ดีล IPO ของ SpaceX (SPCX.US) ได้สร้างสถิติใหม่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยสามารถระดมทุนได้ถึง 85.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง IPO เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในการซื้อขายวันแรก ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 19% จากระดับราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัททะลุ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
เข้าสู่วันซื้อขายวันจันทร์ แนวโน้มขาขึ้นยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยราคาหุ้น SpaceX ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 43% เมื่อเทียบกับราคา IPO การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ SpaceX ก้าวขึ้นสู่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก เทียบเคียงกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Tesla และ Nvidia
แรงหนุนการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงของราคาหุ้นสะท้อนถึงความคึกคักของนักลงทุนต่อแนวโน้มการเติบโตของ SpaceX รวมถึงศักยภาพระยะยาวของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีอวกาศ และการสื่อสารผ่านดาวเทียม การที่ราคาหุ้นยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงการซื้อขายนอกเวลาหลังปิดตลาดวันจันทร์ สะท้อนว่าความต้องการซื้อยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจเปิดทางให้ตลาดสร้างจุดสูงสุดใหม่เพิ่มเติมในระยะถัดไป
อย่างไรก็ตาม หลังจากช่วงการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง คำถามสำคัญของนักลงทุนไม่ใช่ว่า SpaceX มีศักยภาพหรือไม่อีกต่อไป แต่คือระดับมูลค่าปัจจุบันยังมีความน่าสนใจเพียงพอที่จะรองรับการปรับตัวขึ้นต่อหรือไม่ ปัจจัยใดที่จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนราคาหุ้น และความเสี่ยงใดที่อาจทำให้แรงเก็งกำไรเริ่มชะลอตัวลง
ตัวเลขที่ควรจับตา
นักลงทุนจำนวนมากเข้าซื้อหุ้น SpaceX ด้วยความคาดหวังในการเข้าถึงสามอุตสาหกรรมที่ถูกมองว่ามีศักยภาพเติบโตสูงในระยะยาว ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีการปล่อยจรวด และเครือข่ายดาวเทียม บริษัทมีเป้าหมายเชิงรุกอย่างมาก ตั้งแต่การพัฒนาศูนย์ข้อมูลในอวกาศ ไปจนถึงแผนการตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร
ในช่วงไลฟ์สตรีม IPO อีลอน มัสก์ระบุว่า SpaceX กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท ซึ่งยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นว่าช่วงหลายปีข้างหน้าจะเป็นช่วงของการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ทั้งต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ นักลงทุนยังให้ความเชื่อมั่นต่อบทบาทของมัสก์ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนโครงการที่ดูเป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นจริงได้
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังการเติบโตที่น่าดึงดูดยังคงมีคำถามด้านการเงินที่สำคัญอยู่ไม่น้อย โดย SpaceX ปิดปี 2025 ด้วยผลขาดทุนมากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ค่าใช้จ่ายลงทุน (capex) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในไตรมาสแรกของปี 2026 บริษัทใช้เงินลงทุนถึง 10.1 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 4.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
SpaceX ถูกประเมินมูลค่าในระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ แม้รายได้ปี 2026 จะคาดว่าจะอยู่ที่ราว 25 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ แต่การประเมินมูลค่าปัจจุบันยังอิงกับการคาดการณ์การเติบโตในระยะยาวมากกว่าผลประกอบการในปัจจุบัน
ฝั่งผู้สนับสนุนมองว่าความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ตำแหน่งผู้นำตลาด และอุปสรรคในการเข้าสู่อุตสาหกรรมที่สูงมาก จะช่วยให้ SpaceX รักษาอัตราการเติบโตได้ต่อเนื่องในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การประเมินมูลค่าบนกำไรที่อาจเกิดขึ้นในอีก 15–20 ปีข้างหน้า สะท้อนถึงระดับการเก็งกำไรที่สูงมาก
เพื่อให้เห็นภาพ หากราคาหุ้น SpaceX เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากระดับ IPO มูลค่าตลาดของบริษัทจะสูงกว่า Alphabet (Google) ซึ่งเป็นระดับที่ยากจะอธิบายเมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดในปัจจุบัน ดังนั้น แม้แนวโน้มระยะยาวยังคงน่าสนใจ แต่มูลค่าปัจจุบันก็สะท้อนความคาดหวังที่สูงมากเช่นกัน
ศักยภาพการเติบโตยังมีอยู่หรือไม่?
