ปัจจัยหลักที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดในวันนี้คือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury Yields) ที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐเคลื่อนไหวผันผวนตลอดทั้งวัน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี พุ่งแตะ 5.26% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ขณะที่พันธบัตรอายุ 10 ปี ทะลุ 4.70% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 สะท้อนความกังวลของนักลงทุนที่เริ่มตั้งคำถามต่อความสามารถของ Kevin Warsh ประธาน Fed คนใหม่ ในการควบคุมเงินเฟ้อ แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่ามุ่งมั่นดำเนินนโยบายดังกล่าว พร้อมยอมรับว่าไม่มี "ไม้กายสิทธิ์" ที่จะแก้ปัญหาได้ในทันที
ขณะเดียวกัน ตลาดยังตอบรับผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Apple และ Amazon ซึ่งยิ่งเพิ่มความผันผวนให้กับการซื้อขาย
ด้านภูมิรัฐศาสตร์ กองทัพอิหร่านรายงานการโจมตีฐานทัพสหรัฐใน คูเวต และ บาห์เรน เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศล่าสุดของสหรัฐต่ออิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านยังโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นชั่วคราวจากความกังวลด้านอุปทาน
อย่างไรก็ตาม ในวันศุกร์มีสัญญาณว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับอุปทานในตลาดน้ำมัน
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ประกาศในวันศุกร์ออกมาแบบผสมผสาน แต่ยังสะท้อนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่
- ดัชนีต้นทุนแรงงาน (Employment Cost Index) ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 0.9% QoQ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 0.8% สะท้อนแรงกดดันด้านค่าจ้างที่ยังคงแข็งแกร่ง
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกน เพิ่มขึ้นเป็น 55.2 จุด สูงกว่าคาดการณ์ที่ 54.0 จุด
- ขณะที่ คาดการณ์เงินเฟ้อในอีก 1 ปีข้างหน้า ลดลงเหลือ 4.2% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม
ฝั่งยุโรป อัตราเงินเฟ้อของ ยูโรโซน เพิ่มขึ้นเป็น 2.9% ในเดือนกรกฎาคม แม้ว่าจะยังมีความแตกต่างระหว่างประเทศสมาชิก
ตลาดหุ้น
แม้ระหว่างวันจะเผชิญความผันผวนอย่างหนัก แต่ดัชนีหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายในแดนบวก
- Nasdaq Composite +0.6%
- S&P 500 +0.4%
- Dow Jones +228 จุด (+0.5%)
ด้าน iShares Semiconductor ETF พุ่งขึ้น 5.4% ต่อเนื่องจากการปรับตัวขึ้น 8.5% ในวันก่อนหน้า หลัง Microsoft รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
ส่วนฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นยุโรปเคลื่อนไหวแบบผสม
- DE40 (เยอรมนี) +0.06%
- UK100 (สหราชอาณาจักร) -0.50%
- CHN.cash (จีน) -0.42%
หุ้นรายตัว
ตลาดตอบสนองต่อผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
- Apple ร่วงกว่า 9% แม้รายได้ไตรมาส 3 สูงกว่าคาดจากยอดขาย iPhone ที่เพิ่มขึ้น 22% แต่รายได้จากธุรกิจบริการ (Services) และแนวโน้มไตรมาสถัดไปต่ำกว่าที่ตลาดคาด
- Amazon พุ่งสูงสุดกว่า 11% หลังรายได้ดีกว่าคาด โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจ Cloud ที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการลงทุนด้าน AI
หุ้นที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้แก่
- Novo Nordisk ร่วง 10% หลังการทดลองยารักษาโรคหัวใจไม่ประสบความสำเร็จ
- Replimune พุ่ง 133% หลังได้รับความเห็นเชิงบวกจากคณะกรรมการที่ปรึกษาของ FDA
- Chevron และ Exxon Mobil รายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวค่อนข้างทรงตัว โดย USDIDX ลดลงเล็กน้อย 0.03%
ด้าน เงินเยน อ่อนค่าลง 0.49% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้ว่า ค่า Z-score ระยะ 5 ปีของ USDJPY อยู่ในระดับต่ำผิดปกติ ประกอบกับคำเตือนจากกระทรวงการคลังสหรัฐที่ระบุว่าพร้อมประสานงานกับ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) หากจำเป็น ทำให้ตลาดจับตาความเป็นไปได้ของ การแทรกแซงค่าเงินเยนอีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้ USDJPY พลิกทิศทางอย่างรวดเร็ว
ส่วน ซวอตีโปแลนด์ (PLN) เคลื่อนไหวทรงตัว โดยแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับทั้งยูโรและดอลลาร์ราว 0.10–0.15%
ข่าวลือการแทรกแซงค่าเงินกลับมาอีกครั้ง
กระแสข่าวลือเกี่ยวกับ การแทรกแซงค่าเงินเยน กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในสื่อ ส่งผลให้ เงินเยนแข็งค่าขึ้นประมาณ 0.7% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐภายในเวลาเพียง 15 นาที
ที่มา: xStation
สินค้าโภคภัณฑ์พลังงานพุ่งจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงานปรับตัวขึ้นอีกครั้งจาก Geopolitical Risk Premium หรือส่วนเพิ่มของราคาที่สะท้อนความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
- WTI +1.10%
- Brent +0.92%
หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเกือบ 25% ตลอดเดือนที่ผ่านมา
ขณะที่ ก๊าซธรรมชาติยุโรป ปิดเดือนด้วยการพุ่งขึ้นกว่า 33% จากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว
ในทางกลับกัน สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างโลหะมีค่าถูกกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐและท่าทีที่ยังเข้มงวดของ Fed
- ทองคำ -1.32%
- เงิน (Silver) -2.15%
ส่วน โกโก้ ปรับตัวขึ้นกว่า 6% ในวันศุกร์ จากความกังวลด้านอุปทานในแอฟริกาตะวันตก
Bitcoin ร่วงตามแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง
Bitcoin ปรับตัวลง 2.77% ตามบรรยากาศการลงทุนที่หลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น และเจ้าหน้าที่ FOMC ส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด (Hawkish)
แรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่ ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย (Non-yielding Assets) ส่งผลกระทบทั้งต่อ ทองคำ และ คริปโทเคอร์เรนซี สะท้อนให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาคในปัจจุบันยังคงกดดันการประเมินมูลค่าของสินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์เพื่อการเก็งกำไรอย่างต่อเนื่อง

Source: xStation
3 ตลาดที่ต้องจับตาในสัปดาห์
เงินเฟ้อพื้นฐานยูโรโซนสูงกว่าคาด! EURUSD ยังติดแนวต้านสำคัญ
กราฟเด่น: EURUSD หลัง Fed ตลาดลดคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ย
ปฏิทินเศรษฐกิจ: จับตาเงินเฟ้อยุโรป และงบยักษ์ใหญ่น้ำมัน