ก่อนการประกาศผลประกอบการของ Intel คำถามสำคัญที่นักลงทุนจับตาคือ ความพยายามในการปรับโครงสร้างธุรกิจที่ดำเนินมาอย่างยาวนานกำลังเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ และผลประกอบการไตรมาส 2 ก็ให้คำตอบที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก Intel ไม่เพียงรายงานรายได้และกำไรสูงกว่าประมาณการอย่างชัดเจน แต่ยังปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 3 เหนือความคาดหมาย ซึ่งได้รับการตอบรับเชิงบวกจากนักลงทุน
ไฮไลต์ผลประกอบการไตรมาส 2
- รายได้: 16.1 พันล้านดอลลาร์ (คาดการณ์ 14.4 พันล้านดอลลาร์)
- กำไรต่อหุ้น (Adjusted EPS): 0.42 ดอลลาร์ (ตลาดคาด 0.21 ดอลลาร์)
- รายได้ธุรกิจ Data Center & AI: 6.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 59% YoY
- รายได้ Intel Foundry: 5.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 31% YoY
- อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin): 40.4% สูงกว่าคาดที่ 39.2%
- คาดการณ์รายได้ไตรมาส 3: 15.8–16.8 พันล้านดอลลาร์ (ตลาดคาดราว 15.1 พันล้านดอลลาร์)
- คาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ไตรมาส 3: 0.38 ดอลลาร์ (ตลาดคาด 0.27 ดอลลาร์)
หลังการประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้น Intel ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (After-hours) โดยแรงหนุนไม่ได้มาจากผลประกอบการที่ดีกว่าคาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการที่ฝ่ายบริหารปรับเพิ่มประมาณการสำหรับไตรมาสถัดไป ซึ่งในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี นักลงทุนมักให้น้ำหนักกับ แนวโน้มในอนาคต (Forward Guidance) มากกว่าผลประกอบการในอดีต
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของรายงานคือ ธุรกิจ Data Center & AI ซึ่งมีรายได้เติบโตถึง 59% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่า Intel เริ่มได้รับอานิสงส์จากกระแสการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เมื่อองค์กรต่าง ๆ เร่งเพิ่มศักยภาพของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ความต้องการชิปประมวลผลสำหรับเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของ Intel ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ฝ่ายบริหารของ Intel ยังส่งสัญญาณเชิงบวกเพิ่มเติม โดย Lip-Bu Tan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ระบุว่า ความต้องการชิปประมวลผลสำหรับเซิร์ฟเวอร์ของ Intel ขณะนี้สูงเกินกำลังการผลิตของบริษัท ส่งผลให้ Intel มีแผนเพิ่มงบลงทุน (Capital Expenditure) เพื่อขยายกำลังการผลิต รองรับทั้งความต้องการชิปของบริษัทเอง และธุรกิจรับจ้างผลิตชิป (Foundry) สำหรับลูกค้าภายนอก
พัฒนาการดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของวัฏจักรการลงทุนด้าน AI ในช่วงแรก ตลาดให้ความสำคัญกับชิปสำหรับการฝึกโมเดล AI เป็นหลัก แต่ปัจจุบันความสนใจเริ่มหันไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการนำ AI ไปใช้งานในวงกว้าง ซึ่งทำให้ CPU สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของศูนย์ข้อมูลยุคใหม่
อีกหนึ่งสัญญาณเชิงบวกคือ ความสามารถในการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 40.4% จาก 29.7% ในปีก่อน ขณะที่บริษัทกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานอีกครั้ง พร้อมกันนี้ Intel ยังประกาศเพิ่มงบลงทุนในปีนี้เป็นประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับอุปสงค์ด้านโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลที่แข็งแกร่ง และการขยายธุรกิจรับจ้างผลิตชิปอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การพลิกฟื้นของ Intel ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ หลังจากบริษัทสูญเสียความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและส่วนแบ่งตลาดมาเป็นเวลาหลายปี อัตรากำไรยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดในอดีต ขณะที่ธุรกิจ Foundry ยังคงพึ่งพาความต้องการจากหน่วยธุรกิจภายในเป็นหลัก การดึงดูดลูกค้าภายนอกเพิ่มเติม และการรักษาโมเมนตัมการฟื้นตัวในระยะยาว ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ
แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า Intel กลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิม แต่ผลประกอบการครั้งนี้ถือเป็นสิ่งที่นักลงทุนรอคอย นั่นคือ หลักฐานว่าการปรับโครงสร้างองค์กรเริ่มสะท้อนออกมาในผลประกอบการจริง ไม่ใช่เพียงการลดต้นทุนหรือการปรับลดพนักงาน รายได้ที่เติบโต ความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น และการปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการ ล้วนบ่งชี้ว่า Intel กำลังค่อย ๆ กลับมายืนได้อีกครั้งในหนึ่งในธุรกิจที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
แม้รายงานฉบับนี้จะยังไม่ใช่เครื่องยืนยันว่า Intel กลับคืนสู่จุดสูงสุดในอดีต แต่ก็สะท้อนว่า เรื่องราวการพลิกฟื้นไม่ได้อยู่แค่ในแผนงานหรือคำกล่าวของผู้บริหารอีกต่อไป หากเริ่มได้รับการยืนยันจากตัวเลขผลประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม
Źródło: xStation5
Morning Wrap: ตลาดจะฟื้นตัวหลังแรงเทขายเมื่อวันพฤหัสบดีหรือไม่❓
หุ้นเด่นประจำสัปดาห์: TSMC หัวใจสำคัญของห่วงโซ่การผลิตชิป AI
ผลประกอบการ Texas Instruments: เติบโต แต่กระแสเงินสดยังไม่ฟื้น
Lockheed Martin และ RTX ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการ 🚀 หุ้นกลุ่มกลาโหมพุ่ง