17:05 · 10 สิงหาคม 2026

สัปดาห์นี้ต้องจับตา: 3 เหตุการณ์สำคัญ

เข้าสู่สัปดาห์ใหม่ ตลาดยังคงประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์สำคัญในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการจ้างงานเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด การแทรกแซงตลาดครั้งใหญ่จากหลายประเทศเพื่อพยุงค่าเงินเยน รวมถึงประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีข้อยุติและส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันศุกร์

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls) ของสหรัฐฯ ลดลงในเดือนที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ สูญเสียตำแหน่งงาน 23,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการลดลงที่เหนือความคาดหมาย เมื่อรวมกับตัวเลขเดือนมิถุนายนที่ถูกปรับลดลงอย่างมากเหลือเพียง 20,000 ตำแหน่ง สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ กำลังชะลอตัวเร็วกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ภาค Healthcare มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่ภาคการศึกษา ค้าปลีก และบริการทางการเงินกลับมีการจ้างงานลดลง ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจ ISM ที่ชี้ว่าดัชนีย่อยด้านการจ้างงานของภาคบริการปรับตัวลดลง

อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ลดลงมาอยู่ที่ 4.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 ขณะที่อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน (Labour Force Participation Rate) ลดลงต่อเนื่องในเดือนที่ผ่านมา สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2021 ที่ 61.4% การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในตลาดแรงงานสหรัฐฯ อาจยังคงกดดันให้อัตราการว่างงานลดลง แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะไม่ได้สร้างตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นก็ตาม

เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในภาวะ “จ้างน้อย เลิกจ้างน้อย”

ขณะนี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังอยู่ในภาวะ “จ้างน้อย เลิกจ้างน้อย” (Low hire, low fire) และการจ้างงานได้ชะลอตัวลงอย่างมากตลอดปี 2026 ปัจจัยดังกล่าวทำให้เหตุผลสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้อ่อนแอลง

ข้อมูลจาก CME FedWatch บ่งชี้ว่า ตลาดให้น้ำหนักความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้าไว้ที่ 43% ลดลงจาก 57% ก่อนการประกาศตัวเลขการจ้างงาน

ปฏิกิริยาของตลาดเกิดขึ้นทันที โดยดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงอย่างชัดเจนในวงกว้าง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ดัชนีหุ้นปรับตัวสูงขึ้นและฟื้นตัวจากการขาดทุนบางส่วนในวันพฤหัสบดี

โดยรวมแล้ว การลดลงอย่างมากของการจ้างงานในภาคการศึกษาอาจเป็นปัจจัยตามฤดูกาล เนื่องจากภาคส่วนนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มที่สร้างงานได้แข็งแกร่งที่สุดในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มความผันผวนให้กับราคาสินทรัพย์ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมอย่างชัดเจน

การแทรกแซงตลาดครั้งใหญ่เพื่อหยุดการอ่อนค่าของเยน

การแทรกแซงตลาดเพื่อสกัดการอ่อนค่าของเยนเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ขายดอลลาร์สหรัฐฯ และยูโรเพื่อสนับสนุนค่าเงินเยน และมาตรการดังกล่าวก็ได้ผล โดย USD/JPY ลดลงมากกว่า 2% ในช่วง 7 วันทำการที่ผ่านมา

โดยปกติแล้ว เมื่อสหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงตลาด FX อาจเป็นสัญญาณของจุดเปลี่ยนในคู่เงิน แม้เยนจะแข็งค่าขึ้นจากระดับก่อนการแทรกแซง แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเยนกลับอ่อนค่าลงเล็กน้อย โดย USD/JPY เคยปรับขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day SMA) ที่ระดับ 158.50

จากนั้น USD/JPY ปรับตัวลดลงหลังการประกาศตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด แต่ยังคงอยู่เหนือระดับต่ำสุดหลังการแทรกแซงบริเวณ 155 และเหนือระดับ 157.50

หาก USD/JPY กลับขึ้นไปใกล้ระดับ 160.00 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อาจกลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับตลาดการเงิน หากการแทรกแซงครั้งนี้ไม่สามารถช่วยให้เยนแข็งค่าขึ้นได้ อาจนำไปสู่ความผันผวนในตลาดพันธบัตรทั่วโลก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าญี่ปุ่นอาจขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ถือครองอยู่เพื่อเพิ่มทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่มีการพูดถึงว่า เหตุใดสหรัฐฯ จึงตัดสินใจใช้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของตนเองเพื่อสนับสนุนค่าเงินเยนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการดำเนินการที่ไม่ปกติ

จับตาความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลาง หลัง Brent กลับขึ้นเหนือ $80 ต่อบาร์เรล

ตลาดจะยังคงจับตาพัฒนาการในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งรวมถึงการที่อิหร่านเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์

สหรัฐฯ ยังคงไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าวมากนัก ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงแสดงมุมมองเชิงบวกว่า ความขัดแย้งอาจยุติลงในเร็ว ๆ นี้ และการเจรจายังคงดำเนินต่อไป

จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการโจมตีครั้งใหม่ ยกเว้นการโจมตีซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตีในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่ส่งผลให้การเจรจาที่ถูกกล่าวถึงเพื่อกลับไปสู่ข้อตกลง MoU และบรรลุข้อตกลงสันติภาพระยะยาวต้องหยุดชะงัก

ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดสัปดาห์ที่ผ่านมาเหนือระดับ $80 ต่อบาร์เรล แม้ไม่มีการโจมตีโดยตรงครั้งใหม่ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนว่าตลาดเริ่มหมดความอดทนต่อความคืบหน้าที่ล่าช้าในการบรรลุข้อตกลง โดยเฉพาะเมื่อเราเข้าใกล้ช่วงฤดูใบไม้ร่วงในซีกโลกเหนือ

กระแสลงทุนใน AI กลับมาคึกคักอีกครั้ง

การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันไม่ได้ขัดขวางการฟื้นตัวครั้งใหญ่ของหุ้นในธีม AI โดยหุ้นกลุ่มชิปเป็นผู้นำตลาด ขณะที่ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นมากกว่า 11% ตามด้วยดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้น 5.8%

หุ้นสหรัฐฯ ทำผลงานได้ดีกว่าหุ้นยุโรป อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารยุโรปยังคงแข็งแกร่งและปรับตัวขึ้นอีก 3.58% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ท่ามกลางปัจจัยเหล่านี้ ตลาดกำลังเข้าสู่สัปดาห์ที่มีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการ และเราจะเจาะลึก 3 เหตุการณ์ที่ไม่ควรพลาดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

1. CPI สหรัฐฯ

ตลาดคาดว่าอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในเดือนกรกฎาคมจะชะลอตัวลงเล็กน้อยทั้งในส่วน Headline และ Core CPI โดยคาดว่า Headline CPI จะอยู่ที่ 3.4% ขณะที่ Core CPI คาดว่าจะชะลอลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.5%

ประเด็นสำคัญที่สุดของข้อมูลชุดนี้คือ ทั้ง Headline และ Core CPI ยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของ Fed ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ว่าการ Fed คนใหม่ระบุว่าไม่สามารถยอมรับได้

ในเวลานี้ ข้อมูลเงินเฟ้ออาจมีความสำคัญมากกว่าตัวเลขการจ้างงาน เนื่องจากตลาดให้ความสำคัญอย่างมากกับเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของ Fed หาก CPI เดือนกรกฎาคมออกมาสูงกว่าคาด เราอาจเห็นการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนกันยายนกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

รายงาน CPI ยังมีความสำคัญอย่างมากต่อ USD/JPY ตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดอาจกดดันให้เยนอ่อนค่าต่อ และผลักดัน USD/JPY กลับขึ้นไปใกล้ระดับ 160.00 ซึ่งอาจทำให้ทางการสหรัฐฯ และญี่ปุ่นตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ในทางกลับกัน หาก Core CPI เดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 2.3% หรือต่ำกว่า อาจช่วยให้ USD/JPY ปรับตัวลงกลับไปใกล้ระดับ 156.60 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดระหว่างวันหลังการประกาศตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอกว่าคาดเมื่อวันศุกร์

Chart 1: USD/JPY

 

Source: XTB

2. GDP สหราชอาณาจักร ไตรมาส 2

ข้อมูล GDP จะประกาศในวันพฤหัสบดี และจะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจอังกฤษ ก่อนการประกาศงบประมาณของรัฐมนตรีคลังคนใหม่ในเดือนตุลาคม

ตลาดคาดว่าเศรษฐกิจอังกฤษจะขยายตัว 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ลดลงจาก 0.6% ในไตรมาส 1

เศรษฐกิจอังกฤษมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งกว่าในช่วงครึ่งปีแรก ก่อนชะลอตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง ดังนั้น รัฐมนตรีคลังอาจไม่ต้องการใช้ข้อมูล GDP ไตรมาส 2 เพียงชุดเดียวเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจด้านภาษีและการใช้จ่ายของรัฐบาล

ตัวเลข GDP เดือนมิถุนายนคาดว่าจะน่าผิดหวัง โดยตลาดคาดว่าจะหดตัว 0.1% ซึ่งบ่งชี้ว่ายังไม่เห็น “World Cup effect” ในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขันฟุตบอล

นอกจากนี้ ยังน่าสนใจว่าคลื่นความร้อนในเดือนมิถุนายนส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะซบเซา แต่ดัชนีหุ้นอังกฤษยังคงทำจุดสูงสุดใหม่ในช่วงที่ผ่านมา โดย FTSE 100 ทำสถิติสูงสุดระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม ขณะที่ FTSE 250 ทำจุดสูงสุดใหม่ในวันที่ 6 สิงหาคม

FTSE 100 เป็นหนึ่งในดัชนีที่ปรับตัวขึ้นน้อยที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% อย่างไรก็ตาม ดัชนียังปรับตัวขึ้นมากกว่า 2% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 6% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนว่าภาพเศรษฐกิจที่ไม่โดดเด่นไม่ได้ลดความสนใจของนักลงทุนในตลาดหุ้นอังกฤษ

Chart 2: FTSE 100

 

Source: XTB

3. GDP ยูโรโซน ไตรมาส 2

นี่จะเป็นสัปดาห์สำคัญสำหรับข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยตัวเลข GDP ยูโรโซนไตรมาส 2 ครั้งที่สองจะประกาศในช่วงปลายสัปดาห์ และคาดว่าจะยืนยันว่าเศรษฐกิจขยายตัว 0.4% ในไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่อัตราการเติบโตเมื่อเทียบรายปีแตะ 1%

ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจากการหดตัว 0.2% ในไตรมาส 1 และเป็นอัตราการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี

ตัวเลขดังกล่าวจะทำให้โอกาสที่ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเพิ่มขึ้นอย่างมาก ปัจจุบันตลาดให้น้ำหนักโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ในการประชุมเดือนกันยายนไว้แล้วที่ 83% และคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งระหว่างเดือนกันยายน 2026 ถึงกรกฎาคม 2027

หากตัวเลข GDP ยุโรปออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ตลาดอาจเพิ่มการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนค่าเงินยูโรเพิ่มเติม โดยยูโรเป็นสกุลเงินที่ทำผลงานดีที่สุดเป็นอันดับ 3 ในกลุ่ม G10 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

Kathleen Brooks

Research Director UK

Kathleen Brooks is XTB's UK research director with over 20 years of experience working across financial markets. She started specialising in the foreign exchange market before moving into retail trading. Her analysis is widely respected, and she is City AM's Analyst of the Year 2026. Kathleen's analysis is regularly featured across print, digital and broadcast media. She is frequently on BBC, Sky News, LBC and other global media outlets. Her analysis on the economic impact of Brexit, major IPOs, and global economic trends has positioned her as one of the UK's top financial analysts and commentators. 

ไปที่หน้าผู้เชี่ยวชาญ 

เปิดบัญชีฟรี

เปิดบัญชีของคุณได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยาก การฝากและถอนเงินโดยไม่มีค่าธรรมเนียม

เปิดบัญชี  ดาวน์โหลดแอป 
10 สิงหาคม 2026, 08:37

ดอลลาร์ร่วงหนัก หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอ 💲📉

7 สิงหาคม 2026, 10:35

ดัชนีหุ้นอังกฤษทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่หุ้นเทคฯ พักฐาน รอความชัดเจนจากข้อตกลงอิหร่าน

5 สิงหาคม 2026, 08:58

SpaceX รายงานผลประกอบการดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นร่วงหนัก

4 สิงหาคม 2026, 14:21

BP และ HSBC นำตลาดด้วยงบแข็งแกร่ง ขณะที่แรงซื้อเงินเยนเริ่มแผ่ว

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก