09:19 · 5 มิถุนายน 2026

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจากระดับสูงล่าสุด แต่เพียงพอที่จะช่วยหนุนหุ้นหรือไม่?

ประเด็นหลัก
ประเด็นหลัก
  • ยุโรปมีแนวโน้มเคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดสหรัฐฯ
  • การเทรดธีม AI ไม่น่าจะถูกสกัดกั้นได้นาน
  • ราคาน้ำมันยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับฐานที่จำเป็น และอาจยังมีแรงขายต่อเนื่อง
  • ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) เป็นจุดโฟกัสสำคัญ
  • ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และการเทรด AI มาบรรจบกัน
  • Broadcom ทำให้นักลงทุนผิดหวัง หลังรายได้ต่ำกว่าคาด
  • โครงสร้างตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ “แคบ” เป็นปัญหาหรือไม่?

มีการเปลี่ยนแปลงของ sentiment ในตลาดหุ้น โดยการเทขายหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันพุธได้ส่งผลกระทบไปยังตลาดเอเชีย ทำให้ดัชนีหลายแห่ง รวมถึง Nikkei ปรับตัวลดลงอย่างแรง SoftBank ซึ่งเป็นนักลงทุนเทคโนโลยีรายใหญ่ของญี่ปุ่น ร่วงลงถึง 10% อย่างไรก็ตาม แรงขายดังกล่าวอาจเป็นเพียงระยะสั้น เนื่องจากราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลง โดย Brent ลดลง 0.6% ในเช้าวันนี้ หลังมีรายงานว่าอิสราเอลและเลบานอนได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งสร้างความหวังว่าอาจนำไปสู่การคลี่คลายความขัดแย้งกับอิหร่านได้


📌 ยุโรปมีแนวโน้มเคลื่อนไหวตามทิศทางสหรัฐฯ

บรรยากาศดังกล่าวได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากพัฒนาการในสหรัฐฯ เมื่อคืน โดยสภาผู้แทนราษฎรมีความพยายามที่จะสกัดไม่ให้ Trump ดำเนินสงครามในอิหร่านต่อ อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอการอนุมัติจากวุฒิสภา ขณะเดียวกันประธานาธิบดียังระบุว่าอาจมีความคืบหน้าในการเจรจาภายในสุดสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม ตลาดเคยได้ยินถ้อยแถลงลักษณะนี้มาก่อนแล้ว คำถามสำคัญคือ ตลาดจะเชื่อคำพูดของ Trump มากน้อยเพียงใด

ณ ขณะนี้ ดัชนีหุ้นยุโรปมีแนวโน้มเปิดตลาดในแดนลบเล็กน้อย และฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ก็อ่อนตัวลงเล็กน้อยเช่นกัน ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน เราคาดว่าตลาดหุ้นจะยังคงเคลื่อนไหวตามทิศทางสหรัฐฯ ทำให้ช่วงเช้าในยุโรปอาจค่อนข้างเงียบ


📉 ในช่วงครึ่งหลังของสัปดาห์นี้ การทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยดัชนีสหรัฐฯ ปรับตัวลงเมื่อวันพุธ S&P 500 ลดลง 0.7% ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีลดลงเล็กน้อยที่ -0.3%

หุ้นกลุ่ม Magnificent 7 เผชิญแรงขายบางส่วน ได้แก่ Nvidia, Apple, Alphabet และ Microsoft เนื่องจากตลาดตอบรับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีที่เพิ่มขึ้น 4 bps


🚀 AI trade ยังไม่ถูกทำลายง่าย

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงของหุ้นเทคโนโลยีไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง หุ้นที่ทำผลงานโดดเด่น ได้แก่ SanDisk, Qualcomm และ AMD ซึ่งปรับขึ้นมากกว่า 4%

Marvell ซึ่ง Jensen Huang เคยคาดการณ์ว่าจะมีโอกาสแตะมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ปรับตัวขึ้นอีก 3% เมื่อวันพุธ ทำให้ผลตอบแทนรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นถึง 47%

การเทรดฝั่งเทคอาจหยุดพัก แต่ธีม AI ยังคงแข็งแกร่ง และเกิดขึ้นพร้อมกับกระแส IPO ของ SpaceX ในสัปดาห์หน้า


🛢 น้ำมันยังต่ำกว่า $100 ต่อบาร์เรล

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยหลักที่กดดัน sentiment โดยราคาน้ำมัน Brent ขึ้นไปใกล้ระดับ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการยุติสงครามในอิหร่าน โดยเมื่อวันพุธได้ให้สัมภาษณ์ว่าช่องแคบ Hormuz อาจถูกปิดไปจนถึงช่วง Labor Day ซึ่งยาวนานกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก

