เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายเดือนของการซื้อขายในสหราชอาณาจักร ความสนใจของตลาดจะเปลี่ยนจากปัจจัยด้านบริษัทกลับมาสู่ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค การพุ่งขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 8% ของ Nvidia หลังรายงานผลประกอบการ Q2 ได้ปลุกกระแส AI Trade ขึ้นมาอีกครั้งในวันพฤหัสบดี โดยแรงซื้อกระจายไปทั่วตลาด ส่งให้ Nasdaq 100 พุ่งขึ้นมากกว่า 1.4% และ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.7% นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้น 3%
ทั่วโลกจับตา Warsh ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์
การปรับตัวขึ้นของตลาดอาจหยุดพักในวันศุกร์ โดยราคาฟิวเจอร์สชี้ว่า Nvidia อาจปรับตัวลดลงเล็กน้อย และ Nasdaq 100 อาจลดลง 0.3% ในวันนี้ ขณะที่ความสนใจของตลาดเปลี่ยนไปยัง Jackson Hole และถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตา
คำเตือนของ Huang ต่อต้นทุนชิปหน่วยความจำ
การพุ่งขึ้นของตลาดเมื่อวันพฤหัสบดีเป็นประเด็นที่น่ากลับมาพิจารณาอีกครั้ง Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia จุดกระแส AI Trade ขึ้นมาอีกครั้ง หลังระบุว่าบริษัทจะเพิ่มภาระผูกพันด้านอุปทานเป็นสองเท่า สู่ระดับ $279 พันล้าน โดยมีต้นทุนชิปหน่วยความจำเป็นปัจจัยหลัก
อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำกลับไม่ได้รับประโยชน์จากแรงซื้อดังกล่าว โดยราคาหุ้น SanDisk และ Micron ปรับตัวลดลงอย่างน่าประหลาดใจในวันพฤหัสบดี ซึ่งอาจเป็นผลจากคำเตือนของ Huang ว่าการลงทุนเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจชะลอตัวลงจากต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้น และอาจกดดันให้บริษัทเหล่านี้ต้องควบคุมราคาในอนาคต
หุ้นซอฟต์แวร์กลับมาคึกคักอีกครั้ง
หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์กลับมาโดดเด่นและแย่งความสนใจจากผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ โดย Salesforce และ CrowdStrike ต่างพุ่งขึ้นโดยไม่ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของ Nvidia
Salesforce ปรับตัวขึ้นมากกว่า 20% หลังประกาศเพิ่มคาดการณ์รายได้และผลประกอบการสำหรับปีนี้ แต่ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้หุ้นทำผลงานดีที่สุดในประวัติการณ์ คือการประกาศความร่วมมือกับ Claude ของ Anthropic เพื่อสร้างปลั๊กอิน “Claudeforce” ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของซอฟต์แวร์
AI Trade ไม่ได้มีแค่ Nvidia
การเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยคลายความกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่บริษัทซอฟต์แวร์รายใหญ่ที่ครองตลาดมายาวนาน ใน Q1 หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ถูกเทขายอย่างหนัก แต่ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา หุ้นกลุ่มนี้กลับพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย iShares Software ETF เพิ่มขึ้นถึง 50% และทำจุดสูงสุดใหม่ของปี
สิ่งนี้สะท้อนว่า AI Trade ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Nvidia อีกต่อไป
บริษัทซอฟต์แวร์กำลังจับมือกับ Anthropic และ OpenAI เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้โมเดล AI ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทซอฟต์แวร์รายใหญ่
หุ้นซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรมีสิ่งที่ผู้พัฒนาโมเดล AI ไม่มี นั่นคือ ลูกค้า ใครที่เคยมองว่าบริษัทเหล่านี้กำลังจะหมดอนาคตหรือจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานในอนาคต อาจต้องเปลี่ยนมุมมอง เพราะการเคลื่อนไหวของราคาในวันนี้สะท้อนว่าบริษัทเหล่านี้ยังแข็งแกร่งกว่าที่คิด และมีแนวโน้มที่จะสร้างตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นในอนาคต
โฟกัสเปลี่ยนไปที่ Warsh
เมื่อการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีเริ่มมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้น ความสนใจของตลาดจึงสามารถกลับไปยัง Jackson Hole ซึ่งบรรดาผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลกมารวมตัวกันในงานประชุมประจำปีของ Federal Reserve
หัวข้อหลักของการประชุมในปีนี้คือผลกระทบของนวัตกรรมทางเทคโนโลยีต่อระบบการชำระเงินทั่วโลกและการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของตลาด สิ่งที่ทุกคนจับตาคือถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ประธาน Fed ซึ่งมีกำหนดกล่าวในเวลา 15:00 น. BST
คำถามสำหรับนักลงทุนคือ สุนทรพจน์ครั้งนี้จะคุ้มค่ากับการรอคอยหรือไม่ ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดธนาคารของสหราชอาณาจักร?
ในอดีต ผู้ว่าการ Fed มักใช้เวทีนี้ส่งสัญญาณถึงทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต ทำให้ Jackson Hole เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้ตลาดได้อย่างมาก และส่งผลโดยตรงต่อราคาพันธบัตร ดอลลาร์ และทองคำ
หาก Warsh ไม่ให้ Forward Guidance เขาจะพูดอะไร?
อย่างไรก็ตาม แทบไม่มีโอกาสที่ Warsh จะเดินตามแนวทางของประธาน Fed คนก่อน ๆ เนื่องจากเขาเคยกล่าวหลายครั้งว่า ไม่เห็นว่า Forward Guidance จะมีประโยชน์นอกช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ
ดังนั้น หากเขาไม่ส่งสัญญาณทิศทางนโยบายล่วงหน้า แล้วเขาจะพูดถึงอะไร?
Warsh อาจเน้นการเปลี่ยนแปลงภายใน Fed
สุนทรพจน์ครั้งนี้อาจมุ่งไปยังประเด็นที่ใหญ่กว่า เช่น แนวทางที่เขาจะบริหารธนาคารกลางที่สำคัญที่สุดของโลก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่เขาตั้งใจจะดำเนินการและช่วงเวลาที่จะเริ่มต้น
แม้จะไม่มีการส่งสัญญาณโดยตรงเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต แต่นักลงทุนจะวิเคราะห์ทุกถ้อยคำอย่างละเอียด และการเปลี่ยนแปลงที่ Warsh วางแผนไว้อาจยังคงสร้างความผันผวนให้ตลาดได้
Warsh ได้จัดตั้งคณะทำงาน 5 ชุดเพื่อพิจารณากรอบการดำเนินงานรูปแบบใหม่ของ Fed โดยคาดว่าเขาจะใช้สุนทรพจน์ในวันนี้เพื่ออัปเดตตลาดการเงินเกี่ยวกับ:
- การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การสื่อสารของ Fed
- นโยบายงบดุลของ Fed หลังเกิดความผันผวนในตลาดพันธบัตรช่วงที่ผ่านมา
- แนวทางที่ Fed จะยกระดับคุณภาพข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จัดเก็บ
- ผลกระทบของความก้าวหน้าด้าน AI ต่อมุมมองและการประเมินเศรษฐกิจสหรัฐฯ ของ Fed
- แนวทางที่ Fed จะตอบสนองต่อปัจจัยขับเคลื่อนเงินเฟ้อ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไป
ดอกเบี้ยและเงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็นสำคัญ
มีการคาดการณ์ว่า Warsh ซึ่งกังวลว่าเงินเฟ้อยังอยู่เหนือเป้าหมาย แต่เคยลงคะแนนให้ Fed คงดอกเบี้ย อาจไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะสามารถควบคุมเงินเฟ้อได้
เหตุผลหลักคือ ปัจจัยขับเคลื่อนเงินเฟ้อส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยระหว่างประเทศ ไม่ใช่ปัจจัยภายในประเทศ ขณะเดียวกัน แนวโน้มเงินเฟ้อยังได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของการลงทุนด้าน AI และต้นทุนในอุตสาหกรรมนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยที่ Fed ไม่ต้องการสกัดกั้นด้วยการขึ้นดอกเบี้ย
Hawkish หรือ Dovish ยังสำคัญในยุคของ Warsh หรือไม่?
เป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาว่า Warsh จะพูดอะไรและใช้น้ำเสียงแบบใด หากเขาไม่ให้ Forward Guidance แล้ว สิ่งที่เขาพูดจะยังสามารถจัดอยู่ในกรอบเดิมว่า “Dovish” หรือ “Hawkish” ได้หรือไม่?
ท่าทีที่เน้นความอดทนต่อเงินเฟ้อที่กำลังสูงขึ้น อาจหนุนสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำและคริปโต ขณะเดียวกันอาจกดดันดอลลาร์ และในทางกลับกันอาจทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น
ภาพรวมก่อนการประชุมครั้งนี้ถือว่าค่อนข้างเป็นบวก ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นประมาณ 12% ในปีนี้ ขณะที่ Nasdaq เพิ่มขึ้น 6% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา
แม้เงินเฟ้อกำลังเพิ่มขึ้นและการจ้างงานกำลังชะลอตัว แต่ภาพเงินเฟ้อได้รับอิทธิพลจากปัจจัยระดับโลก ขณะที่ข้อมูลตลาดแรงงานมีรายละเอียดที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานล่าสุดลดลงและยังอยู่ในระดับต่ำ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเริ่มทรงตัวหลังเกิดความผันผวนในช่วงที่ผ่านมา โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีลดลง 6 bps ในช่วงเดือนที่ผ่านมา
ดอลลาร์อ่อนค่าลงประมาณ 2% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในช่วงเดือนที่ผ่านมา แต่เริ่มทรงตัวในสัปดาห์นี้ ขณะที่ราคาทองคำทำผลงานได้ดีที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้นถึง 14%
หาก Warsh ได้ตามที่ต้องการ สุนทรพจน์ของเขาก็ไม่ควรสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดมากนัก
หุ้น Meta เมินปัญหาคดีความ แต่บททดสอบทางกฎหมายอาจยังไม่จบ
ผลประกอบการ Nvidia: หุ้นพุ่งแรง รับแนวโน้มรายได้แตะ $108 พันล้าน
Nvidia พรีวิวผลประกอบการ: จากผู้ผลิตชิปสู่ “สถาบันการเงิน” แห่งโลก AI?
หุ้นฟื้นตัว ตลาดเริ่มคาดหวังผลประกอบการ Nvidia ที่อาจออกมาโดดเด่นเกินคาด