แม้ภาพระยะสั้นของการเติบโตอาจยังไม่จบลง เนื่องจาก SpaceX กำลังเผชิญกับอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญ คือการมีโอกาสถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนี Nasdaq 100 (คาดว่าต้นเดือนกรกฎาคม)
ตามเกณฑ์ใหม่ของ Nasdaq บริษัทที่เข้าจดทะเบียน IPO ไม่จำเป็นต้องรอ 3–14 เดือนเหมือนเดิม หากมูลค่าตลาดติดอยู่ในกลุ่ม 40 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดใน Nasdaq 100 (ประมาณ 121 พันล้านดอลลาร์ขึ้นไป) ก็สามารถมีสิทธิ์ถูกเพิ่มเข้าดัชนีได้ทันทีในการทบทวนรอบถัดไป ซึ่ง SpaceX มีมูลค่าตลาดระดับหลายล้านล้านดอลลาร์ จึงมีโอกาสสูงที่จะผ่านเกณฑ์
การเข้าร่วม Nasdaq 100 จะสร้างผลบวก 2 ด้านสำคัญต่อหุ้น SpaceX ได้แก่
ประการแรก กองทุนและ ETF ที่อิงดัชนี Nasdaq 100 จะต้องเข้าซื้อหุ้น SpaceX เพื่อปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับองค์ประกอบดัชนี ซึ่งจะสร้างแรงซื้อเชิงกลไก (technical demand) และช่วยสนับสนุนราคาหุ้นในระยะสั้น
ประการที่สอง จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงหุ้น SpaceX ในกลุ่มนักลงทุนสถาบันมากขึ้น ทำให้นักลงทุนสามารถถือครองผ่านกองทุน ETF ได้ง่ายขึ้น แทนการซื้อหุ้นโดยตรง ส่งผลให้สภาพคล่องเพิ่มขึ้นและดึงดูดเงินทุนในอนาคต
แรงขายอาจเกิดขึ้นช่วงปลายฤดูร้อน?
นอกเหนือจากความคาดหวังเชิงบวก นักลงทุนยังต้องระวังปัจจัยที่อาจเพิ่มความผันผวนในช่วงเดือนข้างหน้า
ตามเอกสารของบริษัท SpaceX มีแผนปลดล็อกหุ้นบางส่วนก่อนครบกำหนด lock-up 6 เดือนหลัง IPO แต่จะใช้วิธีทยอยปลดล็อกตามเป้าหมายผลการดำเนินงานแทนการปลดพร้อมกันทั้งหมด วิธีนี้ช่วยลดแรงกดดันจากการเทขายจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้มีอุปทานหุ้นเข้าสู่ตลาดต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้ความผันผวนยืดเยื้อออกไป
นอกจากนี้ บริษัทโบรกเกอร์บางแห่งยังมีข้อกำหนดให้ลูกค้าถือหุ้นขั้นต่ำเป็นระยะเวลา เช่น 31 วันหลัง IPO ซึ่งเมื่อข้อจำกัดเหล่านี้ทยอยสิ้นสุดลง อาจเกิดแรงขายทำกำไรจากนักลงทุนระยะสั้นเพิ่มขึ้น
ดังนั้น แม้ในระยะสั้นกระแสเงินทุนอาจยังไหลเข้าสู่ SpaceX ต่อเนื่อง แต่เมื่ออุปทานหุ้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาจกลายเป็นแรงกดดันต่อราคา และนำไปสู่การปรับฐานเพื่อหามูลค่าที่เหมาะสมมากขึ้น
กราฟหุ้น SpaceX (SPCX.US)
ราคาหุ้น SpaceX ยังคงเดินหน้าปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยในวันก่อนหน้าเพิ่มขึ้นอีก 19% เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันศุกร์ที่ผ่านมา

หากคุณกำลังมองหาว่าจะซื้อหุ้น SpaceX ได้ที่ไหน หรือจะซื้อ SpaceX อย่างไร ทาง XTB เรามีคำตอบให้คุณแล้ว — เพียงแค่เปิดบัญชีเทรดกับ XTB คุณก็สามารถเริ่มเข้าถึงโอกาสการลงทุนนี้ได้ทันที
XTB มีแพลตฟอร์มการเทรดที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงโอกาสในตลาดได้ทันทีเมื่อหุ้นถูกจดทะเบียน พร้อมประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกผ่านระบบ xStation
AI ต้องการข้อมูลมหาศาล แล้วนี่คือเหตุผลที่ Western Digital กำลังพุ่งแรงใช่หรือไม่?
NVIDIA กำลังมองหาเส้นทางใหม่สู่จีน โดย Vera CPUs อาจกลายเป็นช่องทางการเติบโตใหม่ของบริษัท
หุ้น SpaceX พุ่ง 6% ในช่วงพรีมาร์เก็ต 📈
กราฟประจำวัน: EU50 – ดัชนีหุ้นยุโรปทำจุดสูงสุดใหม่ (15.06.2026)