09:09 · 6 สิงหาคม 2026

ทองคำเดินหน้าทดสอบเป้าหมาย 4,200 ดอลลาร์ 🟡

ราคาทองคำ (+2.9%) และโลหะเงิน (+4.45%) ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน แม้ว่าการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ จะเริ่มชะลอตัวลง

การผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประกอบกับบรรยากาศ Risk-on อย่างเต็มรูปแบบในตลาดหุ้น กำลังช่วยกระตุ้นความต้องการลงทุนเชิงเก็งกำไรในโลหะมีค่า

ขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับระดับหนี้ของประเทศเศรษฐกิจหลักยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนแบบดั้งเดิมที่ช่วยเพิ่มแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ

แม้สภาพแวดล้อมตลาดในปัจจุบันจะเอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจมหภาคและความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการคลังยังคงทำให้นักลงทุนมองว่า ทองคำและโลหะเงินยังมีบทบาทสำคัญในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน

ราคาฟิวเจอร์สโลหะมีค่าในวันนี้
ที่มา: xStation5

การวิเคราะห์ทางเทคนิค: GOLD (D1)

ราคาฟิวเจอร์สทองคำปรับตัวทะลุขึ้นในทิศทางขาขึ้น (Bullish Breakout) ในวันนี้ โดยสามารถผ่านเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล EMA10 (สีเหลือง) และ EMA30 (สีม่วงอ่อน) ขึ้นมาได้ พร้อมทดสอบแนวต้านบริเวณขอบบนของกรอบการเคลื่อนไหวแบบ Sideway ล่าสุด ซึ่งตรงกับระดับ Fibonacci Retracement 23.6% ของรอบขาลงล่าสุดในช่วง เดือนเมษายน–กรกฎาคม

อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังคงซื้อขายต่ำกว่าระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเคยถูกทดสอบมาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม

หากราคาสามารถปิดเหนือระดับดังกล่าวได้ จะเป็นสัญญาณว่าทองคำมีโอกาสเปลี่ยนจากแนวโน้ม Sideway ไปสู่แนวโน้ม ขาขึ้น (Uptrend) อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ หากแรงซื้อยังคงแข็งแกร่งในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ และการปรับฐานของดอลลาร์ยังดำเนินต่อไป (USD Index กลับทิศทางในกราฟเป็นขาลง) ราคาทองคำอาจมีโอกาสเดินหน้าทดสอบและทะลุผ่านเส้น EMA100 (สีม่วงเข้ม) ได้

โดยภาพรวม ปัจจัยทางเทคนิคกำลังส่งสัญญาณเชิงบวก แต่ระดับ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังคงเป็นแนวต้านสำคัญที่ตลาดกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด

ที่มา: xStation5

เหตุใดโลหะมีค่าจึงฟื้นตัวขึ้น?

ความพยายามของทองคำและโลหะเงินในการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น เกิดจากปัจจัยหลายด้านที่สนับสนุนร่วมกัน ได้แก่ การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลง และความต้องการลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนเก็งกำไร

ปัจจัยด้านความต้องการซื้อสะท้อนให้เห็นได้จาก ปริมาณการซื้อขาย (Trading Volume) ที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนในสัญญาฟิวเจอร์สทองคำเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (แสดงในกราฟที่ 1)

กราฟที่ 1: ปริมาณการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สทองคำ (Gold Futures Contracts)

ที่มา: CME Group

ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนฝั่งขาขึ้น (Bullish Factors)

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลง และมุมมองต่อดอกเบี้ย Fed ที่เปลี่ยนไป:
ความหวังเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งภายในสิ้นปีนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง และแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงินระยะสั้นที่ลดลง ส่งผลโดยตรงในเชิงบวกต่อโลหะมีค่า ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย (Non-yielding Assets)


กระแสเงินลงทุนจากสถาบัน และแรงซื้อจากเอเชีย:
ความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัวในตลาดเอเชียกำลังช่วยสนับสนุนตลาดโลหะมีค่าอย่างแข็งแกร่ง

