15:40 · 24 กรกฎาคม 2026

GOLD: แรงกดดันฝั่งขายกลับมา ทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ $3,960

ราคาทองคำโลกปรับตัวลดลงแรงในวันพฤหัสบดี หลังตลาดกลับมาประเมินผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น และแนวโน้มที่ Fed อาจคงนโยบายการเงินตึงตัวนานกว่าที่คาด

หลังจากขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ก่อนหน้า ราคาทองคำ Spot ปรับตัวลงเกือบ 2% ปิดที่บริเวณ $4,050.6/oz ลดลงประมาณ $82/oz ขณะที่ Gold Futures เดือนสิงหาคมบน COMEX ลดลง 2.5% ปิดที่ $4,050.2/oz

การปรับฐานครั้งนี้สะท้อนว่าทองคำกำลังได้รับอิทธิพลมากขึ้นจากปัจจัยมหภาค โดยเฉพาะ:

  • ราคาน้ำมันที่กลับขึ้นเหนือระดับ $100 ต่อบาร์เรล
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น
  • ความคาดหวังต่อทิศทางดอกเบี้ย Fed

แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังช่วยหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่แรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยสูงกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มขายทำกำไรหลังราคาทองฟื้นตัวในช่วงที่ผ่านมา


ราคาน้ำมันกลับมาเหนือ $100 กดดันทองคำ

ปัจจัยสำคัญที่กดดันทองคำในรอบนี้มาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบ โดย Brent กลับขึ้นเหนือ $100 ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม

แรงหนุนมาจากความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทาน หลังกลุ่ม Houthi ในเยเมนประกาศโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในบริเวณทะเลแดง

ราคาพลังงานที่สูงขึ้นสร้างความท้าทายให้กับธนาคารกลางทั่วโลก:

  • ต้นทุนพลังงานสูงอาจกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • แต่ในขณะเดียวกันอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวขึ้น

สำหรับทองคำ ผลกระทบจากเงินเฟ้อมีสองด้าน:

  • ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ → หนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
  • เงินเฟ้อจากพลังงาน → เพิ่มโอกาสที่ Fed จะคงดอกเบี้ยสูง → กดดันทองคำ

Bond Yield และ USD จำกัดการฟื้นตัวของทองคำ

แรงกดดันหลักต่อทองคำมาจากการเพิ่มขึ้นของ Bond Yield สหรัฐฯ

  • US 10-Year Yield: เพิ่มขึ้น 4 bps สู่ 4.699% สูงสุดนับตั้งแต่มกราคม 2025
  • US 2-Year Yield: ขึ้นสู่ 4.353%
  • US 30-Year Yield: แตะ 5.167%

ขณะเดียวกัน ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น โดย Dollar Index เพิ่มขึ้นกว่า 0.3% ปิดที่ 101.44 จุด

การเพิ่มขึ้นของ Bond Yield และ USD สะท้อนว่าตลาดเริ่มลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed เนื่องจากความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน

สำหรับทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนจากดอกเบี้ย สภาพแวดล้อมดังกล่าวถือเป็นแรงกดดัน เนื่องจากต้นทุนโอกาสในการถือครองทองคำเพิ่มขึ้น


ตลาดเพิ่มโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ย

ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool แสดงให้เห็นว่าความน่าจะเป็นที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเป็น 83% จากเดิม 68%

ตลาดกำลังตอบสนองต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง Fed อาจมีความยากลำบากในการเข้าสู่วงจรผ่อนคลายนโยบายการเงิน

ดังนั้น นักลงทุนจะจับตาสัญญาณจาก Fed โดยเฉพาะ:

  • มุมมองต่อเงินเฟ้อ
  • แนวโน้มดอกเบี้ยช่วงปลายปี
  • ท่าทีว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงนโยบายเข้มงวดนานขึ้นหรือไม่

SPDR ยังคงสะสมทองคำ

แม้ราคาทองคำจะปรับฐานในระยะสั้น แต่กระแสเงินลงทุนระยะยาวยังคงเป็นบวก

SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองคำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซื้อทองคำเพิ่มอีก 1.1 ตัน ในวันพฤหัสบดี ทำให้ปริมาณถือครองรวมเพิ่มขึ้นเป็น 1,009 ตัน

ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ กองทุนดังกล่าวซื้อสุทธิรวมแล้วประมาณ 10 ตัน

การสะสมทองคำของนักลงทุนสถาบันในช่วงที่ราคาปรับตัวลงสะท้อนว่าแรงซื้อระยะยาวยังคงมีอยู่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ


มุมมองทางเทคนิค GOLD

ทองคำกำลังอยู่ในช่วงพักฐานหลังไม่สามารถยืนเหนือโซนสูงล่าสุดได้ โดยแรงขายกลับมาอย่างชัดเจนเมื่อ Bond Yield และ USD ปรับตัวขึ้น

แนวรับสำคัญ:

  • $4,000/oz → แนวรับจิตวิทยาและโซนที่ตลาดจับตา
  • $3,960/oz → แนวรับสำคัญ หากยังรักษาระดับนี้ได้ มีโอกาสเกิด Technical rebound

แนวต้าน:

  • $4,100/oz → แนวต้านแรก
  • $4,150/oz → โซนที่ต้องผ่านเพื่อกลับเข้าสู่โมเมนตัมขาขึ้น

หากราคาหลุดต่ำกว่า $3,960 อาจเปิดทางให้เกิดแรงขายเพิ่มเติม และราคามีโอกาสเข้าสู่ช่วงปรับฐานลึกขึ้น

แต่หากทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ พร้อมกับ Bond Yield เริ่มชะลอตัว อาจเห็นแรงซื้อกลับเข้าสู่ตลาด


สรุป

การปรับตัวลงของทองคำรอบนี้สะท้อนการเปลี่ยนโฟกัสของตลาดจาก ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ → นโยบายการเงินของ Fed

ปัจจัยที่อาจกดดันทองคำต่อในระยะสั้น:

  • น้ำมันยืนเหนือ $100
  • Bond Yield สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น
  • Fed ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น
  • USD แข็งค่า

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยระยะยาวยังสนับสนุนทองคำจาก:

  • ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
  • การสะสมของกองทุนขนาดใหญ่
  • ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

โซน $3,960 จะเป็นจุดชี้วัดสำคัญว่า การลดลงครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐาน หรือเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มอ่อนตัวรอบใหม่

การที่ราคาทองคำหลุดออกจากเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น กำลังสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อฝั่งซื้อ และทำให้โครงสร้างการฟื้นตัวที่เกิดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มอ่อนแอลง

แรงขายล่าสุดส่งผลให้ราคาปรับตัวลงมายังบริเวณ $4,025/oz ซึ่งเป็นระดับราคาสำคัญที่ก่อนหน้านี้เคยทำหน้าที่เป็นจุดยืนยันการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น

แรงกดดันฝั่งขายยังสะท้อนผ่านแท่งเทียนขาลงหลายแท่งที่มีลำตัวขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นว่าผู้ขายยังคงเป็นฝ่ายควบคุมตลาด และยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่ากำลังซื้อมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะพลิกกลับแนวโน้มได้

สถานการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่า ความเสี่ยงของการปรับฐานในตลาดทองคำยังไม่สิ้นสุด

จุดที่น่าจับตาคือ หากราคาปรับตัวลงต่อและหลุดต่ำกว่าบริเวณ $3,960/oz ตลาดอาจได้รับสัญญาณทางเทคนิคเชิงลบมากขึ้น

ระดับดังกล่าวถือเป็น แนวรับสำคัญ ที่เคยถูกทดสอบหลายครั้งในอดีต การหลุดแนวรับนี้อาจกระตุ้นแรงขายตามแนวโน้มเพิ่มเติม และเปิดโอกาสให้ทองคำสร้าง จุดต่ำสุดใหม่ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025

มุมมองทางเทคนิค GOLD

  • แนวรับสำคัญ: $3,960/oz
  • หากหลุดระดับนี้ อาจเห็นแรงขายเพิ่มขึ้นและเปิดทางสู่การปรับฐานลึกกว่าเดิม
  • การกลับมายืนเหนือ $4,025/oz จะเป็นสัญญาณแรกของการฟื้นตัว และช่วยลดแรงกดดันจากฝั่งขาย

Source: xStation5

เปิดบัญชีฟรี

เปิดบัญชีของคุณได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยาก การฝากและถอนเงินโดยไม่มีค่าธรรมเนียม

เปิดบัญชี  ดาวน์โหลดแอป 
24 กรกฎาคม 2026, 11:06

🔴Live: ทองโลกกลับ$3,900 ไหม?!

20 กรกฎาคม 2026, 17:34

สัปดาห์ข้างหน้า: ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นเผชิญบททดสอบจากผลประกอบการ

20 กรกฎาคม 2026, 11:03

🔴Live: ทองโลกพุ่ง $4,100?!

13 กรกฎาคม 2026, 11:00

🔴Live: ทองโลกจะแตะ $4,000 หรือไม่?

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก