- ภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นของตลาด หลังอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงจากนายกรัฐมนตรีอิรัก พร้อมเตือนว่าหากสหรัฐฯ โจมตีกรุงเตหะราน จะตอบโต้ด้วยการโจมตีเทลอาวีฟ และให้กลุ่มฮูตีปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารของอิหร่านเป็นคืนที่ 13 ติดต่อกัน ด้านรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ Pete Hegseth ประเมินว่าหากเกิดสงครามกับอิหร่าน จะมีต้นทุนสูงถึง 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ กลุ่มฮูตียังโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดง เพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานนอกเหนือจากช่องแคบฮอร์มุซ
- การค้า: โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดฉากมาตรการภาษีรอบใหม่กับคู่ค้ากว่า 60 ประเทศ โดยมีผลตั้งแต่วันศุกร์ ด้วยอัตรา 10-12.5% อ้างเหตุผลว่าหลายประเทศยังดำเนินการไม่เพียงพอในการแก้ปัญหาแรงงานบังคับ และใช้มาตรการดังกล่าวแทนภาษีทั่วโลก 10% ภายใต้มาตรา 122 ที่หมดอายุไปแล้ว แม้หลายประเทศ เช่น บราซิล ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ แต่ยังไม่มีประเทศใดประกาศมาตรการตอบโต้
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: วอลล์สตรีทปิดลบแรงในวันพฤหัสฯ โดย Dow Jones ร่วงกว่า 500 จุด หรือราว 1% นับเป็นการปรับตัวลง 5 ใน 6 วันทำการล่าสุด ขณะที่ S&P 500 ลดลง 1.2% และ Nasdaq ร่วง 2.2% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่ 23 มิถุนายน แรงกดดันหลักมาจาก Tesla (-15%) ซึ่งเผชิญการร่วงหนักที่สุดนับตั้งแต่มีนาคม 2025 และ Alphabet (-7%) หลังทั้งสองบริษัทประกาศเพิ่มงบลงทุนด้าน AI ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมลดลงราว 5 แสนล้านดอลลาร์ เช้าวันศุกร์ ฟิวเจอร์สเคลื่อนไหวผสม โดย S&P 500 ลดลง 0.13%, Nasdaq 100 ลดลง 0.44% และ Dow Jones ทรงตัว
- ตลาดเอเชีย: หุ้นเอเชียปรับตัวลงทั่วภูมิภาค โดย Nikkei 225 ลดลงราว 2.7-2.8%, Topix ลดลง 1% และ Kospi ดิ่งกว่า 5% จนตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ต้องเปิดใช้มาตรการ Sidecar เพื่อระงับการซื้อขายอัตโนมัติชั่วคราว ขณะที่ Hang Seng ลดลง 1.33%, CSI 300 ลดลง 1.4% และ ASX 200 ลดลง 0.95% ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และมาตรการภาษีรอบใหม่ของทรัมป์ หุ้นเทคโนโลยียังถูกเทขายต่อเนื่อง นำโดย SK Hynix (-3.5%), Samsung (-4%) และ SoftBank (-7.5%)
- ตลาดเงิน: เงินเยนยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับอ่อนค่าที่สุดในรอบกว่า 40 ปี แม้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นเป็น 1.6% YoY ตามคาด จากแรงหนุนของราคาน้ำมัน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังคงกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นส่งสัญญาณพร้อมแทรกแซงค่าเงินหากจำเป็น ด้านตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเช้านี้ EURUSD +0.17%, GBPUSD +0.18% และ USDJPY ทรงตัว
- สินค้าโภคภัณฑ์: ราคาน้ำมัน Brent ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม หลังพุ่งกว่า 7% ในวันพฤหัสฯ แตะ 100.69 ดอลลาร์ ก่อนอ่อนตัวเล็กน้อยในเช้าวันศุกร์ ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่มกราคม 2025 ที่ 4.705% ด้านทองคำเคลื่อนไหวทรงตัวใกล้แนวรับ 4,040 ดอลลาร์ ส่วนราคาเงินปรับเพิ่ม 1.14%
- หุ้นรายบริษัท: Volkswagen ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการ หลังกำไรจากการดำเนินงานลดลงเกือบ 10% เหลือ 3.5 พันล้านยูโร และคาดว่ารายได้ปี 2026 จะหดตัวสูงสุด 3% พร้อมเดินหน้าลดพนักงานถึง 100,000 ตำแหน่ง ขณะที่ Intel รายงานรายได้เติบโตเร็วที่สุดในรอบ 15 ปี ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่ง 9% หลังปิดตลาด ส่วน Oracle ปรับขึ้น 3% หลังคว้าสัญญาซอฟต์แวร์กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มูลค่าสูงสุด 7 พันล้านดอลลาร์ ด้าน SAP เพิ่มขึ้น 3% ในช่วง Pre-market หลังยอด Cloud Backlog เติบโต 27% แม้จะปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2026 จากต้นทุนการลงทุนด้าน AI
- คริปโทเคอร์เรนซี: Bitcoin ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 0.85% แม้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังอยู่ในโหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off)
- ภาพรวมวันนี้: ตลาดยุโรปมีแนวโน้มเปิดผสม โดย FTSE 100 คาดว่าจะอ่อนตัว 0.17% ขณะที่ DAX และ CAC 40 มีโอกาสเปิดบวก 0.19% และ 0.22% ตามลำดับ ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนติดตามยังคงเป็นสถานการณ์ในอิหร่าน ราคาน้ำมันที่ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ และผลกระทบจากมาตรการภาษีรอบใหม่ของโดนัลด์ ทรัมป์ต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงิน
🔼 DE40 รับแรงหนุนจากผลประกอบการของ SAP
Economic Calendar: ภาคอุตสาหกรรมเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมัน
Chart of the Day 🚩 OIL ย่อตัวทดสอบแนวรับ 92.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
Intel สร้างเซอร์ไพรส์ตลาด การพลิกฟื้นธุรกิจกำลังกลับมาแล้วหรือไม่?