ราคาน้ำมันยังคงอ่อนไหวอย่างมากต่อพัฒนาการในตะวันออกกลาง หลังการเจรจาเพื่อสร้างความมั่นใจต่อการเดินเรือผ่าน ช่องแคบ Hormuz เข้าสู่ภาวะทางตัน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงตอบสนองต่อทุกพาดหัวข่าวที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของ “ดีล” และการผ่อนคลายข้อจำกัดต่อการเดินเรือของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบดังกล่าว
ราคาน้ำมัน Brent ค่อย ๆ ลดทอนการปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI อยู่บริเวณ 81 ดอลลาร์ หลังจากก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง โดยรายงานข่าวล่าสุดที่ระบุว่าโอมานและอิหร่านอาจใกล้บรรลุข้อตกลงในการเจรจา กลายเป็นปัจจัยกระตุ้นหลักของตลาด
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงอยู่ในภาวะ “Grey Zone” กล่าวคือ น้ำมันยังคงไหลผ่านช่องแคบ Hormuz แต่ความเสี่ยงที่ Supply จะหยุดชะงักยังคงอยู่ ส่งผลให้ Geopolitical Premium ยังคงอยู่ในระดับสูง
ในมุมมองของเรา สถานการณ์ทางตันบริเวณช่องแคบ Hormuz ยังคงเป็น Base Case ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แม้ความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะยกระดับสถานการณ์มีแนวโน้มลดลง เมื่อวัฏจักรทางการเมืองเข้าใกล้การเลือกตั้ง Midterm ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
ความหวังต่อดีล Hormuz กดดันราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างมากเมื่อวานนี้ โดย Brent เข้าใกล้ระดับ 87.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเพิ่มขึ้นเกือบ 5% เนื่องจากตลาดกังวลมากขึ้นว่าสถานการณ์ทางตันบริเวณช่องแคบ Hormuz อาจยืดเยื้อ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลังมีรายงานว่าการเจรจาระหว่างโอมานและอิหร่านเข้าสู่ “ขั้นตอนที่มีความคืบหน้าอย่างมาก” และโอกาสที่จะเกิดทางออกอย่างสันติระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่มขึ้น ตลาดจึงเริ่ม Price in ความเป็นไปได้ของ De-escalation ส่งผลให้ Geopolitical Premium บางส่วนที่สะสมอยู่ในราคาน้ำมันถูกลดทอนลง
-
ราคาน้ำมันปรับตัวลงต่ำกว่า 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานความคืบหน้าในการเจรจา
-
ข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นสามารถลดความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz รวมถึงลดความเสี่ยงต่อการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
-
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา หากยังไม่มีข้อตกลงขั้นสุดท้าย ความเสี่ยงที่ Geopolitical Premium จะกลับมาเพิ่มขึ้นก็ยังไม่หายไป
-
ตลาดจึงกำลังเปลี่ยนจากสถานการณ์ “Neither War Nor Peace” ไปสู่การ Price in โอกาสที่ความขัดแย้งจะคลี่คลายมากขึ้น ซึ่งกำลังกดดันราคาน้ำมันในระยะสั้น
สต็อกน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี
ภูมิรัฐศาสตร์ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่อาจทำให้ความผันผวนในตลาดน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง โดยปริมาณน้ำมันใน Strategic Petroleum Reserve (SPR) ของสหรัฐฯ ลดลงต่ำกว่า 300 ล้านบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1983 ทำให้สหรัฐฯ มี Buffer สำหรับรับมือเหตุฉุกเฉินน้อยลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ประเด็นนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษในช่วงที่ตลาดยังคงเผชิญความเสี่ยงจาก Supply Disruption ในตะวันออกกลาง
-
ปริมาณ SPR ลดลงอีก 6.1 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
-
สต็อกรวมลดลงเหลือต่ำกว่า 299 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 40 ปี
-
ระดับ SPR ที่ต่ำทำให้สหรัฐฯ มีพื้นที่ในการนำคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ออกมาใช้รับมือกับการหยุดชะงักของ Supply น้ำมันโลกอย่างฉับพลันน้อยลง
-
ความคืบหน้าในการเจรจาเรื่อง Hormuz กำลังกดดันราคาน้ำมันในขณะนี้ แต่ระดับคลังสำรองของสหรัฐฯ ที่ลดลงยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ หากสถานการณ์กลับมายกระดับอีกครั้ง
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเพิ่มความซับซ้อนให้ Fed ก่อนข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญ
การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาได้ทำให้ตลาดกลับมาให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อของสหรัฐฯ อีกครั้ง ตลาดเพิ่มคาดการณ์โอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.727%
อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายอย่างยั่งยืนและราคาพลังงานปรับตัวลง แรงกดดันดังกล่าวก็อาจลดลงได้
-
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจทำให้กระบวนการ Disinflation ดำเนินไปได้ยากขึ้น และจำกัดพื้นที่ของ Fed ในการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น
-
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4.73% ท่ามกลางความกังวลว่าแรงกดดันด้านราคาจะยังอยู่ในระดับสูง
-
หากราคาน้ำมันปรับตัวลงจากความคืบหน้าในการเจรจา ผลกระทบอาจตรงกันข้าม โดยช่วยลดความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะกลับมาเร่งตัวขึ้น
-
การประกาศข้อมูล CPI ของสหรัฐฯ ในวันพุธ ยังคงเป็น Event สำคัญ และอาจเป็นตัวกำหนดว่าตลาดจะยังคงให้น้ำหนักกับโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนมากขึ้นหรือไม่
กราฟ Oil Futures (OIL)
ราคาน้ำมันปรับตัวลงมาใกล้ EMA50 บนกรอบเวลา Daily ซึ่งปัจจุบันอยู่บริเวณ 87.60 ดอลลาร์ หากราคาหลุดระดับดังกล่าว อาจเป็นสัญญาณว่าโมเมนตัมเริ่มเปลี่ยนเป็นขาลง และเปิดทางให้ราคาปรับฐานลงไปทดสอบบริเวณ 82 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่เคยเกิด Price Reaction ก่อนหน้านี้
ในทางกลับกัน บริเวณ 90 ดอลลาร์ ยังคงเป็นแนวต้านเชิงจิตวิทยาที่สำคัญ

Source: xStation5
โกโก้ร่วง 4% หลังข่าวจากกานา 🚩 ตลาดจะไปทางไหนต่อ?
⬆️ น้ำมันกลับมายืนเหนือ $88
ข่าวเด่นววันนี้ 12 ส.ค.
**Chart of the Day: USDJPY ฟื้นตัวอีกครั้ง การแทรกแซงยังไม่เพียงพอ ตลาดจับตาท่าทีจาก BoJ**