- สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงระยะเวลา 60 วันแล้ว
- อย่างไรก็ตาม การเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงถาวรถูกเลื่อนออกไปเป็นภายหลัง
- ในวันพุธนี้ ตลาดจะจับตาผลประกอบการของ Micron Technology Micron Technology ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมหน่วยความจำของสหรัฐฯ
- นอกจากนี้ ยังมีการประกาศดัชนี PMI ที่สำคัญในวันอังคาร และตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
- สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงระยะเวลา 60 วันแล้ว
- อย่างไรก็ตาม การเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงถาวรถูกเลื่อนออกไปเป็นภายหลัง
- ในวันพุธนี้ ตลาดจะจับตาผลประกอบการของ Micron Technology Micron Technology ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมหน่วยความจำของสหรัฐฯ
- นอกจากนี้ ยังมีการประกาศดัชนี PMI ที่สำคัญในวันอังคาร และตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
3 ตลาดน่าจับตาสัปดาห์หน้า: EURUSD, น้ำมัน และ US100 (NASDAQ 100)
สัปดาห์ที่เข้มข้นอย่างยิ่งกำลังจะสิ้นสุดลง โดยตลาดตอบสนองอย่างชัดเจนต่อแนวโน้มเชิงเข้มงวด (Hawkish) ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed), การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และการคงอัตราดอกเบี้ยของ BOE, RBA และ Norges Bank ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่ลดลงหลังการลงนามข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
เมื่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย นักลงทุนจะหันมาให้ความสำคัญกับข้อมูลเศรษฐกิจและเหตุการณ์สำคัญของตลาดมากขึ้น โดยสัปดาห์หน้าจะมีทั้งตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ และผลประกอบการจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดในระยะสั้น
EURUSD
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์หน้าจะมาจากข้อมูลการบริโภคและเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนมุมมองเชิงเข้มงวดของ Fed หลังการประชุมครั้งล่าสุด
ในวันพฤหัสบดี สหรัฐฯ จะรายงานข้อมูลรายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งรวมถึงดัชนี Core PCE ที่ Fed ใช้เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อหลัก ขณะที่วันจันทร์จะมีการเผยแพร่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซน และวันอังคารจะมีตัวเลข PMI เบื้องต้นของเศรษฐกิจหลักทั่วโลก
ตลาดคาดว่า Core PCE จะเพิ่มขึ้น 0.35% MoM ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อรายปีขยับขึ้นสู่ 3.4% จาก 3.3% ขณะที่ PCE ทั่วไปอาจเร่งตัวขึ้นแตะ 4.1%
หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด ดอลลาร์อาจกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง และกดดันให้ EURUSD ปรับตัวลงทดสอบระดับต่ำสุดในรอบล่าสุด
น้ำมัน Brent
ตลาดน้ำมันกำลังเข้าสู่ช่วงพักฐานหลังเผชิญความตึงเครียดจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมาหลายเดือน
แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะลงนามบันทึกข้อตกลงระยะเวลา 60 วันแล้ว แต่ยังมีประเด็นสำคัญอีกมากที่ยังไม่ได้ข้อสรุป และการเจรจาข้อตกลงถาวรถูกเลื่อนออกไปในอนาคต
ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง แต่ยังไม่สามารถดำเนินงานได้เต็มศักยภาพ ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันยังคงผันผวนต่อไป
เมื่อปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เริ่มลดบทบาทลง ตลาดจะหันมาประเมินปัจจัยพื้นฐานด้านอุปสงค์มากขึ้น โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งที่ผ่านมาเป็นแรงพยุงสำคัญของตลาดน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม นอกจากการนำเข้าที่ชะลอตัวแล้ว ยังมีสัญญาณเชิงลบอื่น ๆ จากเศรษฐกิจจีน หากข้อมูลเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว การกลับมาของอุปทานน้ำมันในระดับสูงอาจกดดันให้ราคาน้ำมันลดลงสู่ช่วง 50-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีหน้า
สำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดว่าตลาดน้ำมันอาจเผชิญภาวะอุปทานส่วนเกินสูงถึง 5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีหน้า จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นราว 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน
US100 (Nasdaq 100 Futures)
สำหรับหุ้นเทคโนโลยี สัปดาห์หน้าจะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการพิสูจน์ว่าการประเมินมูลค่าที่ได้รับแรงหนุนจากกระแส AI ยังสามารถรองรับได้ด้วยผลประกอบการจริงหรือไม่
ในวันพุธ นักลงทุนจะจับตาผลประกอบการของ Micron Technology หนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของ AI ผ่านธุรกิจหน่วยความจำสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)
หากผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจออกมาดีกว่าคาด อาจเป็นแรงผลักดันให้ดัชนี US100 กลับขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง และช่วยลดแรงกดดันจากตัวเลข PCE ที่จะประกาศในวันถัดไป
ปัจจุบัน ตลาดหุ้นที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่ม Big Tech ยังคงแสดงความแข็งแกร่งแม้อยู่ภายใต้นโยบายการเงินที่เข้มงวด ตราบใดที่ผลประกอบการยังสนับสนุนระดับมูลค่าหุ้นที่สูง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ระดับ P/E ของตลาดอยู่ในโซนสูง หากบริษัทอย่าง Micron ส่งสัญญาณว่าคำสั่งซื้อเริ่มชะลอตัว พร้อมกับตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ที่ออกมาสูงกว่าคาด ก็อาจกระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรอย่างรุนแรง คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นหลังการประกาศตัวเลข NFP และการประชุม Fed ครั้งล่าสุด
ข่าวเด่นวันนี้ 22 มิ.ย.
🚩 ทองคำดิ่ง 1.5% หลัง Goldman Sachs หั่นเป้าราคาทองปี 2026
สรุปตลาด: ความผันผวนจำกัด ดอลลาร์แข็งค่า
⚠️ เข้าเทรดถูก แต่ทำไมยังโดน SL?