EURUSD เริ่มต้นการซื้อขายในวันนี้ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและความไม่แน่นอน โดยตลาดยังขาดปัจจัยหลักเพียงปัจจัยเดียวที่จะเข้ามากำหนดทิศทางอย่างชัดเจน
ด้านหนึ่ง นักลงทุนกำลังจับตาการประชุมและการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในคืนนี้ ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของดอลลาร์สหรัฐในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
อีกด้านหนึ่ง ยุโรปยังคงเป็นปัจจัยที่ไม่อาจมองข้ามได้ หลังข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดสะท้อนให้เห็นอีกครั้งว่า เรื่องราวของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และแนวทางรับมือกับแรงกดดันด้านราคายังคงเป็นประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป
ในทางปฏิบัติ EURUSD กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีปัจจัยใดครอบงำตลาดอย่างเด็ดขาด นักลงทุนพยายามประเมินทั้งทิศทางนโยบายของ Fed, ECB และความแตกต่างของแนวโน้มระหว่างทั้งสองธนาคารกลาง ซึ่งยิ่งเพิ่มความผันผวนให้กับตลาด และทำให้ปัจจัยใหม่เพียงเล็กน้อยสามารถเปลี่ยนสมดุลของแรงซื้อและแรงขายได้อย่างรวดเร็ว
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ EURUSD จึงมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังในตลาดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในวันที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์เศรษฐกิจมหภาคสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางของค่าเงินโดยตรง

Source: xStation5
อะไรคือปัจจัยที่กำลังขับเคลื่อน EURUSD ในวันนี้?
-
Kevin Warsh เปิดฉากบทบาทประธาน Fed และบททดสอบความน่าเชื่อถือ
- การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของ Kevin Warsh ในฐานะประธาน Fed คนใหม่
- ปัจจุบันตลาดแทบจะมั่นใจแล้วว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ดังนั้น ตัวเลขดอกเบี้ยจึงไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุดที่นักลงทุนให้ความสนใจ
- สิ่งที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดมากกว่าคือ น้ำเสียงของแถลงการณ์และมุมมองของ Warsh ต่อทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต
- Warsh เข้ารับตำแหน่งในช่วงเวลาที่เงินเฟ้อสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจยังแสดงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ Fed มีพื้นที่จำกัดในการเริ่มวงจรลดดอกเบี้ยเร็วเกินไป
- ด้วยเหตุนี้ การสื่อสารของ Fed ในวันนี้อาจกลายเป็นสัญญาณชี้นำทิศทางของนโยบายการเงินตลอดช่วงเวลาที่เหลือของปี
- หาก Fed ส่งสัญญาณเข้มงวด (Hawkish) มากกว่าที่ตลาดคาด แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและสร้างแรงกดดันต่อ EURUSD ได้ทันที
ยุโรป: เงินเฟ้อตรงตามคาด แต่แรงกดดันยังไม่หายไป
- ฝั่งยุโรป วันนี้มีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ HICP เดือนพฤษภาคมฉบับสุดท้าย โดยออกมาที่ 3.2% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้
- ตัวเลขดังกล่าวช่วยลดความผันผวนระยะสั้นของตลาดได้บางส่วน แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงภาพรวมที่สำคัญ
- เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนยังคงอยู่ในระดับสูง และยังเป็นปัจจัยที่ ECB ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
- โดยเฉพาะเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) และหมวดบริการ (Services Inflation) ที่ยังคงไม่แสดงสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน
ECB และความเสี่ยงของการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
- การที่ตัวเลขเงินเฟ้อไม่ได้ออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้ ECB ยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ท้าทาย
- หลังจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุด ตลาดเริ่มกลับมาประเมินอีกครั้งว่า วงจรการคุมเข้มนโยบายการเงินของ ECB สิ้นสุดลงจริงหรือไม่
- หากเงินเฟ้อภาคบริการยังทรงตัวในระดับสูง และเงินเฟ้อพื้นฐานไม่สามารถชะลอลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ECB อาจจำเป็นต้องพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงปลายปี
- สถานการณ์ดังกล่าวช่วยจำกัดแรงกดดันฝั่งขาลงของยูโร และกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยถ่วงดุลความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐ
ภาพรวมตลาด: ความตึงเครียดระหว่างสองธนาคารกลาง
- ปัจจุบัน EURUSD ยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยสองแรงผลักดันที่สวนทางกัน
- ด้านหนึ่ง นักลงทุนให้ความสำคัญกับ Fed และผลกระทบต่อทิศทางของดอลลาร์สหรัฐ
- อีกด้านหนึ่ง เงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงของยุโรป ทำให้ตลาดยังคงคาดหวังอย่างระมัดระวังว่า ECB อาจจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไป
- ภายใต้สภาวะเช่นนี้ ตลาดจึงมีความอ่อนไหวต่อถ้อยแถลงของธนาคารกลางเป็นพิเศษ ขณะที่โครงสร้างทางเทคนิคของราคาเองก็สะท้อนถึงภาวะสมดุลที่เปราะบาง ซึ่งพร้อมจะถูกทำลายได้จากข้อมูลหรือสัญญาณใหม่ ๆ
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
- EURUSD กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยสองแรงที่หักล้างกันค่อนข้างมาก
- Fed ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางของดอลลาร์สหรัฐในระยะสั้น
- ยุโรปยังเผชิญกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังไม่แสดงสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน
- ตลาดยังอยู่ในโหมดรอดูท่าที (Wait-and-See) และยังไม่มีปัจจัยหลักที่ครอบงำตลาดอย่างเด็ดขาด
- ทิศทางที่ชัดเจนของ EURUSD มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นหลังผลการประชุม Fed และการแถลงข่าวในช่วงค่ำวันนี้
Morning Wrap: อารมณ์ตลาดคลายตัวหลังข้อตกลงหยุดยิง เฟดกลับมาเป็นศูนย์กลางของตลาด
น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ต่ำกว่าระดับ $80 แล้ว!
การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan) หมายถึงอะไรต่อค่าเงินเยน?
Nasdaq ใกล้จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 🔼 กำลังก่อตัวเป็นรูปแบบ Double Top หรือไม่?