วอลล์สตรีทกำลังเข้าสู่การซื้อขายภายใต้แรงกดดันจากการขายทำกำไรในวงกว้าง โดยกลุ่มเทคโนโลยีกลับมาเป็นศูนย์กลางของแรงขายอีกครั้ง ฟิวเจอร์ส Nasdaq 100 ปรับตัวลงมากกว่า 2% ขณะที่นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นว่า แรลลี่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะยังยั่งยืนได้หรือไม่ ท่ามกลางความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ตลาดเริ่มกังวลว่าต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นอาจกดดันบริษัทที่กำลังลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งส่วนหนึ่งใช้เงินทุนจากหนี้สินเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต
Micron และ PCE: บททดสอบความแข็งแกร่งของตลาด?
ปัจจุบันตลาดกำลังให้น้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยรวม 50 bps ภายในเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นจากเพียงหนึ่งครั้ง (25 bps) ที่ตลาดคาดไว้เมื่อสองสัปดาห์ก่อน
แรงกดดันสำคัญต่อธีม AI มาจากการผสมกันระหว่าง:
- มูลค่าหุ้นที่ปรับขึ้นแรงก่อนหน้า
- ความกังวลว่าต้นทุนการเงินของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
แรงขายยังลามไปยังหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แม้ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index (SOX) เพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่เมื่อวันก่อน ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ เช่น Alphabet, Meta, Microsoft และ Amazon ต่างปรับตัวลงแรงในรอบก่อนหน้า สะท้อนแรงขายทำกำไรที่กระจายไปทั่วกลุ่ม Big Tech
แม้นักลงทุนยังจับตาความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน แต่ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดในตอนนี้คือ อัตราดอกเบี้ยและระดับมูลค่า (valuation) มากกว่าภูมิรัฐศาสตร์
PCE และ Micron คือจุดชี้วัดสำคัญ
เหตุการณ์สำคัญของสัปดาห์คือรายงาน PCE เงินเฟ้อสหรัฐฯ ในวันศุกร์ โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่า PCE จะเพิ่มขึ้นไปที่ 4.1% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของ Fed มากกว่าสองเท่า
ขณะเดียวกัน ผลประกอบการของ Micron ที่จะประกาศหลังตลาดสหรัฐฯ ปิดในวันพุธ จะเป็นบททดสอบสำคัญของความเชื่อมั่นต่อกลุ่มชิปหน่วยความจำและ AI semiconductor โดย Micron และ SanDisk ถือเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากความต้องการชิปในยุค AI
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเพิ่มเติมหลัง SpaceX เข้าตลาดตราสารหนี้ทั้งที่ยังขาดทุนสุทธิ แม้เพิ่ง IPO ได้ไม่นาน ส่งผลให้ราคาหุ้นลดกำไรส่วนใหญ่ที่ได้หลังเข้าตลาดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน
กราฟสะท้อนผลตอบแทนของบริษัทชิปหน่วยความจำชั้นนำตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2025 ชี้ให้เห็นว่าการเก็งกำไรในธีม AI Infrastructure ได้ถูกขับเคลื่อนอย่างรุนแรงเพียงใดในช่วงที่ผ่านมา

Source: xStation5
US100 Chart (D1 Interval)
แรงขายบางส่วนในรอบล่าสุดอาจเกี่ยวข้องกับการ ปรับพอร์ต (portfolio rebalancing) ก่อนสิ้นเดือนมิถุนายน โดยล่าสุด J.P. Morgan ประเมินว่า กองทุนสถาบันอาจมีการขายหุ้นรวมมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ที่น่าสนใจคือ แรงปรับฐานเริ่มเกิดขึ้นหลังจากที่ดัชนี Nasdaq 100 ขึ้นไปใกล้จุดสูงสุดบริเวณ 31,000 จุด ซึ่งอาจกำลังก่อตัวเป็นรูปแบบ Double Top
หากสถานการณ์พัฒนาไปตามรูปแบบการปรับฐานแบบคลาสสิก 1:1 correction เป้าหมายการปรับตัวลงอาจเปิดทางไปสู่บริเวณ 28,000 จุด ได้
ในทางกลับกัน ฝั่งขาขึ้นยังมีแนวรับสำคัญที่อาจช่วยพยุงราคาได้ โดยเฉพาะบริเวณ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ EMA 50 วัน ซึ่งอยู่ใกล้ระดับ 29,200 จุด (เส้นสีส้มบนกราฟ) ซึ่งอาจเป็นโซนที่ตลาดกลับมาหาแรงซื้ออีกครั้ง

Source: xStation5
BREAKING: EURUSD ร่วงต่อ หลังตัวเลข PMI ยูโรโซนอ่อนแอกว่าคาด ⚡
IBM จับมือ OpenAI ชี้ทิศทางใหม่ของ AI สู่การสร้างรายได้จริง
Chart of the Day: ทองคำเผชิญแรงกดดันอีกครั้งจาก Fed และความกังวลด้านเงินเฟ้อ (23.06.2026)
ปฏิทินเศรษฐกิจ - ตัวเลข PMI เบื้องต้นและผลประกอบการของ FedEx ท่ามกลางแรงกดดันจากการปรับฐานของตลาด