโลก แต่ราคาน้ำมันตอบสนองเพียงเล็กน้อยและยังมีแนวโน้มอ่อนตัว
ต่อมาในช่วงท้ายวัน บรรยากาศเริ่มดีขึ้นจากสัญญาณการลดความตึงเครียด โดยสหรัฐฯ อิสราเอล และเลบานอน ลงนามข้อตกลงกรอบความร่วมมือแบบ 3 ฝ่าย ขณะที่สหรัฐฯ ประกาศความคืบหน้าข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป โดยลดภาษีเป็นศูนย์ภายใต้กรอบใหม่
ข้อมูลเศรษฐกิจ: สัญญาณผสมจากสหรัฐฯ
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแบบผสม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (University of Michigan) อยู่ที่ 49.5 ต่ำกว่าคาด ขณะที่ดัชนีความคาดหวังผู้บริโภคอยู่ที่ 50.7 สูงกว่าคาด ด้านดุลการค้าสินค้าอยู่ที่ -105.8 พันล้านดอลลาร์ แย่กว่าคาดอย่างชัดเจน
ด้าน Fed นาย Neel Kashkari ปรับมุมมองจากเดิมที่คาดลดดอกเบี้ย ไปสู่ความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ โดยอ้างแรงกดดันเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทาน รวมถึงการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI
ดัชนี: ภาพรวมผสมระหว่างภูมิภาค
- ตลาดสหรัฐฯ ปิดด้วยภาพรวมที่แตกต่างกัน
- S&P 500 ปรับขึ้น 0.3% รายวัน แต่ลดลงมากกว่า 1% รายสัปดาห์
- Nasdaq มีแนวโน้มลดลงประมาณ 4% รายสัปดาห์
- Dow Jones ปรับขึ้น 0.6% รายสัปดาห์
ตลาดยุโรปปิดลบทั้งกระดาน
- DAX ลดลง 1.22%
- ITA40 ลดลง 0.83%
- UK100 ลดลง 0.17%
ตลาดเอเชียเผชิญแรงขายหนัก
- Nikkei 225 ลดลง 4%
- Kospi ลดลง 5.81%
หุ้น: การหมุนกลุ่มอุตสาหกรรมยังชัดเจน
ใน Nasdaq 100 หุ้นที่ปรับขึ้นแรง ได้แก่ AppLovin, Workday และ Axon Enterprise ขณะที่หุ้นที่ปรับลงแรง ได้แก่ Western Digital, Seagate Technology และ Analog Devices
ใน Dow Jones หุ้นที่นำตลาดคือ IBM, Microsoft และ Salesforce ส่วนหุ้นที่กดดันคือ Caterpillar, Goldman Sachs และ Cisco
ขณะเดียวกัน Michael Burry ปิดสถานะ Short บางส่วนใน Palantir และเปิด Long LEAPS ระยะยาวใน Microsoft ที่หมดอายุปี 2028
ประเด็นอื่นที่น่าสนใจ
กลุ่ม Healthcare ทำผลงานดีที่สุดในรอบหลายปี โดยปรับขึ้นมากกว่า 7% นำโดย Bio-Techne และ Incyte ตลาดยังอยู่ในภาวะหมุนกลุ่มอย่างต่อเนื่องจากความไม่แน่นอนของ AI และนโยบายการเงิน
สรุปภาพรวม
ตลาดโลกในวันนี้ถูกขับเคลื่อนโดยความเสี่ยง AI ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ และข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาแบบผสมกัน ส่งผลให้ความผันผวนเพิ่มขึ้นและเกิดการหมุนกลุ่มสินทรัพย์อย่างชัดเจนในทุกภูมิภาค

Weekly capital turnover on the U.S. stock market. Source: xStation
Currencies

คู่เงิน EUR/USD ปรับตัวลดลงบางส่วนจากกำไรช่วงเช้า โดยล่าสุดเคลื่อนไหวแถวระดับ 1.13896 และระหว่างวันโมเมนตัมได้เปลี่ยนไปฝั่งผู้ขายอย่างชัดเจน ขณะที่ดอลลาร์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันปานกลาง โดยดัชนี USDIDX อยู่ที่ 101.091 ลดลง 0.15%
ด้านค่าเงินอื่น ๆ GBP/USD ปรับขึ้นเล็กน้อย 0.09% มาอยู่ที่ระดับ 1.32037 ขณะที่ USD/JPY เคลื่อนไหวแถว 161.734
สินค้าโภคภัณฑ์
ราคาทองคำยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยปรับขึ้น 1.41% มาอยู่เหนือระดับ 4,082 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่เงิน (Silver) ปรับขึ้นแรง 2.44% มาใกล้ระดับ 59.20 ดอลลาร์
ในทางกลับกัน ราคาน้ำมันยังคงเผชิญแรงขายอย่างหนัก แม้มีประเด็นความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซก็ตาม โดย WTI ลดลง 3.14% มาอยู่แถว 69.21 ดอลลาร์ และ Brent ลดลง 3.24% มาอยู่ที่ 72.55 ดอลลาร์ สะท้อนมุมมองของตลาดที่เริ่มคาดว่าเสถียรภาพในภูมิภาคอาจยังคงอยู่ต่อไป
ส่วนก๊าซธรรมชาติปรับขึ้น 2.14% มาอยู่ที่ 3.339 ดอลลาร์ และสามารถทะลุเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (200-day EMA) ได้สำเร็จ
📊 3 ตลาดที่ต้องจับตาในสัปดาห์: EUR/USD, ทองคำ และ S&P 500
Fed's Kashkari ชี้ AI อาจบีบให้ Fed ขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ดัน USD และ EUR/USD กลับทิศ
📉 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.มิชิแกน ต่ำกว่าคาด
Rheinmetall ร่วงแรงเกินเหตุหรือไม่?