- โลหะมีค่าพยายามรีบาวด์ แม้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป 🗽
- โลหะมีค่าพยายามรีบาวด์ แม้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป 🗽
โลหะมีค่าปรับตัวสูงขึ้นในวันนี้ โดยเงิน (Silver) ปรับขึ้นราว 2% และทองคำ (Gold) เพิ่มขึ้นเกือบ 1% แม้ว่าดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะค่อนข้างทรงตัวก็ตาม
บรรยากาศตลาดได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ลดลงเกือบ 1.5% แม้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ โดยมีรายงานว่าเตหะรานประกาศระงับการเจรจากับวอชิงตัน โดยอ้างถึงปฏิบัติการของอิสราเอลในเลบานอน
Donald Trump ระบุว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญมากนักกับถ้อยแถลงของอิหร่าน แต่จะหารือสถานการณ์ในเลบานอนร่วมกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล Benjamin Netanyahu
การรีบาวด์ของราคาเงินดูเหมือนจะเป็นการฟื้นตัวเชิงเทคนิคเป็นหลัก เนื่องจากภาพปัจจัยพื้นฐานยังคงมีความไม่แน่นอน ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางที่ยังไม่ชัดเจน ตั้งแต่ Fed ไปจนถึง ECB
ความต้องการจากอุตสาหกรรมโซลาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของดีมานด์เงิน ก็เริ่มถูกตั้งคำถามมากขึ้นเช่นกัน
ความต้องการจากโซลาร์สร้างคำถามใหม่ต่อเงิน
BMO ระบุว่าความต้องการจากภาคโซลาร์อาจไม่ได้สนับสนุนราคาสินค้าเงินมากเท่าที่นักลงทุนหลายคนคาดหวัง แม้เงินจะเป็นโลหะสำคัญในกระบวนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยเฉพาะการผลิตแผงโซลาร์เซลล์
อย่างไรก็ตาม อัตราการติดตั้งโซลาร์ในจีนเริ่มชะลอตัวลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่น่ากังวล เนื่องจากจีนเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมโซลาร์โลก
ตามข้อมูลของ BMO การเพิ่มกำลังการผลิตโซลาร์ของจีนในปีนี้ยังต่ำกว่าระดับปี 2024 ซึ่งอาจส่งผลให้ความต้องการเงินในภาคอุตสาหกรรมลดลง
ในทางกลับกัน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์อิหร่าน และความกังวลด้านความมั่นคงพลังงาน ยังคงสนับสนุนแนวโน้มการลงทุนในพลังงานทางเลือก รวมถึงพลังงานแสงอาทิตย์
ดังนั้น ภาพรวมของเงินจึงมีความซับซ้อน โดยถูกแรงกดดันจากสองด้านพร้อมกัน คือ:
-
ความต้องการลงทุนในช่วงความไม่แน่นอน
-
ความต้องการเชิงอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับการใช้งานจริงในภาคโซลาร์
มุมมองดีมานด์จริง: แนวโน้มจาก Scottsdale Mint
ตามข้อมูลจาก Scottsdale Mint ตลาดเงินกายภาพกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยเงินกำลังไหลออกจากสหรัฐฯ ไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเอเชีย แม้ราคาจะอ่อนตัวลง แต่กระแสการเคลื่อนย้ายของโลหะจริงยังสะท้อนความต้องการที่แข็งแรง
จีนเพิ่มการนำเข้าเงินอย่างมีนัยสำคัญ โดยในเดือนมีนาคม การนำเข้าเพิ่มขึ้น 78% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 836 ตัน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยฤดูกาล 10 ปีถึง 173%
ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของจีนอาจสะท้อนความพยายามในการรักษาความมั่นคงของภาคการผลิต เนื่องจากเงินเป็นวัตถุดิบสำคัญในหลายอุตสาหกรรม เช่น โซลาร์ เซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่ อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมการทหาร
อีกหนึ่งสัญญาณคือพรีเมียมของ LBMA Good Delivery silver ที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าผู้ซื้อยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้โลหะที่สามารถส่งมอบเข้าสู่ตลาดโลกได้ทันที
อินเดียก็มีบทบาทต่อภาพรวมตลาดเช่นกัน โดยในเดือนพฤษภาคม ทางการได้จำกัดการนำเข้าซิลเวอร์บางประเภท ซึ่งอาจส่งผลให้เส้นทางการค้าทั่วโลกเปลี่ยนแปลง และกระจายการไหลของโลหะไปยังช่องทางอื่น
ความสนใจในเงินไม่ได้มาจากนักลงทุนรายย่อยเท่านั้น แต่เริ่มขยายไปสู่ภาคองค์กรที่มองโลหะมีค่าเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารคลังสินทรัพย์ และเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบ
ตัวแทนจาก Scottsdale Mint ระบุว่าความไม่ไว้วางใจในระบบธนาคาร เงินกระดาษ และห่วงโซ่อุปทานโลกที่เพิ่มขึ้น กำลังผลักดันให้ทองคำและเงินกลายเป็นสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์มากขึ้น

Source: xStation5
น้ำมันทรงตัว ขณะที่ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับความหวังด้านการเจรจาทางการทูตมากขึ้น
Bitcoin ร่วง 3% หลุดระดับ $68K ท่ามกลางแรงกดดันตามฤดูกาลในตลาดคริปโต 📉
ข่าวเด่นวันนี้ 3 มิ.ย.
🎁 XTB 6.6 Deposit Bonus มาแล้ว!