NZD/JPY เป็นคู่เงินที่ใช้แสดงอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์และเงินเยนญี่ปุ่น โดยเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์มีพื้นฐานจากภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นม ขณะที่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นขับเคลื่อนด้วยภาคการผลิตและเทคโนโลยี
คู่เงิน NZD/JPY ได้รับอิทธิพลจากพัฒนาการทางเศรษฐกิจของทั้งนิวซีแลนด์และญี่ปุ่น ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย และภาวะความต้องการรับความเสี่ยงของตลาดโลก ทำให้เป็นคู่เงินที่ได้รับความนิยมในหมู่นักเทรดที่ต้องการใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศการลงทุน
การซื้อขายคู่เงิน NZD/JPY ผ่านสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFDs) เป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่มีให้บริการที่ XTB
โปรดทราบว่า CFD เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อนและมีการใช้เลเวอเรจ (leverage) นอกจากจะมีโอกาสสร้างกำไรได้มากแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุนสูงด้วย ดังนั้น การเทรด CFD อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกคน จึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: BoJ) มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางของฝั่งเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ในคู่เงิน NZD/JPY ผ่านการดำเนินนโยบายการเงิน โดย BoJ เป็นที่รู้จักจากการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอย่างมาก (ultra-loose monetary policy) เพื่อรับมือกับภาวะเงินฝืดและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ประเด็นสำคัญของนโยบาย BoJ ที่ส่งผลต่อคู่เงิน NZD/JPY ได้แก่:
อัตราดอกเบี้ยต่ำและอัตราดอกเบี้ยติดลบ: BoJ คงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำหรือระดับติดลบมาเป็นเวลาหลายปี เพื่อกระตุ้นการกู้ยืมและการใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่า เนื่องจากผลตอบแทนที่ต่ำทำให้เงินเยนมีความน่าสนใจน้อยลงสำหรับนักลงทุน ด้วยเหตุนี้ คู่เงิน NZD/JPY มักมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเมื่อ BoJ คงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำหรือติดลบ โดยเฉพาะในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยของนิวซีแลนด์อยู่ในระดับที่สูงกว่า
มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing: QE) และการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve Control: YCC): BoJ เป็นหนึ่งในธนาคารกลางรายแรก ๆ ที่นำมาตรการ QE มาใช้ โดยการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลและสินทรัพย์อื่น ๆ เพื่ออัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ นอกจากนี้ มาตรการ YCC ยังมุ่งรักษาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีให้อยู่ใกล้ระดับศูนย์ มาตรการเหล่านี้ช่วยเพิ่มปริมาณเงินในระบบและกดดันให้ค่าเงินเยนอ่อนค่า ส่งผลสนับสนุนให้คู่เงิน NZD/JPY อยู่ในระดับที่สูงขึ้น
การแทรกแซงค่าเงิน: BoJ อาจเข้าแทรกแซงในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นครั้งคราว เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินเยนแข็งค่ามากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อภาคการส่งออกของญี่ปุ่น การแทรกแซงดังกล่าวสามารถทำให้ค่าเงิน JPY เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และส่งผลกระทบโดยตรงต่อคู่เงิน NZD/JPY
เศรษฐกิจของนิวซีแลนด์และผลต่อคู่เงิน NZD/JPY
เศรษฐกิจของนิวซีแลนด์มีอิทธิพลอย่างมากต่อฝั่งเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ในคู่เงิน NZD/JPY โดยมีลักษณะเด่นคือการพึ่งพาภาคเกษตรกรรมและการส่งออกผลิตภัณฑ์นม รวมถึงสภาพแวดล้อมของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงกว่าเมื่อเทียบกับญี่ปุ่น ปัจจัยสำคัญ ได้แก่:
1. การส่งออกสินค้าเกษตร
เศรษฐกิจของนิวซีแลนด์พึ่งพาภาคเกษตรกรรมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ และขนสัตว์ ซึ่งผลิตภัณฑ์นมเพียงอย่างเดียวก็มีสัดส่วนสำคัญต่อมูลค่าการส่งออกของประเทศ การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์โลกและราคาสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้สามารถส่งผลต่อมูลค่าของ NZD และกระทบต่อคู่เงิน NZD/JPY โดยตรง
2. อัตราดอกเบี้ย
ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (Reserve Bank of New Zealand: RBNZ) มักกำหนดอัตราดอกเบี้ยในระดับที่สูงกว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวทำให้ NZD มีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่แสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า ส่งผลให้คู่เงิน NZD/JPY มีแนวโน้มแข็งค่า โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีเสถียรภาพหรืออยู่ในภาวะขยายตัว
3. ความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจของนิวซีแลนด์เป็นเศรษฐกิจขนาดเล็กและเปิดกว้าง จึงมีความอ่อนไหวสูงต่อภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในประเทศคู่ค้าหลัก หรือการปรับตัวลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อาจกดดันค่าเงิน NZD และส่งผลต่อคู่เงิน NZD/JPY
พลวัตของกลยุทธ์ Carry Trade
กลยุทธ์ Carry Trade คือการกู้ยืมเงินจากประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ (เช่น เงินเยนญี่ปุ่น) แล้วนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า (เช่น NZD) เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย คู่เงิน NZD/JPY จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักลงทุนที่ใช้กลยุทธ์นี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของนิวซีแลนด์มักสูงกว่าญี่ปุ่น
ในช่วงที่ตลาดโลกมีเสถียรภาพ นักลงทุนมักกู้ยืมเงินเยนเพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่าและดันให้ NZD/JPY ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ตลาดเข้าสู่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงหรือเผชิญความตึงเครียดทางการเงิน นักลงทุนมักปิดสถานะ Carry Trade โดยการซื้อคืนเงินเยน ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าและคู่เงิน NZD/JPY ปรับตัวลดลง
ภาวะความเสี่ยงและสภาพเศรษฐกิจโลก
ภาวะ Risk-On และ Risk-Off: NZD/JPY มักถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นต่อความเสี่ยงของตลาดโลก ในช่วง Risk-On นักลงทุนแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า ทำให้ NZD ได้รับความสนใจมากกว่า ขณะที่เงินเยนมักอ่อนค่า ในทางตรงกันข้าม ช่วง Risk-Off นักลงทุนจะหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น เงินเยน ส่งผลให้ JPY แข็งค่าและ NZD/JPY ปรับตัวลดลง
การประกาศข้อมูลเศรษฐกิจ: ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของทั้งนิวซีแลนด์และญี่ปุ่น เช่น อัตราการเติบโตของ GDP อัตราเงินเฟ้อ การจ้างงาน และดุลการค้า สามารถส่งผลต่อทิศทางของคู่เงิน NZD/JPY โดยข้อมูลเศรษฐกิจเชิงบวกจากนิวซีแลนด์มักหนุนค่าเงิน NZD ขณะที่ข้อมูลเชิงบวกจากญี่ปุ่นอาจช่วยหนุนค่าเงิน JPY
ความสัมพันธ์ทางการค้าและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ความสัมพันธ์ทางการค้า: ประเทศคู่ค้าหลักของนิวซีแลนด์ ได้แก่ จีน ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา การเปลี่ยนแปลงด้านการค้า มาตรการภาษี หรืออุปสงค์จากประเทศเหล่านี้ สามารถส่งผลต่อเศรษฐกิจนิวซีแลนด์และค่าเงิน NZD ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจญี่ปุ่นที่เน้นการส่งออกก็มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของการค้าโลกเช่นกัน
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: เหตุการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก มักเพิ่มความต้องการถือครองเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งส่งผลต่อคู่เงิน NZD/JPY เหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความไม่มั่นคงทางการเมือง หรือข้อพิพาททางการค้า สามารถกระตุ้นความผันผวนของคู่เงินนี้ได้
รายงานข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่นักลงทุนควรติดตาม
แถลงการณ์นโยบายการเงินของธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ)
การตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ)
อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของนิวซีแลนด์
ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น
การประมูลผลิตภัณฑ์นมของนิวซีแลนด์
XTB International Limited ให้บริการเฉพาะผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ (CFDs) ข้อมูลดังกล่าวอาจเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมกับการใช้งานกับเครื่องมือการลงทุนที่ XTB นำเสนอ
เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นและใช้สำหรับการศึกษาเท่านั้น ความคิดเห็น การวิเคราะห์ ราคา หรือเนื้อหาอื่น ๆ ในเอกสารนี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำในการลงทุน หรือเพื่อให้ความเข้าใจด้านกฎหมายของประเทศ Belize
ผลประกอบการในอดีตไม่ได้เป็นการรับประกันถึงผลประกอบการในอนาคต การกระทำหรือการตัดสินใจใด ๆ ตามข้อมูลในเอกสารนี้ เป็นความเสี่ยงของผู้ดำเนินการเอง XTB ไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อความสูญเสีย ความเสียหาย หรือผลกำไรหรือขาดทุนใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมจากการใช้ข้อมูลในเอกสารนี้
ทุกการตัดสินใจลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบ และเป็นความรับผิดชอบของท่านเอง