การแข็งค่าของเยนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ค่าเงินเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีมาเป็นเวลาหลายเดือน โดยได้รับแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำของญี่ปุ่น และต้นทุนการนำเข้าพลังงานที่สูง
Technical Analysis: USDJPY (D1)
USD/JPY ร่วงลงอย่างรุนแรง โดยทะลุต่ำกว่าเส้น EMA100 (160.45) และทดสอบระดับ Fibonacci 50.0% (159.50) บริเวณ 159.80
ขณะเดียวกัน RSI รายวัน (14) ปรับตัวลงเข้าใกล้เขต Oversold ที่ระดับ 30.6 สะท้อนแรงขายที่รุนแรงในตลาด
แนวต้านสำคัญในระยะสั้นอยู่ที่โซน 160.45–160.56 ซึ่งเป็นบริเวณของเส้น EMA100 และระดับ Fibonacci 38.2%
ในด้านล่าง แนวรับสำคัญอยู่ที่โซน 158.40–158.50 (โซนสีเหลือง) ซึ่งได้รับแรงหนุนจาก:
- ระดับ Fibonacci 61.8% ที่ 158.45
- เส้น EMA200 ที่ 158.40
- เส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว
ที่มา: xStation5
ที่มา: xStation5
ทำไมเงินเยนถึงพุ่งขึ้นในวันนี้?
คาดการณ์การแทรกแซงจากภาครัฐ (Suspected Official Intervention)
นักกลยุทธ์ตลาดจากสถาบันการเงินรายใหญ่หลายแห่งมองตรงกันว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีสาเหตุมาจาก การแทรกแซงค่าเงินโดยทางการญี่ปุ่นที่ไม่ได้มีการประกาศล่วงหน้า
นักวิเคราะห์มองว่า เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นอาจใช้จังหวะที่ดอลลาร์อ่อนค่าหลังการสื่อสารล่าสุดจาก Fed และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อสร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนที่ถือสถานะ Short เยน ก่อนเข้าสู่การประชุมของธนาคารกลางหลายแห่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
เหตุการณ์ในอดีตเป็นบทเรียนสำคัญ (Historical Precedent)
การแข็งค่าของเยนอย่างรวดเร็วในครั้งนี้มีลักษณะคล้ายกับมาตรการแทรกแซงในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งทางการญี่ปุ่นใช้เงินประมาณ 11.7 ล้านล้านเยน ในการเข้าดูแลตลาด
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวช่วยได้เพียงระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากเยนได้กลับมาอ่อนค่าลงและสูญเสียกำไรทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน
ข้อสงสัยต่อการเปลี่ยนแนวโน้มระยะยาว
แม้ว่าการแข็งค่าของเยนครั้งนี้จะช่วยลดแรงขายเก็งกำไร และเพิ่มความเป็นไปได้ที่กลยุทธ์ Carry Trade จะถูกปิดสถานะ แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงมีมุมมองระมัดระวังต่อการกลับตัวของแนวโน้มในระยะยาว
แรงกดดันเชิงโครงสร้างยังคงมีอยู่ ได้แก่:
- ความต้องการซื้อดอลลาร์จากผู้นำเข้าในระบบเศรษฐกิจจริง
- เงินทุนไหลออกจากนักลงทุนรายย่อยผ่านโครงการ NISA ใหม่
- ความคาดหวังต่ออัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ยังคงสนับสนุนดอลลาร์
ปัจจัยเหล่านี้ยังคงสร้างแรงกดดันพื้นฐานต่อค่าเงินเยน
เยนอ่อนค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูง: ปัญหาที่เชื่อมโยงกัน
การอ่อนค่าของเยนเกิดขึ้นควบคู่กับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งยิ่งเพิ่มภาระต้นทุนการชำระหนี้ของญี่ปุ่นที่มีนโยบายการคลังแบบผ่อนคลาย
อัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 152% เป็น 187% ในปี 2026
ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ซบเซาและภาระหนี้ภาครัฐจำนวนมหาศาล ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านนโยบาย และอาจอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องปรับตัวตามตลาดไม่ทัน
ท้ายที่สุด ปัจจัยเหล่านี้ยังคงเป็นแรงกดดันพื้นฐานที่ทำให้ตลาดมีแนวโน้มขายเยนต่อไปในระยะยาว
ที่มา: xStation5
Despite persitently negative real interest rates (inflation is at 1.7%, rates are at 1%), market is only pricing one rate hike in Japan before the end of 2026. Source: XTB Research, data from Bloomberg
Daily Summary: หุ้นพุ่งรับ Fed ไม่ Hawkish อย่างที่คาด AI Trade กลับมาเด่น เยนแข็งค่า น้ำมันอ่อนตัว
Nasdaq futures พุ่งแรงกว่า 3% 🚀
GDP สหรัฐฯ ผิดหวัง ขณะที่ EURUSD ยังหาทิศทางไม่เจอ
🛢️ ความตึงเครียดพุ่งสูง แต่น้ำมันยังไม่ไปต่อ