08:17 · 14 กรกฎาคม 2026

Market Wrap: วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ซ้ำรอย ฮอร์มุซกลับมาเป็นจุดสนใจของนักลงทุน

🌍 สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และการทูต

  • สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านอีกระลอก ขณะที่เตหะรานตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายในภูมิภาค ส่งผลให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
  • กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า การเจรจากับสหรัฐฯ เกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MoU) อยู่ใน "ภาวะวิกฤต" พร้อมประกาศว่าจะยังไม่ปฏิบัติตามพันธกรณี จนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามข้อตกลงของตนเอง
  • อิหร่านยังเผยว่า ความพยายามในการจัดตั้งกลไกร่วมเพื่อบริหารสถานการณ์ใน ช่องแคบฮอร์มุซ ร่วมกับโอมาน กำลังเผชิญอุปสรรคจากแรงกดดันของสหรัฐฯ ที่มีต่อโอมาน ทำให้สถานการณ์ทางการทูตมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
  • ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กดดันตลาดการเงิน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจ หากความขัดแย้งยังคงขยายวงกว้าง
  • แม้ประชาคมระหว่างประเทศจะเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา แต่ปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
  • สำนักข่าว Mehr News Agency ของอิหร่านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดใกล้ท่าเรือ Bandar Abbas และบนเกาะ Qeshm

🛢️ สินค้าโภคภัณฑ์และพลังงาน

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 2.5% ในขณะนี้ จากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น และความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันอาจเผชิญข้อจำกัด

ความเสี่ยงที่การขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ อาจได้รับผลกระทบ ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานโลกมากขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น และกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ


📈 ตลาดหุ้น

 

 

  • บรรยากาศการลงทุนที่อ่อนแอลงสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แม้ว่าความสนใจต่อธีม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะยังคงแข็งแกร่งก็ตาม
  • นักลงทุนยังคงจับตาพัฒนาการของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Mega-cap Tech) ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญถึงความแข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม AI
  • ตลาดหุ้นยุโรปเคลื่อนไหวในแดนบวกเล็กน้อย สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของนักลงทุน แม้จะยังเผชิญกับความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลเกี่ยวกับตลาดพลังงานที่เพิ่มขึ้น
  • ดัชนีที่ปรับตัวโดดเด่นที่สุด ได้แก่ DAX ของเยอรมนี ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 0.1% และ IBEX 35 ของสเปน ที่ปรับตัวขึ้นราว 0.2% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมและการเงินบางส่วน
  • ด้าน CAC 40 ของฝรั่งเศส และ Euro Stoxx 50 ยังคงเคลื่อนไหวในแดนบวกเล็กน้อย ขณะที่ FTSE 100 ของสหราชอาณาจักรทรงตัวใกล้ระดับเปิดตลาด โดยปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย
  • นักลงทุนในยุโรปยังคงใช้ความระมัดระวังในการประเมินผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สถานการณ์บริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ และความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายของธนาคารกลาง
  • แม้ความไม่แน่นอนจะยังคงอยู่ แต่ตลาดหุ้นยังคงมีเสถียรภาพ โดยนอกเหนือจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนยังให้ความสำคัญกับผลประกอบการไตรมาสของบริษัทจดทะเบียน และแนวโน้มการเติบโตของภาคเทคโนโลยี

🏭 ภาคอุตสาหกรรมและบริษัท

 

 

  • Volkswagen กำลังพิจารณาปรับลดพนักงานเพิ่มเติมอีก 50,000 ตำแหน่ง เนื่องจากมาตรการรัดเข็มขัดในปัจจุบันอาจยังไม่เพียงพอที่จะฟื้นฟูความสามารถในการแข่งขันของบริษัท
  • ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของเยอรมนีกำลังเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูง การแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์จีน และอุปสงค์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในยุโรปที่ชะลอตัว
  • หากมีการปรับลดครั้งใหม่ จะเป็นการเสริมแผนปลดพนักงานที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจทำให้จำนวนการลดตำแหน่งงานรวมทั้งกลุ่มสูงถึงประมาณ 100,000 ตำแหน่ง
  • แม้มาตรการปรับโครงสร้างดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน แต่ก็อาจเผชิญกับการคัดค้านอย่างหนักจากสหภาพแรงงานและพนักงาน
  • หุ้นกลุ่มสายการบินยุโรปเผชิญแรงกดดัน หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
  • ต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอาจบีบอัตรากำไรของสายการบิน ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและความไม่แน่นอนของอุปสงค์การเดินทางอยู่แล้ว
  • หุ้นของ Lufthansa, Ryanair และ TUI ปรับตัวลดลง จากความกังวลของนักลงทุนว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะเพิ่มสูงขึ้น
  • ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มพลังงานยุโรปปรับตัวสูงขึ้น หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงผลักดันราคาน้ำมันให้เพิ่มขึ้น
  • นักลงทุนกังวลว่าอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงัก ส่งผลให้หุ้นของบริษัทพลังงานรายใหญ่ เช่น BP, Shell และ TotalEnergies ได้รับแรงซื้อ
  • แม้ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะช่วยสนับสนุนแนวโน้มรายได้ของผู้ผลิตพลังงาน แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและสร้างแรงกดดันต่อภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ

🪙 โลหะมีค่า

ตลาดโลหะมีค่าปรับตัวลดลง ท่ามกลางความผันผวนที่เกิดจากการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

  • ทองคำ ปรับตัวลดลงประมาณ 0.1% หลุดระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์
  • โลหะเงิน ร่วงลงมากกว่า 2% ต่ำกว่าระดับ 59 ดอลลาร์ต่อออนซ์
  • ตลาดคริปโทเคอร์เรนซียังคงเผชิญแรงกดดันเช่นกัน

  • Bitcoin ปรับตัวลดลงมากกว่า 1.3% ทดสอบระดับ 63,000 ดอลลาร์
  • Ethereum ลดลงประมาณ 0.1% เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 1,800 ดอลลาร์

💻 คริปโทเคอร์เรนซี

  • ตลาดคริปโทเคอร์เรนซียังคงเผชิญแรงกดดันเช่นกัน

  • Bitcoin ปรับตัวลดลงมากกว่า 1.3% ทดสอบระดับ 63,000 ดอลลาร์
  • Ethereum ลดลงประมาณ 0.1% เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 1,800 ดอลลาร์
14 กรกฎาคม 2026, 08:36

ทองคำร่วงต่อเนื่อง ขาดทุนเพิ่มขึ้นถึง 3% หลังถ้อยแถลงจาก Waller แห่ง Fed 🏛️

14 กรกฎาคม 2026, 08:33

🚨 ทรัมป์เก็บ 20% ถ้าส่งผ่านฮอร์มุซ

14 กรกฎาคม 2026, 08:26

BREAKING: ทรัมป์ประกาศใช้มาตรการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมเรียกเก็บ “ค่าธรรมเนียม” 20% สำหรับการขนส่งผ่านเส้นทางนี้ 🚢

14 กรกฎาคม 2026, 08:24

US OPEN: เงินทุนไหลออกจากหุ้นกลุ่มหน่วยความจำอีกครั้ง วอลล์สตรีทเผชิญแรงกดดันตั้งแต่เปิดตลาด 🚨

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก