Apple (AAPL.US) กำลังตกอยู่ท่ามกลางประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และกฎระเบียบครั้งสำคัญ หลังมีรายงานว่าบริษัทกำลังล็อบบี้รัฐบาลของ Donald Trump เพื่อขออนุญาตจัดซื้อชิปหน่วยความจำจาก ChangXin Memory Technologies (CXMT) ผู้ผลิตชิปสัญชาติจีนที่อยู่ใน บัญชี 1260H (Pentagon Blacklist) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
ทำไม Apple จึงหันไปหา CXMT?
แรงกดดันด้านต้นทุนกำลังทวีความรุนแรงและสะท้อนออกมาในราคาสินค้าแล้ว
Apple ได้ปรับขึ้นราคาทั้ง iPad และ MacBook พร้อมยอมรับว่า บริษัทไม่สามารถแบกรับต้นทุนหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้นได้อีกต่อไป ซึ่งเป็นผลจากความต้องการชิปที่พุ่งสูงจากการลงทุนสร้าง ศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Center)
รายงานระบุว่า Apple ได้ล็อบบี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ มานานกว่าหนึ่งเดือน และยังขยายความพยายามไปยังหน่วยงานอื่น ๆ รวมถึงพันธมิตรทางการเมืองในกรุงวอชิงตัน
ในทางกฎหมาย Apple ยังไม่ได้ถูกห้ามซื้อชิปจาก CXMT โดยตรง แต่การที่บริษัทจีนแห่งนี้อยู่ใน บัญชี 1260H ทำให้เกิดอุปสรรคทั้งด้านการเมืองและภาพลักษณ์อย่างมาก
วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เตือนหนัก
วุฒิสมาชิก Tom Cotton ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า หาก Apple เลือกใช้ชิปจาก CXMT จะถือเป็น
"ความผิดพลาดครั้งร้ายแรง"
ทั้งต่อมูลค่าของผู้ถือหุ้นในระยะยาว ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน และความมั่นคงของสหรัฐฯ
คำเตือนนี้ไม่ได้เป็นเพียงถ้อยแถลงทางการเมือง เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ ได้จัดให้ CXMT เป็นบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีนตั้งแต่สมัยรัฐบาล Biden และต่อมาคณะกรรมการระหว่างหน่วยงานก็มีมติให้นำบริษัทเข้าสู่ Entity List ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งโดยปกติแล้ว คำขอใบอนุญาตซื้อสินค้าจากบริษัทในรายชื่อนี้มักถูกปฏิเสธ
ความเสี่ยงที่ Apple ต้องเผชิญ
กรณีนี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั้งหมด
-
ต้นทุนหน่วยความจำเพิ่มสูงขึ้น จากกระแส AI Boom และการเร่งลงทุนในศูนย์ข้อมูล แม้ Apple จะไม่ใช่บริษัทเดียวที่ได้รับผลกระทบ แต่ในฐานะผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภครายใหญ่ บริษัทจึงได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ
-
ห่วงโซ่อุปทานกระจุกตัว ตลาด DRAM ถูกครอบครองโดยผู้ผลิตรายใหญ่จากเกาหลีใต้และไต้หวัน เช่น Samsung และ SK Hynix ทำให้ Apple มีอำนาจต่อรองด้านราคาค่อนข้างจำกัด
-
ความเสี่ยงด้านกฎหมายและการเมือง หากทำเนียบขาวอนุมัติให้ Apple ซื้อชิปจาก CXMT อาจสร้างแรงกดดันทางการเมืองอย่างมาก และอาจนำไปสู่การคัดค้านจากทั้งสองพรรคในสภาคองเกรส
-
ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ชื่อเสียงด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของ Apple โดยเฉพาะในตลาดสินค้าระดับพรีเมียม
มูลค่าหุ้นในมุมมองเชิงประวัติศาสตร์
ปัจจุบัน Apple ซื้อขายที่ค่า EV/EBITDA (NTM) 23.6 เท่า สูงกว่าค่ามัธยฐานย้อนหลัง 3 ปีที่ 23.2 เท่า เล็กน้อย
เมื่อเทียบกับกรอบส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน พบว่าระดับปัจจุบันอยู่ใกล้ขอบบนของช่วงปกติ โดยระดับ +1 Standard Deviation อยู่ที่ประมาณ 24.9 เท่า
จึงอาจกล่าวได้ว่า หุ้น Apple ยังไม่ถือว่าแพงเกินไป แต่ก็ ไม่ได้อยู่ในระดับที่ถูก เช่นกัน
ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2023 ถึงต้นปี 2024 ซึ่งตลาดได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนหลังวิกฤตโควิด หุ้น Apple เคยซื้อขายต่ำกว่าค่ามัธยฐาน และเคลื่อนไหวใกล้ระดับ -1 Standard Deviation หรือประมาณ 21.2 เท่า
ด้านเทคนิคยังให้ภาพที่ไม่ชัดเจน
จากมุมมองทางเทคนิค แนวโน้มของหุ้น Apple ยังคงอยู่ในภาวะที่ ผสมผสาน (Mixed) นักลงทุนจึงยังต้องติดตามทั้งพัฒนาการของประเด็น CXMT และทิศทางต้นทุนชิปหน่วยความจำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทั้งสองปัจจัยอาจส่งผลต่อผลประกอบการและการประเมินมูลค่าหุ้นในระยะต่อไป
-
ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 281 ดอลลาร์ ซึ่งยังต่ำกว่าเส้น EMA50 (289 ดอลลาร์) และกำลังทดสอบ EMA100 (280 ดอลลาร์) ในฐานะแนวรับสำคัญ
-
ขณะที่ EMA200 อยู่บริเวณ 268 ดอลลาร์ ซึ่งยังต่ำกว่าราคาปัจจุบันอย่างชัดเจน สะท้อนว่า แนวโน้มขาขึ้นในระยะยาวยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
-
ดัชนี RSI (14) อยู่ที่ 40.2 แสดงให้เห็นว่าหุ้นได้หลุดพ้นจากภาวะ Overbought (เหนือระดับ 70 ซึ่งเคยเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2026) แล้ว และกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่โซนเป็นกลาง โดยยังมีโอกาสลงมาทดสอบแนวรับเพิ่มเติมในระยะสั้น
Alphabet เข้าเป็นสมาชิก DJIA หุ้นพุ่งกว่า 4%
"Rammmagedon" ถูกฟ้องคดีผูกขาด ท่ามกลางแผนลงทุนในเกาหลี
Rocket Lab ซื้อ Iridium ผู้นำอวกาศรายใหม่กำลังเกิด?
หุ้น McDonald's ซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 📉