วันที่หลายคนรอคอยมาถึงแล้ว สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งกำหนดให้มีการขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน และที่สำคัญที่สุดในมุมมองของตลาด คือ การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
🌍 ภูมิรัฐศาสตร์
ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันครั้งแรกโดยนายกรัฐมนตรีปากีสถาน Shehbaz Sharif ก่อนที่ต่อมาจะมีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากประธานาธิบดี Trump และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน Kazem Gharibabadi โดยพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันศุกร์นี้ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ข้อตกลงหยุดยิงทันที
- ตามแถลงการณ์ของสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดจะต้องยุติลงทันทีในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอนด้วย ขณะที่ตัวแทนเจรจาจากทั้งสองฝ่ายมีกำหนดประชุมหลายรอบในสัปดาห์นี้ เพื่อสรุปรายละเอียดสุดท้ายของข้อตกลง
- การเปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบค่อยเป็นค่อยไป
- ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยตลอดระยะเวลาหยุดยิง 60 วัน อิหร่านจะยกเว้นค่าธรรมเนียมการผ่านทางสำหรับเรือทุกลำ พร้อมกันนี้ กองกำลังอิหร่านจะเริ่มเก็บกู้ทุ่นระเบิดทางทะเลที่ถูกวางไว้ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ข้อแลกเปลี่ยนด้านนิวเคลียร์
- หนึ่งในเงื่อนไขขั้นต่ำของข้อตกลง คือ อิหร่านจะต้องลดระดับความเข้มข้นของยูเรเนียมที่เคยเสริมสมรรถนะไว้ก่อนหน้านี้ ปัจจุบันอิหร่านมีสต็อกยูเรเนียมมากกว่า 9,000 กิโลกรัม โดยในจำนวนนี้ราว 440 กิโลกรัม ถูกเสริมสมรรถนะจนใกล้ระดับที่สามารถใช้ผลิตอาวุธได้
สินค้าโภคภัณฑ์
- ราคาน้ำมันดิบร่วงลงมากกว่า 4% เมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวันศุกร์
- ขณะนี้น้ำมัน Brent ซื้อขายต่ำกว่า 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 81 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ตอนที่สหรัฐฯ เริ่มโจมตีอิหร่านครั้งแรก
- ราคาก๊าซธรรมชาติก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน
- ก๊าซบนตลาด Dutch TTF ลดลงต่ำกว่า 44 ยูโรต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง ขณะที่ NATGAS เคลื่อนไหวบริเวณ 3.06 ดอลลาร์
นโยบายการเงิน
- ตลาดกำลังปรับลดการคาดการณ์แนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลักทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ
- ในสหรัฐฯ ความน่าจะเป็นที่ตลาดประเมินว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกก่อนสิ้นปี ลดลงมาอยู่ต่ำกว่า 65%
- ส่วนในยุโรปและสหราชอาณาจักร ตลาดเริ่มมองว่าอาจเหลือการขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียงครั้งเดียวในปี 2026
พันธบัตรและโลหะมีค่า
- มุมมองเชิงผ่อนคลายด้านนโยบายการเงินดังกล่าว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกลดลงราว 1–1.5%
- และแม้ว่าบรรยากาศในตลาดการเงินโลกจะกลับมาสงบลงอย่างมาก แต่ราคาทองคำและเงินกลับปรับตัวขึ้นมากกว่า 2% ซึ่งถือเป็นภาพที่ค่อนข้างสวนทางกับความคาดหมาย
เอเชีย
- ตลาดหุ้นเอเชียเข้าสู่ภาวะ “Risk-On” เต็มรูปแบบ
- ดัชนีในเอเชียพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นำโดย KOSPI (+4.7%) และ NIKKEI 225 (+4.7%)
- ขณะที่ฟิวเจอร์สของตลาดยุโรปและสหรัฐฯ ก็ปรับตัวในแดนบวกเช่นกัน ก่อนตลาดเปิด S&P 500 Futures เพิ่มขึ้น 1.3% ส่วน DAX Futures เพิ่มขึ้น 1.7%
ค่าเงิน
G10:
- ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ ในกลุ่ม G10 รวมถึงยูโร (-0.4%)
- สกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดยังรวมถึงกลุ่ม Commodity Currency อย่างโครนนอร์เวย์และดอลลาร์แคนาดา ขณะที่เงินเยนญี่ปุ่นก็อ่อนตัวเช่นกัน
- ผู้ชนะรายใหญ่ที่สุดในกลุ่ม G10 คือ โครนาสวีเดน (+1.2% เทียบดอลลาร์) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีความสัมพันธ์สูงกับ Sentiment ของตลาดโลก
Emerging Markets (EM):
สกุลเงินตลาดเกิดใหม่หลายสกุลแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เช่น แรนด์แอฟริกาใต้ (+0.9%), ฟอรินต์ฮังการี (+0.7%), วอนเกาหลีใต้ (+0.6%) และรูปีอินเดีย (+0.5%) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบสูงจากความเสี่ยงการปิดช่องแคบฮอร์มุซในระยะยาว
คริปโตเคอร์เรนซี
Bitcoin ($65,800) และ Ethereum ($1,720) ต่างได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่กลับมาดีขึ้น โดยทั้งสองสินทรัพย์ปรับตัวขึ้นราว 3% ในวันนี้
—
Michał Jóźwiak
นักวิเคราะห์ตลาดการเงินจาก XTB
Economic Calendar: เงินเยนจะกลับมาได้แรงหนุนหรือไม่? (15.06.2026)
🔴Live: ตลาดทอง ‘หวัง’ หรือ ‘ระวัง’ กันแน่?
ข่าวเด่นวันนี้ 15 มิ.ย.
📈 หุ้น SpaceX พุ่งขึ้น 20%