เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายสัปดาห์ ความสนใจของตลาดจะเปลี่ยนไปที่ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) เดือนสิงหาคมจะประกาศในวันศุกร์ เวลา 13:30 น. BST โดยตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 58,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานคาดว่าจะทรงตัวที่ 4.1% และการเติบโตของค่าจ้างคาดว่าจะชะลอลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3% จาก 3.2% ในเดือนก่อนหน้า
ปัจจัยชั่วคราวอาจส่งผลต่อตัวเลข NFP
รายงานครั้งนี้อาจได้รับอิทธิพลจากปัจจัยชั่วคราวหลายประการ หนึ่งในนั้นคือการสิ้นสุดสถานะ Temporary Protected Status (TPS) สำหรับชาวเฮติที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ มากกว่า 300,000 คน ซึ่งอาจส่งผลต่อตัวเลข NFP แต่อัตราการว่างงานไม่น่าจะได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์หลายแห่งได้ปิดดำเนินการในเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะขาดแคลนเนื้อวัว
เพื่อชดเชยผลกระทบจากปัจจัยเหล่านี้ การจ้างงานในภาคการศึกษาคาดว่าจะฟื้นตัว หลังจากลดลงในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ปัจจัยชั่วคราวทั้งสองประการยังอาจกดดันตัวเลข NFP และทำให้มีความเสี่ยงที่ตัวเลขจะออกมาต่ำกว่าคาด
ข้อมูลนี้จะส่งผลต่อ Fed อย่างไร?
นักลงทุนจะจับตาตัวเลขเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ในอนาคต การจ้างงานเต็มที่เป็นหนึ่งในสองภารกิจหลักของธนาคารกลางสหรัฐฯ แต่ Kevin Warsh ประธาน Fed คนใหม่ให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อเป็นหลัก
การที่ Kevin Warsh ไม่ได้ให้ความสำคัญกับตลาดแรงงานมากนักถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ หากอัตราการว่างงานยังอยู่ที่ 4.1% ซึ่งต่ำกว่าระดับที่บ่งชี้ถึงภาวะการจ้างงานเต็มที่ ดังนั้น Fed จึงไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายเพื่อกระตุ้นตลาดแรงงาน
ด้วยเหตุนี้ แม้รายงาน NFP จะมีความสำคัญต่อนักลงทุน แต่เรามองว่าตัวเลข CPI เดือนสิงหาคม ซึ่งจะประกาศในวันที่ 11 กันยายน จะให้สัญญาณที่ชัดเจนกว่าเกี่ยวกับโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายเดือนนี้
องค์ประกอบด้านค่าจ้างของรายงานตลาดแรงงานในวันนี้มีแนวโน้มแสดงให้เห็นว่าการเติบโตของค่าจ้างกำลังชะลอตัว แม้อัตราการว่างงานจะยังอยู่ในระดับต่ำก็ตาม ซึ่งอาจช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังเหนียวแน่นในสหรัฐฯ และอาจทำให้กลุ่ม Dovish ภายใน Fed มีน้ำหนักมากขึ้นในการคัดค้านการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม FOMC ครั้งถัดไป
Fed จะพิจารณาภาพรวมของข้อมูลเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม รายงานตลาดแรงงานไม่ควรถูกพิจารณาแยกออกจากข้อมูลเศรษฐกิจอื่น ๆ Fed จะนำตัวเลขนี้ไปประเมินร่วมกับข้อมูลเศรษฐกิจชุดอื่น และเทรดเดอร์ก็ควรพิจารณาในลักษณะเดียวกัน
รายงาน ISM Services ของเดือนที่ผ่านมาออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด โดยยอดคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่องค์ประกอบด้านการจ้างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ในสภาวะที่ตลาดแรงงานมีการจ้างงานต่ำและการเลิกจ้างต่ำ โดยเฉพาะเมื่ออัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานก็ลดลงเช่นกัน
โดยรวมแล้ว รายงานครั้งนี้จะยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ในการประชุมช่วงปลายเดือนกันยายน แต่หากตัวเลขออกมาเซอร์ไพรส์ตลาด ก็ยังมีความสำคัญอย่างมากต่อตลาดการเงิน
ตลาดเริ่มลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนกันยายน
ปัจจุบันตลาดกำลังสะท้อนโอกาสประมาณ 50% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้ ลดลงจาก 66% ในช่วงต้นสัปดาห์
การปรับลดความคาดหวังดังกล่าวเกิดขึ้นหลังรายงาน ADP Employment ออกมาอ่อนแอกว่าคาด โดยภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 38,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 47,000 ตำแหน่ง
หากตัวเลข NFP ออกมาอ่อนแอ เราอาจเห็นตลาดลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยลงไปอีก การเปลี่ยนแปลงของคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ตลาดการเงิน รวมถึงหุ้นและพันธบัตร ปรับตัวขึ้นก่อนการประกาศ NFP
หาก NFP ออกมาต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ อาจกระตุ้นให้หุ้นและพันธบัตรปรับตัวขึ้นแรงและต่อเนื่องมากขึ้น เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Yields) มีแนวโน้มลดลง
ขณะเดียวกัน ดอลลาร์อาจอ่อนค่าลง และเงินเยนอาจแข็งค่าขึ้น หลังจากเยนปรับตัวขึ้นอย่างแรงในวันพฤหัสบดี โดย USD/JPY ร่วงลง 2% หลัง Scott Bessent กล่าวว่าเขาจะผลักดันให้ BOJ ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมช่วงปลายเดือนนี้
ทองคำอ่อนไหวต่อตัวเลข NFP
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำอาจปรับตัวขึ้น หากตลาดลดความคาดหวังต่ออัตราดอกเบี้ยลงมากเกินไป
ทองคำทำผลงานได้แข็งแกร่งในช่วงเดือนที่ผ่านมา แม้ความผันผวนจะเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ Kevin Warsh กล่าวสุนทรพจน์ในโทน Hawkish ที่ Jackson Hole
ก่อนการประกาศตัวเลขการจ้างงาน ราคาทองคำกำลังปรับตัวขึ้น โดยพุ่งขึ้นมากกว่า 2% ในวันพฤหัสบดี และซื้อขายเหนือระดับ $4,500
หากราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อ ระดับ $4,542 ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day SMA) จะเป็นแนวต้านสำคัญ การทะลุเหนือระดับดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงบวกทางเทคนิค และเปิดทางให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อ
ตลาดจะตอบสนองอย่างไรหากตัวเลขการจ้างงานออกมาแข็งแกร่ง?
ในทางกลับกัน หากรายงานการจ้างงานออกมาแข็งแกร่ง โอกาสที่ตลาดจะคาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16 กันยายนอาจเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันราคาทองคำ ส่ง USD/JPY กลับขึ้นไปใกล้ระดับ 160 และสร้างแรงกดดันต่อพันธบัตรและตลาดหุ้น
ในเชิงเทคนิค Nasdaq 100 ก็เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่ควรจับตาในวันนี้ หลังโมเมนตัมของดัชนีเริ่มชะลอตัวลง แม้จะฟื้นตัวขึ้นในช่วง 2 วันที่ผ่านมา แต่ในทางกลับกัน รายงานการจ้างงานที่อ่อนแอ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อ Fed ในการขึ้นดอกเบี้ย อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ดัชนีเทคโนโลยีหลักของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอีกครั้ง
ตัวชี้วัดทางเทคนิคอย่าง MACD และ RSI ยังคงสนับสนุน Nasdaq 100 โดยปัจจุบันดัชนีอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้ในเดือนมิถุนายนประมาณ 5.5%
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (50-day SMA) ที่ระดับ 29,377 ทำหน้าที่เป็นแนวรับระยะสั้น หากดัชนีสามารถทะลุเหนือระดับดังกล่าวได้อย่างชัดเจน จะถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับแนวโน้มของดัชนี
Chart 1: ราคาทองคำ – แนวต้านสำคัญกำลังใกล้เข้ามา

Source: XTB
Chart 2: Nasdaq – จุดสูงสุดใหม่กำลังรออยู่หรือไม่?
Source: XTB
ได้เวลาพักหายใจ! น้ำมันย่อตัวช่วยตลาดฟื้นตัว
ตลาด Bond ยังอยู่ในโฟกัส ขณะที่สงครามอิหร่านทวีความรุนแรง
สินค้าเกษตรร่วงลง 📉
ตลาดพันธบัตรทั่วโลกเทขาย กดดันบรรยากาศการลงทุน