ประเด็นสำคัญจากช่วงถาม-ตอบ (Q&A)
“เงินเฟ้อคือทางเลือก” (Inflation is a Choice)
Warsh แสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ โดยระบุว่า Fed จะไม่ “โยนความผิด” ให้กับปัจจัยภายนอก
เขาวิพากษ์กรอบนโยบาย Average Inflation Targeting ปี 2020 ของ Fed อย่างชัดเจนว่าเป็นแนวทางที่ “ผิดพลาด” ซึ่งส่งสัญญาณว่า Fed จะยุติการยอมให้เงินเฟ้อสูงเกินเป้าหมายในอนาคต
การสื่อสารและการเปลี่ยนแปลงแนวทางของ Fed
Warsh ระบุว่า Fed กำลังเข้าสู่ “บทใหม่” (New Chapter) พร้อมเปลี่ยนวิธีการสื่อสารกับตลาด
เขาปฏิเสธแนวทาง Forward Guidance แบบเดิม ที่ส่งสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย และประกาศว่านโยบายในอนาคตจะได้รับอิทธิพลจากคณะทำงานที่เปิดให้มีการถกเถียงต่อสาธารณะมากขึ้น
ยืนยันความเป็นอิสระของ Fed และไม่มีการช่วยเหลือตลาดคริปโต
Warsh ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า Fed มีความเป็นอิสระจากแรงกดดันทางการคลังและการเมือง
นอกจากนี้ เขายังแสดงจุดยืนชัดเจนเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงิน โดยระบุว่า Fed ไม่ได้มีหน้าที่ช่วยเหลือผู้เล่นในตลาดที่ประสบปัญหา และปฏิเสธแนวคิดการให้ความช่วยเหลือ (Bailout) แก่ตลาดคริปโตอย่างชัดเจน
ภาวะเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง
เศรษฐกิจและตลาดการเงินสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะแข็งแกร่ง โดยตลาดแรงงานมีความยืดหยุ่นอย่างมาก ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงฟื้นตัวไม่สม่ำเสมอ
Warsh ย้ำว่าเป้าหมายคู่ของ Fed (Dual Mandate: การควบคุมเงินเฟ้อและการจ้างงานเต็มศักยภาพ) ไม่ได้ขัดแย้งกัน
มุมมอง: มีสัญญาณชัดเจนหรือไม่? และตลาดควรคาดหวังอะไร?
หากตลาดกำลังรอสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับ การปรับดอกเบี้ยครั้งถัดไป ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจาก Warsh
การให้การต่อสภาฯ ครั้งนี้เน้นไปที่ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและแนวคิดของ Fed ในระยะยาว มากกว่าการส่งสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายการเงินในระยะสั้น
สิ่งที่คาดหวังจาก Warsh ในอนาคต
1. จุดจบของ Forward Guidance
ตลาดอาจเห็น Fed เปลี่ยนไปสู่แนวทางที่พึ่งพาข้อมูลมากขึ้น (Data-dependent) และประเมินนโยบายแบบรายประชุม
Warsh ต้องการบริหารความคาดหวังของตลาดโดยไม่ผูกมัดมือของ FOMC ซึ่งหมายความว่า นักลงทุนอาจได้รับ “คำใบ้” เกี่ยวกับการขึ้นหรือลดดอกเบี้ยน้อยลงในอนาคต
2. รอดูรายละเอียดการปฏิรูปโครงสร้าง
รายละเอียดที่แท้จริงของ “การเปลี่ยนแปลงระบอบนโยบาย” (Regime Change) จะยังไม่ชัดเจน จนกว่าคณะทำงานที่ Warsh แต่งตั้งจะเริ่มนำเสนอผลการศึกษาต่อ FOMC
การถกเถียงอย่างเปิดเผยของคณะทำงานเหล่านี้ อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงกรอบนโยบายของ Fed ในช่วงปลายปีนี้
3. Fed มีแนวโน้มตอบสนองต่อเงินเฟ้อแบบ Hawkish มากขึ้น
ด้วยการปฏิเสธกรอบนโยบายปี 2020 Warsh แสดงให้เห็นว่า Fed จะไม่ยอมให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงอีกต่อไป
แม้เขาไม่ได้ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันต่ำเกินไป แต่จุดยืนของเขาชัดเจนว่า Fed พร้อมปกป้องเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% อย่างเข้มงวด
ปฏิกิริยาของตลาด
คู่เงิน EUR/USD ยังคงทรงตัวและรักษาระดับสูงสุดของวันไว้ได้ หลังจากตัวเลข CPI เดือนมิถุนายนของสหรัฐฯ ออกมาก่อนหน้านี้
การที่ Warsh ไม่ได้ส่งสัญญาณเข้มงวดเกี่ยวกับ ระดับอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน ทำให้ดอลลาร์ไม่ได้รับแรงหนุนจากการปรับขึ้น
ขณะนี้ตลาดกำลังประเมินผลกระทบจาก การปฏิรูปโครงสร้างระยะยาวของ Fed มากกว่าความเสี่ยงด้านนโยบายการเงินในทันที
ข่าวเด่นวันนี้ 15 ก.ค.
ชาติอ่าวอาหรับเร่งหาทางเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ แข่งกับเวลา
Warsh ส่งสัญญาณสู้เงินเฟ้อเต็มที่ แต่ยังไม่แตะอัตราดอกเบี้ย?
ถึงเวลาทดสอบความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐฯ