Bitcoin เริ่มต้นปีได้อย่างย่ำแย่ และยังคงอ่อนแอตลอดไตรมาสที่ 2 โดยการฟื้นตัวขึ้นสู่บริเวณ 81,000 ดอลลาร์สหรัฐ ไม่สามารถรักษาโมเมนตัมไว้ได้ ส่งผลให้ราคาปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดของปี 2026 ขณะที่อุปสงค์ในตลาด Spot ยังคงซบเซา แรงขายทำกำไรยังเป็นปัจจัยหลักที่กดดันตลาด และข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังคงมีท่าทีระมัดระวัง
ประเด็นสำคัญ
- ในเดือนมิถุนายน Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2024 ปัจจัยกดดันหลักมาจากกระแสเงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่องจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ซึ่งมีมูลค่ารวมราว 4.5–6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของครึ่งปีแรก
- สัญญาณอ่อนแอเริ่มปรากฏตั้งแต่ต้นปี โดยในเดือนมกราคม กองทุน Bitcoin ETF และ Ethereum ETF มีเงินทุนไหลออกเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในวันเดียว ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดคริปโตเป็นลบตั้งแต่ช่วงต้นปี แม้ว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในเดือนมีนาคม ซึ่งกองทุน ETF มีเงินทุนไหลเข้ารวม 1.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่โดยรวมแล้ว Spot Bitcoin ETF ยังคงปิดไตรมาสแรกด้วยยอดเงินทุนไหลออกสุทธิประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- แรงขายกลับมารุนแรงอีกครั้งในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน โดยกองทุน ETF เผชิญเงินทุนไหลออกต่อเนื่องเป็นเวลา 6 วัน รวมมูลค่ากว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ยอดเงินทุนไหลเข้าสุทธิของ Spot Bitcoin ETF ตลอดปี 2026 ลดลงเหลือเพียงประมาณ 536 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกัน ตลาด ETF มีการกระจุกตัวมากขึ้นในกองทุนของ BlackRock และ Fidelity ซึ่งเคยเป็นผู้รับเงินทุนไหลเข้าส่วนใหญ่ แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งสองแห่งกลับกลายเป็นผู้ขายสุทธิ
- ในเดือนมิถุนายน Strategy ได้ขาย Bitcoin ออกบางส่วนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อบริษัทที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก
- การปรับตัวลงของราคา Bitcoin ยังสร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมเหมืองขุดคริปโต โดยต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการบางรายสูงกว่าราคาตลาดของ Bitcoin ขณะที่ Hashrate ของเครือข่ายลดลงประมาณ 5.8% ในช่วงต้นปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อภาคการขุด
- บทบาทของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐเริ่มลดความน่าสนใจลง หลังจากตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และเม็ดเงินลงทุนเริ่มไหลออกจากคริปโทเคอร์เรนซีไปยังหุ้นกลุ่ม AI และ เซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก
- ด้านกฎระเบียบ นักลงทุนยังคงรอความคืบหน้าที่ชัดเจน โดยการผลักดัน Clarity Act ในสหรัฐฯ ยังคืบหน้าอย่างล่าช้า ส่งผลให้ความต้องการลงทุนจากสถาบันการเงินยังคงถูกจำกัด แม้ว่าสถาบันการเงินรายใหญ่จะเดินหน้าขยายบริการที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
กราฟ Bitcoin (กรอบเวลา D1)

แหล่งที่มา: xStation5
แหล่งที่มา: XTB Research, Bloomberg Finance L.P.
-
Ethereum มีผลการดำเนินงานต่ำกว่า Bitcoin อย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เนื่องจากนักลงทุนให้ความสนใจกับกองทุน Bitcoin ETF มากกว่า ขณะที่อุปสงค์ต่อ ETH ยังคงอ่อนแอกว่าอย่างเห็นได้ชัด
- กองทุน Spot Ethereum ETF ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันในระดับจำกัด โดยกระแสเงินทุนไหลเข้ายังคงต่ำกว่ากองทุน Bitcoin ETF อย่างมาก แม้ว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดจะปรับตัวดีขึ้นเป็นระยะก็ตาม
- ปริมาณ ETH ที่ถูกนำไป Staking ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ โดยมากกว่าหนึ่งในสามของอุปทาน ETH ทั้งหมดถูกล็อกไว้ในระบบ Staking ส่งผลให้จำนวนเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดลดลง
- เครือข่าย Layer 2 ยังคงได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรองรับธุรกรรมบน Ethereum ในสัดส่วนที่มากขึ้น และช่วยลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบนเครือข่ายหลัก (Mainnet)
- กิจกรรมในภาค Decentralized Finance (DeFi) ยังคงมีความแข็งแกร่ง แม้ว่ามูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อกไว้ในระบบ (Total Value Locked: TVL) จะยังต่ำกว่าระดับสูงสุดของวัฏจักรรอบก่อน เนื่องจากนักลงทุนยังคงระมัดระวัง
- การใช้งาน Stablecoin บนเครือข่าย Ethereum ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำบทบาทของ Ethereum ในฐานะเครือข่ายหลักสำหรับการชำระธุรกรรมของสินทรัพย์ดิจิทัลที่อ้างอิงดอลลาร์สหรัฐ
- ทีมนักพัฒนา Ethereum ยังคงเดินหน้าพัฒนาอัปเกรด Pectra ซึ่งเป็นหนึ่งในการปรับปรุงโปรโตคอลที่สำคัญที่สุดของเครือข่าย โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่ม ความสามารถในการรองรับธุรกรรม (Scalability), ประสิทธิภาพของผู้ตรวจสอบเครือข่าย (Validator Efficiency) และ ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ (User Experience)
- แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานบนเครือข่าย (On-chain Fundamentals) จะปรับตัวดีขึ้น แต่ ETH ยังคงเผชิญแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง และผลตอบแทนที่โดดเด่นของหุ้นกลุ่ม AI ซึ่งยังคงดึงดูดเม็ดเงินลงทุนออกจากตลาดคริปโทเคอร์เรนซีโดยรวม
กราฟ Ethereum (กรอบเวลา D1)
แหล่งที่มา: xStation5
แผนภูมิประจำวัน: ทองคำฟื้นตัวเหนือ $4,000 – Goldman Sachs ยืนยันคาดการณ์ขาขึ้น 🔼
ปฏิทินเศรษฐกิจ: ตลาดรอ JOLTS สหรัฐฯ, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และผลประกอบการ Nike
GDP UK ต่ำกว่าคาด ขณะที่ยอดค้าปลีกเยอรมนีออกมาดีกว่าคาด
น้ำมันร่วง 30% ในหนึ่งไตรมาส 🚩 Morgan Stanley ปรับลดคาดการณ์อีกครั้ง
