ราคาทองคำโลกปรับตัวลดลงแรงในวันพฤหัสบดี หลังตลาดกลับมาประเมินผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น และแนวโน้มที่ Fed อาจคงนโยบายการเงินตึงตัวนานกว่าที่คาด
หลังจากขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ก่อนหน้า ราคาทองคำ Spot ปรับตัวลงเกือบ 2% ปิดที่บริเวณ $4,050.6/oz ลดลงประมาณ $82/oz ขณะที่ Gold Futures เดือนสิงหาคมบน COMEX ลดลง 2.5% ปิดที่ $4,050.2/oz
การปรับฐานครั้งนี้สะท้อนว่าทองคำกำลังได้รับอิทธิพลมากขึ้นจากปัจจัยมหภาค โดยเฉพาะ:
- ราคาน้ำมันที่กลับขึ้นเหนือระดับ $100 ต่อบาร์เรล
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ความคาดหวังต่อทิศทางดอกเบี้ย Fed
แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังช่วยหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่แรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยสูงกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มขายทำกำไรหลังราคาทองฟื้นตัวในช่วงที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันกลับมาเหนือ $100 กดดันทองคำ
ปัจจัยสำคัญที่กดดันทองคำในรอบนี้มาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบ โดย Brent กลับขึ้นเหนือ $100 ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม
แรงหนุนมาจากความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทาน หลังกลุ่ม Houthi ในเยเมนประกาศโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในบริเวณทะเลแดง
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นสร้างความท้าทายให้กับธนาคารกลางทั่วโลก:
- ต้นทุนพลังงานสูงอาจกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ
- แต่ในขณะเดียวกันอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวขึ้น
สำหรับทองคำ ผลกระทบจากเงินเฟ้อมีสองด้าน:
- ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ → หนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
- เงินเฟ้อจากพลังงาน → เพิ่มโอกาสที่ Fed จะคงดอกเบี้ยสูง → กดดันทองคำ
Bond Yield และ USD จำกัดการฟื้นตัวของทองคำ
แรงกดดันหลักต่อทองคำมาจากการเพิ่มขึ้นของ Bond Yield สหรัฐฯ
- US 10-Year Yield: เพิ่มขึ้น 4 bps สู่ 4.699% สูงสุดนับตั้งแต่มกราคม 2025
- US 2-Year Yield: ขึ้นสู่ 4.353%
- US 30-Year Yield: แตะ 5.167%
ขณะเดียวกัน ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น โดย Dollar Index เพิ่มขึ้นกว่า 0.3% ปิดที่ 101.44 จุด
การเพิ่มขึ้นของ Bond Yield และ USD สะท้อนว่าตลาดเริ่มลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed เนื่องจากความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน
สำหรับทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนจากดอกเบี้ย สภาพแวดล้อมดังกล่าวถือเป็นแรงกดดัน เนื่องจากต้นทุนโอกาสในการถือครองทองคำเพิ่มขึ้น
ตลาดเพิ่มโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ย
ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool แสดงให้เห็นว่าความน่าจะเป็นที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเป็น 83% จากเดิม 68%
ตลาดกำลังตอบสนองต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง Fed อาจมีความยากลำบากในการเข้าสู่วงจรผ่อนคลายนโยบายการเงิน
ดังนั้น นักลงทุนจะจับตาสัญญาณจาก Fed โดยเฉพาะ:
- มุมมองต่อเงินเฟ้อ
- แนวโน้มดอกเบี้ยช่วงปลายปี
- ท่าทีว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงนโยบายเข้มงวดนานขึ้นหรือไม่
SPDR ยังคงสะสมทองคำ
แม้ราคาทองคำจะปรับฐานในระยะสั้น แต่กระแสเงินลงทุนระยะยาวยังคงเป็นบวก
SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองคำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซื้อทองคำเพิ่มอีก 1.1 ตัน ในวันพฤหัสบดี ทำให้ปริมาณถือครองรวมเพิ่มขึ้นเป็น 1,009 ตัน
ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ กองทุนดังกล่าวซื้อสุทธิรวมแล้วประมาณ 10 ตัน
การสะสมทองคำของนักลงทุนสถาบันในช่วงที่ราคาปรับตัวลงสะท้อนว่าแรงซื้อระยะยาวยังคงมีอยู่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ
มุมมองทางเทคนิค GOLD
ทองคำกำลังอยู่ในช่วงพักฐานหลังไม่สามารถยืนเหนือโซนสูงล่าสุดได้ โดยแรงขายกลับมาอย่างชัดเจนเมื่อ Bond Yield และ USD ปรับตัวขึ้น
แนวรับสำคัญ:
- $4,000/oz → แนวรับจิตวิทยาและโซนที่ตลาดจับตา
- $3,960/oz → แนวรับสำคัญ หากยังรักษาระดับนี้ได้ มีโอกาสเกิด Technical rebound
แนวต้าน:
- $4,100/oz → แนวต้านแรก
- $4,150/oz → โซนที่ต้องผ่านเพื่อกลับเข้าสู่โมเมนตัมขาขึ้น
หากราคาหลุดต่ำกว่า $3,960 อาจเปิดทางให้เกิดแรงขายเพิ่มเติม และราคามีโอกาสเข้าสู่ช่วงปรับฐานลึกขึ้น
แต่หากทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ พร้อมกับ Bond Yield เริ่มชะลอตัว อาจเห็นแรงซื้อกลับเข้าสู่ตลาด
สรุป
การปรับตัวลงของทองคำรอบนี้สะท้อนการเปลี่ยนโฟกัสของตลาดจาก ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ → นโยบายการเงินของ Fed
ปัจจัยที่อาจกดดันทองคำต่อในระยะสั้น:
- น้ำมันยืนเหนือ $100
- Bond Yield สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น
- Fed ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น
- USD แข็งค่า
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยระยะยาวยังสนับสนุนทองคำจาก:
- ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
- การสะสมของกองทุนขนาดใหญ่
- ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
โซน $3,960 จะเป็นจุดชี้วัดสำคัญว่า การลดลงครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐาน หรือเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มอ่อนตัวรอบใหม่

การที่ราคาทองคำหลุดออกจากเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น กำลังสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อฝั่งซื้อ และทำให้โครงสร้างการฟื้นตัวที่เกิดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มอ่อนแอลง
แรงขายล่าสุดส่งผลให้ราคาปรับตัวลงมายังบริเวณ $4,025/oz ซึ่งเป็นระดับราคาสำคัญที่ก่อนหน้านี้เคยทำหน้าที่เป็นจุดยืนยันการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น
แรงกดดันฝั่งขายยังสะท้อนผ่านแท่งเทียนขาลงหลายแท่งที่มีลำตัวขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นว่าผู้ขายยังคงเป็นฝ่ายควบคุมตลาด และยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่ากำลังซื้อมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะพลิกกลับแนวโน้มได้
สถานการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่า ความเสี่ยงของการปรับฐานในตลาดทองคำยังไม่สิ้นสุด
จุดที่น่าจับตาคือ หากราคาปรับตัวลงต่อและหลุดต่ำกว่าบริเวณ $3,960/oz ตลาดอาจได้รับสัญญาณทางเทคนิคเชิงลบมากขึ้น
ระดับดังกล่าวถือเป็น แนวรับสำคัญ ที่เคยถูกทดสอบหลายครั้งในอดีต การหลุดแนวรับนี้อาจกระตุ้นแรงขายตามแนวโน้มเพิ่มเติม และเปิดโอกาสให้ทองคำสร้าง จุดต่ำสุดใหม่ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025
มุมมองทางเทคนิค GOLD
- แนวรับสำคัญ: $3,960/oz
- หากหลุดระดับนี้ อาจเห็นแรงขายเพิ่มขึ้นและเปิดทางสู่การปรับฐานลึกกว่าเดิม
- การกลับมายืนเหนือ $4,025/oz จะเป็นสัญญาณแรกของการฟื้นตัว และช่วยลดแรงกดดันจากฝั่งขาย
Source: xStation5
🔴Live: ทองโลกกลับ$3,900 ไหม?!
สัปดาห์ข้างหน้า: ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นเผชิญบททดสอบจากผลประกอบการ
🔴Live: ทองโลกพุ่ง $4,100?!
🔴Live: ทองโลกจะแตะ $4,000 หรือไม่?