09:09 · 31 กรกฎาคม 2026

USDJPY ดิ่งกว่า 2% หลังตลาดจับตาการแทรกแซงค่าเงินญี่ปุ่น

เงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดย USDJPY ดิ่งลง 3.3% ในช่วงที่รุนแรงที่สุด (ปัจจุบันอยู่ที่ -2.3%) จากบริเวณเหนือระดับ 162.00 ลงไปแตะจุดต่ำสุดประมาณ 158.00

การแข็งค่าของเยนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ค่าเงินเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีมาเป็นเวลาหลายเดือน โดยได้รับแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำของญี่ปุ่น และต้นทุนการนำเข้าพลังงานที่สูง


Technical Analysis: USDJPY (D1)

USD/JPY ร่วงลงอย่างรุนแรง โดยทะลุต่ำกว่าเส้น EMA100 (160.45) และทดสอบระดับ Fibonacci 50.0% (159.50) บริเวณ 159.80

ขณะเดียวกัน RSI รายวัน (14) ปรับตัวลงเข้าใกล้เขต Oversold ที่ระดับ 30.6 สะท้อนแรงขายที่รุนแรงในตลาด

แนวต้านสำคัญในระยะสั้นอยู่ที่โซน 160.45–160.56 ซึ่งเป็นบริเวณของเส้น EMA100 และระดับ Fibonacci 38.2%

ในด้านล่าง แนวรับสำคัญอยู่ที่โซน 158.40–158.50 (โซนสีเหลือง) ซึ่งได้รับแรงหนุนจาก:

  • ระดับ Fibonacci 61.8% ที่ 158.45
  • เส้น EMA200 ที่ 158.40
  • เส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว

ที่มา: xStation5

 

ที่มา: xStation5

ทำไมเงินเยนถึงพุ่งขึ้นในวันนี้?

คาดการณ์การแทรกแซงจากภาครัฐ (Suspected Official Intervention)

นักกลยุทธ์ตลาดจากสถาบันการเงินรายใหญ่หลายแห่งมองตรงกันว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีสาเหตุมาจาก การแทรกแซงค่าเงินโดยทางการญี่ปุ่นที่ไม่ได้มีการประกาศล่วงหน้า

นักวิเคราะห์มองว่า เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นอาจใช้จังหวะที่ดอลลาร์อ่อนค่าหลังการสื่อสารล่าสุดจาก Fed และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อสร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนที่ถือสถานะ Short เยน ก่อนเข้าสู่การประชุมของธนาคารกลางหลายแห่งที่กำลังจะเกิดขึ้น


เหตุการณ์ในอดีตเป็นบทเรียนสำคัญ (Historical Precedent)

การแข็งค่าของเยนอย่างรวดเร็วในครั้งนี้มีลักษณะคล้ายกับมาตรการแทรกแซงในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งทางการญี่ปุ่นใช้เงินประมาณ 11.7 ล้านล้านเยน ในการเข้าดูแลตลาด

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวช่วยได้เพียงระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากเยนได้กลับมาอ่อนค่าลงและสูญเสียกำไรทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน


ข้อสงสัยต่อการเปลี่ยนแนวโน้มระยะยาว

แม้ว่าการแข็งค่าของเยนครั้งนี้จะช่วยลดแรงขายเก็งกำไร และเพิ่มความเป็นไปได้ที่กลยุทธ์ Carry Trade จะถูกปิดสถานะ แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงมีมุมมองระมัดระวังต่อการกลับตัวของแนวโน้มในระยะยาว

แรงกดดันเชิงโครงสร้างยังคงมีอยู่ ได้แก่:

  • ความต้องการซื้อดอลลาร์จากผู้นำเข้าในระบบเศรษฐกิจจริง
  • เงินทุนไหลออกจากนักลงทุนรายย่อยผ่านโครงการ NISA ใหม่
  • ความคาดหวังต่ออัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ยังคงสนับสนุนดอลลาร์

ปัจจัยเหล่านี้ยังคงสร้างแรงกดดันพื้นฐานต่อค่าเงินเยน


เยนอ่อนค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูง: ปัญหาที่เชื่อมโยงกัน

การอ่อนค่าของเยนเกิดขึ้นควบคู่กับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งยิ่งเพิ่มภาระต้นทุนการชำระหนี้ของญี่ปุ่นที่มีนโยบายการคลังแบบผ่อนคลาย

อัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 152% เป็น 187% ในปี 2026

ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ซบเซาและภาระหนี้ภาครัฐจำนวนมหาศาล ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านนโยบาย และอาจอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องปรับตัวตามตลาดไม่ทัน

ท้ายที่สุด ปัจจัยเหล่านี้ยังคงเป็นแรงกดดันพื้นฐานที่ทำให้ตลาดมีแนวโน้มขายเยนต่อไปในระยะยาว

ที่มา: xStation5

 

Despite persitently negative real interest rates (inflation is at 1.7%, rates are at 1%), market is only pricing one rate hike in Japan before the end of 2026. Source: XTB Research, data from Bloomberg

เปิดบัญชีฟรี

เปิดบัญชีของคุณได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยาก การฝากและถอนเงินโดยไม่มีค่าธรรมเนียม

เปิดบัญชี  ดาวน์โหลดแอป 
31 กรกฎาคม 2026, 09:11

Daily Summary: หุ้นพุ่งรับ Fed ไม่ Hawkish อย่างที่คาด AI Trade กลับมาเด่น เยนแข็งค่า น้ำมันอ่อนตัว

31 กรกฎาคม 2026, 09:03

Nasdaq futures พุ่งแรงกว่า 3% 🚀

31 กรกฎาคม 2026, 08:31

GDP สหรัฐฯ ผิดหวัง ขณะที่ EURUSD ยังหาทิศทางไม่เจอ

30 กรกฎาคม 2026, 17:29

🛢️ ความตึงเครียดพุ่งสูง แต่น้ำมันยังไม่ไปต่อ

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก