🌍 สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และการทูต
- สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านอีกระลอก ขณะที่เตหะรานตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายในภูมิภาค ส่งผลให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
- กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า การเจรจากับสหรัฐฯ เกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MoU) อยู่ใน "ภาวะวิกฤต" พร้อมประกาศว่าจะยังไม่ปฏิบัติตามพันธกรณี จนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามข้อตกลงของตนเอง
- อิหร่านยังเผยว่า ความพยายามในการจัดตั้งกลไกร่วมเพื่อบริหารสถานการณ์ใน ช่องแคบฮอร์มุซ ร่วมกับโอมาน กำลังเผชิญอุปสรรคจากแรงกดดันของสหรัฐฯ ที่มีต่อโอมาน ทำให้สถานการณ์ทางการทูตมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
- ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กดดันตลาดการเงิน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจ หากความขัดแย้งยังคงขยายวงกว้าง
- แม้ประชาคมระหว่างประเทศจะเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา แต่ปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
- สำนักข่าว Mehr News Agency ของอิหร่านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดใกล้ท่าเรือ Bandar Abbas และบนเกาะ Qeshm
🛢️ สินค้าโภคภัณฑ์และพลังงาน
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 2.5% ในขณะนี้ จากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น และความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันอาจเผชิญข้อจำกัด
ความเสี่ยงที่การขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ อาจได้รับผลกระทบ ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานโลกมากขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น และกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
📈 ตลาดหุ้น
- บรรยากาศการลงทุนที่อ่อนแอลงสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แม้ว่าความสนใจต่อธีม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะยังคงแข็งแกร่งก็ตาม
- นักลงทุนยังคงจับตาพัฒนาการของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Mega-cap Tech) ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญถึงความแข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม AI
- ตลาดหุ้นยุโรปเคลื่อนไหวในแดนบวกเล็กน้อย สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของนักลงทุน แม้จะยังเผชิญกับความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลเกี่ยวกับตลาดพลังงานที่เพิ่มขึ้น
- ดัชนีที่ปรับตัวโดดเด่นที่สุด ได้แก่ DAX ของเยอรมนี ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 0.1% และ IBEX 35 ของสเปน ที่ปรับตัวขึ้นราว 0.2% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมและการเงินบางส่วน
- ด้าน CAC 40 ของฝรั่งเศส และ Euro Stoxx 50 ยังคงเคลื่อนไหวในแดนบวกเล็กน้อย ขณะที่ FTSE 100 ของสหราชอาณาจักรทรงตัวใกล้ระดับเปิดตลาด โดยปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย
- นักลงทุนในยุโรปยังคงใช้ความระมัดระวังในการประเมินผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สถานการณ์บริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ และความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายของธนาคารกลาง
- แม้ความไม่แน่นอนจะยังคงอยู่ แต่ตลาดหุ้นยังคงมีเสถียรภาพ โดยนอกเหนือจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนยังให้ความสำคัญกับผลประกอบการไตรมาสของบริษัทจดทะเบียน และแนวโน้มการเติบโตของภาคเทคโนโลยี
🏭 ภาคอุตสาหกรรมและบริษัท
- Volkswagen กำลังพิจารณาปรับลดพนักงานเพิ่มเติมอีก 50,000 ตำแหน่ง เนื่องจากมาตรการรัดเข็มขัดในปัจจุบันอาจยังไม่เพียงพอที่จะฟื้นฟูความสามารถในการแข่งขันของบริษัท
- ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของเยอรมนีกำลังเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูง การแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์จีน และอุปสงค์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในยุโรปที่ชะลอตัว
- หากมีการปรับลดครั้งใหม่ จะเป็นการเสริมแผนปลดพนักงานที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจทำให้จำนวนการลดตำแหน่งงานรวมทั้งกลุ่มสูงถึงประมาณ 100,000 ตำแหน่ง
- แม้มาตรการปรับโครงสร้างดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน แต่ก็อาจเผชิญกับการคัดค้านอย่างหนักจากสหภาพแรงงานและพนักงาน
- หุ้นกลุ่มสายการบินยุโรปเผชิญแรงกดดัน หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
- ต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอาจบีบอัตรากำไรของสายการบิน ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและความไม่แน่นอนของอุปสงค์การเดินทางอยู่แล้ว
- หุ้นของ Lufthansa, Ryanair และ TUI ปรับตัวลดลง จากความกังวลของนักลงทุนว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะเพิ่มสูงขึ้น
- ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มพลังงานยุโรปปรับตัวสูงขึ้น หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงผลักดันราคาน้ำมันให้เพิ่มขึ้น
- นักลงทุนกังวลว่าอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงัก ส่งผลให้หุ้นของบริษัทพลังงานรายใหญ่ เช่น BP, Shell และ TotalEnergies ได้รับแรงซื้อ
- แม้ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะช่วยสนับสนุนแนวโน้มรายได้ของผู้ผลิตพลังงาน แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและสร้างแรงกดดันต่อภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ
🪙 โลหะมีค่า
ตลาดโลหะมีค่าปรับตัวลดลง ท่ามกลางความผันผวนที่เกิดจากการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- ทองคำ ปรับตัวลดลงประมาณ 0.1% หลุดระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- โลหะเงิน ร่วงลงมากกว่า 2% ต่ำกว่าระดับ 59 ดอลลาร์ต่อออนซ์
-
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซียังคงเผชิญแรงกดดันเช่นกัน
- Bitcoin ปรับตัวลดลงมากกว่า 1.3% ทดสอบระดับ 63,000 ดอลลาร์
- Ethereum ลดลงประมาณ 0.1% เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 1,800 ดอลลาร์
💻 คริปโทเคอร์เรนซี
-
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซียังคงเผชิญแรงกดดันเช่นกัน
- Bitcoin ปรับตัวลดลงมากกว่า 1.3% ทดสอบระดับ 63,000 ดอลลาร์
- Ethereum ลดลงประมาณ 0.1% เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 1,800 ดอลลาร์
ทองคำร่วงต่อเนื่อง ขาดทุนเพิ่มขึ้นถึง 3% หลังถ้อยแถลงจาก Waller แห่ง Fed 🏛️
🚨 ทรัมป์เก็บ 20% ถ้าส่งผ่านฮอร์มุซ
BREAKING: ทรัมป์ประกาศใช้มาตรการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมเรียกเก็บ “ค่าธรรมเนียม” 20% สำหรับการขนส่งผ่านเส้นทางนี้ 🚢
US OPEN: เงินทุนไหลออกจากหุ้นกลุ่มหน่วยความจำอีกครั้ง วอลล์สตรีทเผชิญแรงกดดันตั้งแต่เปิดตลาด 🚨