อย่างไรก็ตาม เขายังกล่าวว่าอิหร่านตกลงจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่ก็อาจเปลี่ยนใจได้

ที่น่าสนใจคือ แม้ตลาดจะคาดว่าความตึงเครียดอาจยืดเยื้อ แต่ราคาน้ำมันยังไม่ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังเชื่อว่าในที่สุดจะมีข้อตกลงเกิดขึ้น

chart - 2026-06-05T091211.974.png


📊 หุ้นสหรัฐฯ: การปรับฐานที่จำเป็น

แม้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเป็นปัจจัยกดดันหลัก แต่ความจริงอีกด้านคือ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในภาวะ “ซื้อมากเกินไป (overbought)”

ความคาดหวังเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจถูกใช้เป็นข้ออ้างในการขายทำกำไร หลังจากหุ้นเทคปรับขึ้นถึง 36% ตั้งแต่ต้นปี


📅 NFP เป็นจุดโฟกัสสำคัญ

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ของสหรัฐฯ กำลังเป็นจุดสนใจสำคัญ และอาจมีผลต่อทิศทางนโยบาย Fed ภายใต้ประธานคนใหม่ Kevin Warsh

ตลาดคาดว่าการจ้างงานจะเพิ่มขึ้นราว 90,000 ตำแหน่ง แต่ข้อมูล ADP ที่ออกมาดีกว่าคาดเมื่อวันพุธ ทำให้ตลาดเริ่มเตรียมรับความเป็นไปได้ของตัวเลขที่ออกมาสูงกว่าคาด

สิ่งนี้ยังช่วยอธิบายการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร และแรงกดดันต่อหุ้นเมื่อวาน


🧭 Geopolitics + เศรษฐกิจ + AI trade

ภาพรวมตลาดในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า จะขึ้นอยู่กับการปะทะกันของ 3 ปัจจัยหลัก คือ
ภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และกระแส AI

คำถามคือ จะมีอะไรสามารถหยุด rally ของหุ้น semiconductor ได้หรือไม่ — และต้องเป็นปัจจัยที่ “ใหญ่จริง” เท่านั้น


📉 Broadcom ทำให้ผิดหวัง

ผลประกอบการของ Broadcom กดดันตลาด หลังหุ้นร่วง 5% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น 48% YoY และคาดการณ์รายได้ไตรมาสหน้าสูงกว่าคาด

รายได้จาก AI เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อ

อย่างไรก็ตาม หุ้นปรับขึ้นมากกว่า 40% ตั้งแต่ต้นปี ทำให้ตลาดตั้งความคาดหวังไว้สูงมาก


📊 Market breadth ที่แคบ เป็นปัญหาหรือไม่?

หนึ่งในความเสี่ยงของตลาดขาขึ้นรอบนี้คือ “ความแคบของการปรับขึ้น”

ปัจจุบันหุ้นเทคโนโลยีคิดเป็น 39% ของมูลค่าตลาด S&P 500 สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และมากกว่าฟองสบู่ดอทคอมปี 2000

อย่างไรก็ตาม กำไรของหุ้นเทคคิดเป็น 35% ของกำไรทั้งหมดใน S&P 500 ซึ่งสูงกว่าช่วงปี 2000 ถึง 2 เท่า

แม้ความกว้างของตลาดจะเป็นข้อกังวล แต่ในรอบ bull market ส่วนใหญ่ ตลาดมักจะแคบลงเมื่อเข้าสู่ช่วงท้าย

นอกจากนี้ หุ้นกว่า 60% ของ S&P 500 ยังอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน แสดงว่าตลาดโดยรวมยังแข็งแรง เพียงแต่มีหุ้นบางตัวที่ปรับขึ้นแรงมากผิดปกติ เช่น
SanDisk +600% YTD, Micron +260%, ARM +200%

By Kathleen Brooks, research director at XTB

4 มิถุนายน 2026, 20:00

🎁 พลาดได้ไง 6.6 รับ Bonus เต็มๆ!

4 มิถุนายน 2026, 08:22

ข่าวเด่นวันนี้ 4 มิ.ย.

4 มิถุนายน 2026, 08:12

ความเสี่ยงต่อการเติบโต – มีแค่ในยุโรปเท่านั้นหรือ?

3 มิถุนายน 2026, 20:00

ทองโลกแตะจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก