ผลประกอบการ Texas Instruments: เติบโตแข็งแกร่ง แต่กระแสเงินสดยังเป็นแรงกดดัน
Texas Instruments รายงานผลประกอบการที่ดีกว่าคาดอย่างชัดเจน พร้อมให้แนวโน้มไตรมาสถัดไปที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนกลับตอบรับอย่างระมัดระวัง โดยหุ้นของผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายนี้ปรับตัวลงประมาณ 5% หลังเปิดตลาด
หากไม่ใช่เรื่องของอัตราและขนาดการเติบโต แล้วอะไรคือปัจจัยที่กดดันมูลค่าหุ้น?
ตัวเลขสำคัญ
- รายได้ไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 5.46 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 23% YoY
- กำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 2.14 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์เดิมของตลาดเกือบ 9%
- อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 61.4%
- อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) อยู่ที่ 42.3%
- กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 48% YoY หรือเกือบสองเท่าของการเติบโตของรายได้
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึง Operating Leverage ที่ปรับตัวดีขึ้น จากการใช้กำลังการผลิตโรงงานที่เพิ่มขึ้น และการฟื้นตัวของความต้องการชิปอนาล็อก (Analog Integrated Circuits)
การฟื้นตัวครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ไม่ได้จำกัดแค่ AI
การเติบโตเกิดขึ้นในตลาดปลายทางหลักหลายกลุ่ม ได้แก่
- ยอดขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นประมาณ 30% YoY
- รายได้จากกลุ่ม Data Center เพิ่มขึ้นสองเท่า
- ตลาดยานยนต์เติบโตในระดับ หลักสิบต้น ๆ เปอร์เซ็นต์
ผลประกอบการดังกล่าวจึงสะท้อนว่า การฟื้นตัวของ Texas Instruments ไม่ได้มาจากกระแสลงทุนด้าน AI เพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในหลายภาคส่วน
แนวโน้มไตรมาส 3
อีกหนึ่งปัจจัยเชิงบวกคือประมาณการสำหรับไตรมาส 3 โดยผู้บริหาร Texas Instruments คาดว่า:
- รายได้จะอยู่ที่ประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์
- กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.50 ดอลลาร์
ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าคาดการณ์เดิมของตลาดประมาณ 5% สำหรับรายได้ และ 12% สำหรับ EPS
เกิดอะไรขึ้นกับราคาหุ้น?
Texas Instruments เข้าสู่การประกาศผลประกอบการครั้งนี้ หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเกือบ 70% ตั้งแต่ต้นปี
ด้วยระดับมูลค่าหุ้นที่สูง นักลงทุนจึงไม่ได้คาดหวังเพียงผลประกอบการที่ดีกว่าคาดเท่านั้น แต่ยังต้องการเห็น การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow)
อย่างไรก็ตาม ความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้บริษัทต้องเดินหน้าลงทุนสูงต่อไปในการสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ (New Fabs) ซึ่งอาจกดดันกระแสเงินสดในระยะสั้น แม้ว่าการเติบโตของธุรกิจจะยังแข็งแกร่งก็ตาม

กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 6.53 พันล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขดังกล่าวรวมผลประโยชน์จาก CHIPS Act ประมาณ 1.61 พันล้านดอลลาร์
หากไม่นับรวมผลกระทบดังกล่าว กระแสเงินสดอิสระจะลดลงเหลือประมาณ 4.92 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเพียง 25.3% ของรายได้
ผลประกอบการล่าสุดช่วยสนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวในวงกว้างของตลาดเซมิคอนดักเตอร์แบบอนาล็อก (Analog Semiconductor) แต่ตลาดยังไม่พร้อมที่จะให้มูลค่าสูงกับบริษัทที่ยังไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่งเพียงพอ
Texas Instruments ยังคงมีสถานะการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แต่หลังจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างมากในปีนี้ นักลงทุนยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติมว่า การฟื้นตัวของผลประกอบการจะสามารถแปลงไปสู่การเติบโตของกระแสเงินสดอย่างยั่งยืนได้ ก่อนที่จะยอมรับระดับมูลค่าหุ้นที่สูงขึ้น
All or nothing: พรีวิวผลประกอบการ ServiceNow
SaaS ร่วงแรงเกินไปหรือไม่? Morgan Stanley มองว่าใช่
ข่าวเด่นวันนี้ 15 ก.ค.
แย่กว่าฟองสบู่ Dot-com: หุ้น IBM ร่วงหนัก