- ยุโรปมีแนวโน้มเคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดสหรัฐฯ
- การเทรดธีม AI ไม่น่าจะถูกสกัดกั้นได้นาน
- ราคาน้ำมันยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับฐานที่จำเป็น และอาจยังมีแรงขายต่อเนื่อง
- ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) เป็นจุดโฟกัสสำคัญ
- ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และการเทรด AI มาบรรจบกัน
- Broadcom ทำให้นักลงทุนผิดหวัง หลังรายได้ต่ำกว่าคาด
- โครงสร้างตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ “แคบ” เป็นปัญหาหรือไม่?
- ยุโรปมีแนวโน้มเคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดสหรัฐฯ
- การเทรดธีม AI ไม่น่าจะถูกสกัดกั้นได้นาน
- ราคาน้ำมันยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับฐานที่จำเป็น และอาจยังมีแรงขายต่อเนื่อง
- ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) เป็นจุดโฟกัสสำคัญ
- ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และการเทรด AI มาบรรจบกัน
- Broadcom ทำให้นักลงทุนผิดหวัง หลังรายได้ต่ำกว่าคาด
- โครงสร้างตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ “แคบ” เป็นปัญหาหรือไม่?
มีการเปลี่ยนแปลงของ sentiment ในตลาดหุ้น โดยการเทขายหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันพุธได้ส่งผลกระทบไปยังตลาดเอเชีย ทำให้ดัชนีหลายแห่ง รวมถึง Nikkei ปรับตัวลดลงอย่างแรง SoftBank ซึ่งเป็นนักลงทุนเทคโนโลยีรายใหญ่ของญี่ปุ่น ร่วงลงถึง 10% อย่างไรก็ตาม แรงขายดังกล่าวอาจเป็นเพียงระยะสั้น เนื่องจากราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลง โดย Brent ลดลง 0.6% ในเช้าวันนี้ หลังมีรายงานว่าอิสราเอลและเลบานอนได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งสร้างความหวังว่าอาจนำไปสู่การคลี่คลายความขัดแย้งกับอิหร่านได้
📌 ยุโรปมีแนวโน้มเคลื่อนไหวตามทิศทางสหรัฐฯ
บรรยากาศดังกล่าวได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากพัฒนาการในสหรัฐฯ เมื่อคืน โดยสภาผู้แทนราษฎรมีความพยายามที่จะสกัดไม่ให้ Trump ดำเนินสงครามในอิหร่านต่อ อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอการอนุมัติจากวุฒิสภา ขณะเดียวกันประธานาธิบดียังระบุว่าอาจมีความคืบหน้าในการเจรจาภายในสุดสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม ตลาดเคยได้ยินถ้อยแถลงลักษณะนี้มาก่อนแล้ว คำถามสำคัญคือ ตลาดจะเชื่อคำพูดของ Trump มากน้อยเพียงใด
ณ ขณะนี้ ดัชนีหุ้นยุโรปมีแนวโน้มเปิดตลาดในแดนลบเล็กน้อย และฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ก็อ่อนตัวลงเล็กน้อยเช่นกัน ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน เราคาดว่าตลาดหุ้นจะยังคงเคลื่อนไหวตามทิศทางสหรัฐฯ ทำให้ช่วงเช้าในยุโรปอาจค่อนข้างเงียบ
📉 ในช่วงครึ่งหลังของสัปดาห์นี้ การทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยดัชนีสหรัฐฯ ปรับตัวลงเมื่อวันพุธ S&P 500 ลดลง 0.7% ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีลดลงเล็กน้อยที่ -0.3%
หุ้นกลุ่ม Magnificent 7 เผชิญแรงขายบางส่วน ได้แก่ Nvidia, Apple, Alphabet และ Microsoft เนื่องจากตลาดตอบรับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีที่เพิ่มขึ้น 4 bps
🚀 AI trade ยังไม่ถูกทำลายง่าย
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงของหุ้นเทคโนโลยีไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง หุ้นที่ทำผลงานโดดเด่น ได้แก่ SanDisk, Qualcomm และ AMD ซึ่งปรับขึ้นมากกว่า 4%
Marvell ซึ่ง Jensen Huang เคยคาดการณ์ว่าจะมีโอกาสแตะมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ปรับตัวขึ้นอีก 3% เมื่อวันพุธ ทำให้ผลตอบแทนรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นถึง 47%
การเทรดฝั่งเทคอาจหยุดพัก แต่ธีม AI ยังคงแข็งแกร่ง และเกิดขึ้นพร้อมกับกระแส IPO ของ SpaceX ในสัปดาห์หน้า
🛢 น้ำมันยังต่ำกว่า $100 ต่อบาร์เรล
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยหลักที่กดดัน sentiment โดยราคาน้ำมัน Brent ขึ้นไปใกล้ระดับ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการยุติสงครามในอิหร่าน โดยเมื่อวันพุธได้ให้สัมภาษณ์ว่าช่องแคบ Hormuz อาจถูกปิดไปจนถึงช่วง Labor Day ซึ่งยาวนานกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก
อย่างไรก็ตาม เขายังกล่าวว่าอิหร่านตกลงจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่ก็อาจเปลี่ยนใจได้
ที่น่าสนใจคือ แม้ตลาดจะคาดว่าความตึงเครียดอาจยืดเยื้อ แต่ราคาน้ำมันยังไม่ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังเชื่อว่าในที่สุดจะมีข้อตกลงเกิดขึ้น
📊 หุ้นสหรัฐฯ: การปรับฐานที่จำเป็น
แม้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเป็นปัจจัยกดดันหลัก แต่ความจริงอีกด้านคือ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในภาวะ “ซื้อมากเกินไป (overbought)”
ความคาดหวังเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจถูกใช้เป็นข้ออ้างในการขายทำกำไร หลังจากหุ้นเทคปรับขึ้นถึง 36% ตั้งแต่ต้นปี
📅 NFP เป็นจุดโฟกัสสำคัญ
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ของสหรัฐฯ กำลังเป็นจุดสนใจสำคัญ และอาจมีผลต่อทิศทางนโยบาย Fed ภายใต้ประธานคนใหม่ Kevin Warsh
ตลาดคาดว่าการจ้างงานจะเพิ่มขึ้นราว 90,000 ตำแหน่ง แต่ข้อมูล ADP ที่ออกมาดีกว่าคาดเมื่อวันพุธ ทำให้ตลาดเริ่มเตรียมรับความเป็นไปได้ของตัวเลขที่ออกมาสูงกว่าคาด
สิ่งนี้ยังช่วยอธิบายการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร และแรงกดดันต่อหุ้นเมื่อวาน
🧭 Geopolitics + เศรษฐกิจ + AI trade
ภาพรวมตลาดในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า จะขึ้นอยู่กับการปะทะกันของ 3 ปัจจัยหลัก คือ
ภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และกระแส AI
คำถามคือ จะมีอะไรสามารถหยุด rally ของหุ้น semiconductor ได้หรือไม่ — และต้องเป็นปัจจัยที่ “ใหญ่จริง” เท่านั้น
📉 Broadcom ทำให้ผิดหวัง
ผลประกอบการของ Broadcom กดดันตลาด หลังหุ้นร่วง 5% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น 48% YoY และคาดการณ์รายได้ไตรมาสหน้าสูงกว่าคาด
รายได้จาก AI เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อ
อย่างไรก็ตาม หุ้นปรับขึ้นมากกว่า 40% ตั้งแต่ต้นปี ทำให้ตลาดตั้งความคาดหวังไว้สูงมาก
📊 Market breadth ที่แคบ เป็นปัญหาหรือไม่?
หนึ่งในความเสี่ยงของตลาดขาขึ้นรอบนี้คือ “ความแคบของการปรับขึ้น”
ปัจจุบันหุ้นเทคโนโลยีคิดเป็น 39% ของมูลค่าตลาด S&P 500 สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และมากกว่าฟองสบู่ดอทคอมปี 2000
อย่างไรก็ตาม กำไรของหุ้นเทคคิดเป็น 35% ของกำไรทั้งหมดใน S&P 500 ซึ่งสูงกว่าช่วงปี 2000 ถึง 2 เท่า
แม้ความกว้างของตลาดจะเป็นข้อกังวล แต่ในรอบ bull market ส่วนใหญ่ ตลาดมักจะแคบลงเมื่อเข้าสู่ช่วงท้าย
นอกจากนี้ หุ้นกว่า 60% ของ S&P 500 ยังอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน แสดงว่าตลาดโดยรวมยังแข็งแรง เพียงแต่มีหุ้นบางตัวที่ปรับขึ้นแรงมากผิดปกติ เช่น
SanDisk +600% YTD, Micron +260%, ARM +200%
- By Kathleen Brooks, research director at XTB
🎁 พลาดได้ไง 6.6 รับ Bonus เต็มๆ!
ข่าวเด่นวันนี้ 4 มิ.ย.
ความเสี่ยงต่อการเติบโต – มีแค่ในยุโรปเท่านั้นหรือ?
ทองโลกแตะจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน