วันอังคารที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนี Nasdaq 100 เพิ่มขึ้น 1.3% ขณะที่ดัชนี Euro Stoxx 50 ของยุโรปปรับขึ้น 0.9% ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบ Brent กลับมายืนเหนือระดับ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
📈 หุ้น
หุ้นในกลุ่ม AI ดูเหมือนจะกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง หลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่หนุนดัชนีหุ้นหลักปรับตัวขึ้นเมื่อวานนี้ โดยหุ้นที่ปรับตัวโดดเด่นที่สุดในวันอังคาร ได้แก่ Nebius, Sandisk, Micron, Teradyne และ Seagate ซึ่งทั้งหมดพุ่งขึ้นมากกว่า 10%
ภาพที่ 1: หุ้นที่ปรับตัวขึ้นและลงมากที่สุดในดัชนี Nasdaq 100

ที่มา: XTB Research, 22.07.2026
การที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นถึง 2% ในวันนี้จึงไม่น่าแปลกใจ โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้น Samsung (+2.8%) และ SK Hynix (+2.4%) ที่ปรับตัวแข็งแกร่ง
ในทางกลับกัน ตลาดหุ้นเอเชียแห่งอื่นเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงที่ปรับลดลง 1% จากการร่วงลงของหุ้นขนาดใหญ่ เช่น Tencent (-6.2%), Geely (-4%) และ Xiaomi (-3.5%)
ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 เคลื่อนไหวในแดนลบเล็กน้อย (-0.2%) โดยนักลงทุนจับตาทั้งสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังหนุนราคาน้ำมันดิบและก๊าซ LNG รวมถึงผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ซึ่งวันนี้จะมีการประกาศผลประกอบการของ Tesla, Google, AT&T, IBM และ ServiceNow
🌍 ภูมิรัฐศาสตร์
กองทัพสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในอิหร่านอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสัปดาห์ โดยเมื่อคืนถือเป็นคืนที่ 11 ติดต่อกัน เป้าหมายประกอบด้วยศูนย์บัญชาการ ฐานขีปนาวุธ โรงเก็บเครื่องบิน และคลังโดรนในหลายเมือง เช่น Bushehr, Tabriz และ Bandar Abbas
ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายใน คูเวต จอร์แดน ซีเรีย และบาห์เรน
ความตึงเครียดทวีความรุนแรงหลังทหารสหรัฐฯ อย่างน้อย 3 นายเสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านในจอร์แดนและอิรักเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศตอบโต้อย่างเด็ดขาด พร้อมขู่ขยายการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและพื้นที่พลเรือน หากอิหร่านไม่ยอมเจรจา
เมื่อวานนี้ ผู้ไกล่เกลี่ย ได้แก่ กาตาร์ อียิปต์ และปากีสถาน มีกำหนดเสนอข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 10 วันให้ทั้งสองฝ่าย ซึ่งอาจถือเป็นการกลับสู่สถานการณ์หลังการลงนามบันทึกความเข้าใจระยะเวลา 60 วัน แม้การสู้รบยังดำเนินต่อไป แต่ทั้งรัฐบาลอิหร่านและรัฐบาลของประธานาธิบดี Trump ต่างส่งสัญญาณพร้อมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา
🛢️ สินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงาน
การสู้รบที่ยังดำเนินต่อเนื่องและการขาดสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างทั้งสองฝ่าย ยังคงผลักดันราคาพลังงานให้ปรับตัวสูงขึ้น
ปัจจุบัน Brent ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI อยู่ที่ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นราว 8% และ 6% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับหนึ่งสัปดาห์ก่อน
ส่วนก๊าซธรรมชาติในตลาด Dutch TTF ปรับขึ้นสู่ระดับ 60 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) เพิ่มขึ้น 11% ในรอบสัปดาห์
🧈 โลหะมีค่า
แม้จะไม่มีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหรือการประชุมของธนาคารกลางรายใหญ่ แต่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของหลายประเทศพัฒนาแล้ว เช่น เยอรมนีและญี่ปุ่น ยังคงปรับตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ราคาโลหะมีค่าก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งสะท้อนว่าทองคำและโลหะมีค่ายังคงเป็นทางเลือกในการลงทุนแทนพันธบัตรสำหรับนักลงทุนบางส่วน
เรามองว่าการปรับตัวขึ้นครั้งนี้สะท้อนภาวะ Risk-off ของตลาด จากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย และความกังวลต่อภาคพลังงานที่กลับมาอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นว่าการกลับมาของกระแสเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม AI มีบทบาทสำคัญต่อการฟื้นตัวของตลาดหุ้นเมื่อวานนี้
ราคาทองคำอยู่ที่ประมาณ 4,135 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ (+1.4%) ขณะที่ เงิน (Silver) อยู่ที่ 59.8 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ (+1.7%)
📈 ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคและนโยบายการเงิน
ฮังการี
เมื่อวานนี้ ความสนใจของตลาดหันไปที่ฮังการี โดยธนาคารกลางฮังการี (MNB) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่เกิดสงครามอิหร่าน
การลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นผลจากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงเหลือ 1.7% ซึ่งต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลางที่ 3% ±1%
แม้จะลดดอกเบี้ยแล้ว แต่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของฮังการียังคงสูงกว่าโปแลนด์ถึง 2 จุดเปอร์เซ็นต์ ทำให้ยังมีช่องว่างสำหรับการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม หากการเติบโตของค่าจ้างที่แท้จริงซึ่งยังอยู่ในระดับประมาณ 7% ไม่เป็นอุปสรรค เราคาดว่าการลดดอกเบี้ยจะดำเนินต่อในการประชุมครั้งถัดไป
สหราชอาณาจักร
วันนี้ตลาดจับตาข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนของสหราชอาณาจักร โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงมากกว่าคาดสู่ 2.6% ส่วนใหญ่เป็นผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนให้ความสำคัญกับ เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ที่ทรงตัวอยู่ที่ 2.6% และเงินเฟ้อภาคบริการที่ลดลงเพียงเล็กน้อยสู่ 3.6% ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) กังวล
จากการประเมินของตลาด นักลงทุนยังคาดว่า BoE จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ก่อนสิ้นปี โดยครั้งแรกอาจเกิดขึ้นในเดือนกันยายน ขณะที่การประชุมวันที่ 30 กรกฎาคม ยังไม่น่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
💱 ตลาดเงิน
ท่ามกลางความตึงเครียดทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น และราคาน้ำมัน Brent ที่กลับมายืนเหนือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินของประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ต่างแข็งค่าขึ้น โดย โครนนอร์เวย์ และ ดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็นสกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในขณะนี้
แม้เงินเยนจะอ่อนค่าลงเพียงราว 0.4% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ แต่เมื่อวานนี้ค่าเงินเยนแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 40 ปี ที่ 163.2 เยนต่อดอลลาร์
ในระยะยาว ปัจจัยสำคัญยังคงมาจากการกลับมาของกลยุทธ์ Carry Trade ซึ่งเป็นการกู้ยืมเงินสกุลที่มีดอกเบี้ยต่ำมาก เช่น เงินเยน แล้วนำไปแลกเป็นสกุลเงินอื่น เช่น ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
ภาพที่ 2: อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ (Upper Bound) เทียบกับญี่ปุ่น และ USDJPY (1987–2026)

ที่มา: Bloomberg, 21.07.2026
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ปัจจัยหลักที่กดดันให้เงินเยนอ่อนค่าลงคือความเสี่ยงจากการยกระดับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงานปรับตัวสูงขึ้น
ญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าพลังงานคิดเป็นเกือบ 90% ของความต้องการใช้พลังงานทั้งหมด และในภาวะปกติ ประเทศผู้ส่งออกพลังงานหลักของญี่ปุ่นส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ภาพที่ 3: ดุลการค้าด้านพลังงานของญี่ปุ่น (1998–2026)
Source: IEA, 21.07.2026
การที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายในระยะยาว อาจไม่เพียงเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของอุปทานสินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงานที่สำคัญอีกด้วย
₿ คริปโทเคอร์เรนซี
บรรยากาศการลงทุนในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเริ่มอ่อนตัวลงเช่นกัน แม้ว่าการปรับฐานในขณะนี้ยังอยู่ในวงจำกัด
- Bitcoin ปรับตัวลง 0.8% ในวันนี้ หลุดระดับ 66,000 ดอลลาร์
- Ethereum ลดลง 0.2% กลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,920 ดอลลาร์
—
Michał Jóźwiak
นักวิเคราะห์ตลาดการเงิน, XTB
🛢️ น้ำมันดิบ Brent ทดสอบระดับ $95 ต่อบาร์เรล
ทะเลแดง แต่ไม่ใช่ดัชนีตลาด: ผลกระทบจากการปิดกั้นช่องแคบบับเอลมันดาบ
ข่าวเด่นวันนี้ 20 ก.ค.
อิหร่านยกระดับความตึงเครียด: สิ่งที่ต้องจับตา และสิ่งที่ตลาดอาจต้องเผชิญ