กองทุน ETF ที่มีทองคำเป็นสินทรัพย์อ้างอิงของจีน (Chinese Gold-backed ETFs) มีเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 14 วันติดต่อกัน หลังจากเผชิญกับช่วงเงินทุนไหลออกต่อเนื่องเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ การกลับเข้าซื้อทองคำของ ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (Bank of Korea) ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มแรงหนุนให้กับตลาด


แรงส่งทางเทคนิค และการปิดสถานะ Short (Short Covering):
ระดับราคาปัจจุบันได้กระตุ้นให้เกิดแรงซื้อคืนจากนักลงทุนที่เปิดสถานะขาย (Short Position) หลังจากราคาปรับตัวลงต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนจากปัจจัยด้านสงคราม

ในเดือนกรกฎาคม ราคาทองคำฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในรอบ 10 เดือน และปรับขึ้นประมาณ 4% ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,165 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ขณะเดียวกัน โลหะเงินก็มีรูปแบบการฟื้นตัวที่ใกล้เคียงกัน


แรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยง (Risk Appetite) แข็งแกร่งเพียงใด?

ข้อมูลในอดีตจาก กราฟที่ 2 แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงลบที่ชัดเจนระหว่างโลหะมีค่าหลักและดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยในกราฟ:

  • แถวล่างแสดงการเคลื่อนไหวของ ทองคำและโลหะเงิน
  • แถวบนแสดงการเคลื่อนไหวของ Bitcoin และ S&P 500

ผลการเคลื่อนไหวในสัปดาห์ปัจจุบัน (จุดสีน้ำเงิน) สะท้อนว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน

แม้ว่าการอ่อนค่าของดอลลาร์จะชะลอตัวลง (USD Index เคลื่อนไหวใกล้ระดับปิดตลาดวันศุกร์) แต่ราคาทองคำและโลหะเงินยังสามารถทะลุเหนือเส้นแนวโน้ม (Trendline) ได้ สะท้อนถึงแรงซื้อที่ยังคงแข็งแกร่ง

กราฟที่ 2: การเปรียบเทียบผลตอบแทนรายสัปดาห์ของสินทรัพย์ที่เลือกเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่มา: XTB Research, ข้อมูลจาก Yahoo Finance

  • ความขัดแย้งในอิหร่านและกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้บทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิมถูกบดบังไปชั่วคราว
  • อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทองคำและโลหะเงินกำลังพยายามเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถเห็นได้จากการปรับตัวขึ้นของ Bitcoin และตลาดหุ้น
  • แต่การฟื้นตัวของความเชื่อมั่นและแรงซื้อเชิงเก็งกำไร ไม่ใช่เพียงปัจจัยเดียวที่ผลักดันให้โลหะมีค่าปรับตัวสูงขึ้น
  • เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ทะลุขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 หลังนักลงทุนเทขายพันธบัตรจากความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจยังคงอยู่ในระดับสูง และธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ล่าช้า
  • ความกังวลดังกล่าวยังได้รับแรงหนุนจากการที่สหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อสนับสนุนค่าเงินเยนญี่ปุ่น โดยญี่ปุ่นถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 1.14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการคลัง นโยบายการเงิน และระดับหนี้ของประเทศเศรษฐกิจหลัก ซึ่งยังคงเป็นแรงสนับสนุนระยะยาวต่อความต้องการถือครองสินทรัพย์อย่างทองคำและโลหะเงิน

กราฟที่ 3: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของญี่ปุ่น เยอรมนี และสหรัฐฯ

Source: XTB Research, Bloomberg and Macrobond data

เปิดบัญชีฟรี

เปิดบัญชีของคุณได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยาก การฝากและถอนเงินโดยไม่มีค่าธรรมเนียม

เปิดบัญชี  ดาวน์โหลดแอป 
6 สิงหาคม 2026, 09:32

ข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น

6 สิงหาคม 2026, 09:31

ภาคบริการสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น

6 สิงหาคม 2026, 09:00

ตัวเลขจ้างงาน ADP ของสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด ดัน EURUSD ปรับตัวขึ้น 📈

6 สิงหาคม 2026, 08:53

สรุปตลาดรายวัน 6.8.2026

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก